ความหมายของคำว่าเพื่อนของ ป้าปุ๋ย-ชลิกา ชัยมงคล วัย 62 ปี I ที่คบเพื่อนมานานกว่า 40 ปี

read : LIVING & HEALTH

เพื่อนสำหรับเรามันไม่ใช่ความรู้สึกรักแค่ชั่วคราว แต่มันคือความสุขระยะยาว และอาจจะตลอดไป”

วันนี้มนุษย์ต่างวัยคุยกับ ป้าปุ๋ย-ชลิกา ชัยมงคล วัย 62 ปี กับมิตรภาพในกลุ่มเพื่อนที่ใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมายาวนาน กว่า 40 ปี ตั้งแต่เรียนชั้นประถมจนกระทั่งทุกคนอายุเข้าสู่เลข 60+ ถึงวิธีการที่จะรักษามิตรภาพความเป็น ‘เพื่อน’ ให้ยาวนานที่สุดต้องทำอย่างไร การเป็นเพื่อนที่ดีสำหรับใครสักคนหนึ่งต้องทำอย่างไรบ้าง มาฟังเรื่องราวความสัมพันธ์จาก ‘เพื่อนแท้’ กลุ่มนี้กันนะครับ

รักกัน ไม่ใช่แข่งกัน

“แก๊งเพื่อนของป้ามีทั้งหมด 11 คน เราเริ่มเก็บกันมาเรื่อย ๆ ในกลุ่มจะมี 2-3 คนที่คบกันมาตั้งแต่อนุบาล พอขึ้นมัธยมก็เก็บเพิ่มมาอีก จนกระทั่งเรียนจบแยกย้ายกันไปเรียน มศ.3 พอถึงเวลาเข้ามหาลัยก็ยังวนกลับมาเจอกันที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกครั้ง พอยิ่งโตพ่อแม่ก็ยิ่งปล่อยมากขึ้น ทีนี้พอมีอะไรเราก็เฮกันไป ใครมีรถขับก็ขับรถพากันไปเที่ยว พออยู่ด้วยกันมากๆ มันก็จะเป็นการเก็บช่วงเวลาที่ทั้งสุข ทั้งทุกข์ ในช่วงที่กำลังเติบโตไปด้วยกัน ซึ่งช่วงนี้แหละคือช่วงที่สนุกที่สุด และเป็นภาพทรงจำที่ย้อนกลับมาให้คิดถึงตลอด

“การรักษาความสัมพันธ์ที่ยาวนานขนาดนี้   ป้าเรียนรู้อย่างหนึ่งคือ พวกเราอยู่ด้วยกันได้เพราะเรา ไม่แข่งกัน’ ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องความรัก หรือแม้กระทั่งสิ่งของ เราพูดกันเสมอว่าถ้าอยากได้อะไร อยากให้ช่วยอะไร เธอขอมาเลยนะ เราอย่าแย่งกัน แน่นอนว่าทุกคนล้วนแต่อยากเป็นคนที่เก่งที่สุด ที่ดีที่สุดในสายตาคนอื่น แต่เราจะมาข่มกันในกลุ่มเพื่อนมันไม่มีประโยชน์ เพราะพื้นที่ตรงนี้มันไม่ใช่พื้นแสดงความเก่งหรือเข้มแข็ง แต่มันคือที่ที่เราสามารถเผยมุมที่อ่อนแอหรือโง่เขลาได้ต่างหาก ทุกคนล้วนเคยผ่านช่วงเวลาที่มาร้องไห้เพราะผิดหวังในความรัก ไม่ประสบความสำเร็จเรื่องเรียน เกรดไม่ดี มีปัญหาที่บ้าน เรื่องพวกนี้เราเล่าให้ใครฟังไม่ได้ แต่เราสามารถบอกเพื่อนได้ แต่เรื่องความเก่งอวดว่าฉันฉลาด เราไม่จำเป็นต้องพูดมันเยอะหรอก เพื่อนมันรู้อยู่แล้ว”

เติมเต็มสิ่งที่ขาด เป็นแขนเป็นขาให้กันและกัน

“คำว่าเพื่อนตอนวัยรุ่นแน่นอนว่าหนีไม่พ้นเรื่องราวสนุกๆ ที่ทำด้วยกัน กิน เที่ยว ใช้ชีวิต แต่พอเริ่มโตขึ้น หลายคนในกลุ่มผิดหวังเรื่องครอบครัว งานไม่ประสบความสำเร็จ บางคนเหลือตัวคนเดียว ฉะนั้นความสัมพันธ์ระหว่างเราเมื่อโตขึ้นจึงเปลี่ยนมาเป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกัน เป็นแขนเป็นขาให้เพื่อนในวันที่เขาต้องการ ป้าปุ๋ยจะบอกทุกคนเสมอว่า มีอะไรโทรเรียกปุ๋ยได้ตลอด ปุ๋ยไม่เคยปิดโทรศัพท์มือถือ ไม่ต้องเกรงใจ ยิ่งไม่มีใครมันยิ่งชัดเจนว่าที่เรามีกันมันมีค่ามากแค่ไหน ทุกวันนี้เราเลยโทรหากันเป็นประจำเวลาใครมีปัญหา พอยิ่งแก่ตัวลงมันกลายเป็นความสัมพันธ์แบบผลัดกันไปเฝ้าที่โรงพยาบาลแล้ว (หัวเราะ) ฉะนั้นพื้นที่ปลอดภัยของเราไม่มีที่ไหนดีไปกว่า เพื่อนอีกแล้ว”

รู้จักขอโทษและให้อภัย

“ขอโทษและให้อภัยสองคำนี้ สำคัญมากที่สุด การนินทากัน ทะเลาะกัน น้อยใจกันไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ มันเกิดขึ้นตลอดทุกอาทิตย์ ทุกเดือน ทุกปีของการเป็นเพื่อนกัน แต่ป้ารู้แล้วว่าเมื่อไรที่เราลดศักดิ์ศรีและกล้าพูดคำว่าขอโทษออกมาได้ เราจะสามารถรักษาเพื่อนคนนั้นไว้ในชีวิตเราต่อไปได้ ขอโทษอย่างจริงใจเมื่อเราทำผิด ให้โอกาสเพื่อนแก้ตัวเพราะเขาไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือเพื่อนเรา ทุกคนล้วนมีด้านที่ดี และไม่ดี พยายามเรียนรู้และปรับกันไป เรียนรู้กันไปทั้งชีวิตนั่นแหละ

“และเราเองก็ควรจะเป็นเพื่อนที่ดีของใครสักคน ป้าปุ๋ยไม่รู้หรอกนะว่าการเป็นเพื่อนที่ดีมันต้องดีขนาดไหน แต่ 40 ปีที่ผ่านมา ป้าปุ๋ยมองว่า ‘เพื่อนคือความสุข เราอยากให้ความสุขนี้อยู่ตลอดไปไหม ก็คงอยากให้มันอยู่ตลอดไป เช่นนั้นเราอย่าทำอะไรไม่ดีที่มันจะทำให้ความสุขนี้หายไปเลย เราให้เกียรติเขาในสิ่งที่เขาเป็น ต่างคนต่างมีชีวิตของตนเอง และค่อยมาเจอกันในวันที่เราต้องการกันและกัน แต่ถ้าไม่มาเราจะขู่ตัดเพื่อนทันที (หัวเราะ)”

โชคดีที่มีพวกเขาเป็นเพื่อน

“ ป้าโชคดีมากที่ชีวิตนี้มีพวกเขาเป็นเพื่อน ไม่ว่าจะผ่านมากี่สิบปี ป้าก็สามารถเป็นตัวเองได้เต็มที่ เวลาที่อยู่กับพวกเขาเราไม่ต้องพยายามอะไรเลย อยู่แล้วสบายใจ เป็นตัวเองได้ พูดในสิ่งที่อยู่ในใจได้ ทุกวันนี้ป้าชอบแต่งตัวมาก สายเดี่ยว เกราะอก ขาสั้น ทำสีผมสีแดง ทั้งที่อายุ 62 แล้วเพื่อนก็ยังชมป้าทุกวัน ในขณะที่หลายคนมองว่ามันไม่งาม เราต่างส่งเสริมในสิ่งที่อีกคนชอบ ที่อีกคนมีความสุข แต่ถึงเวลาใครทำไม่ดีเราก็เตือนกันให้ได้สติได้ นี่แหละคือสิ่งที่ป้ารู้สึกว่าโชคดีที่วันนี้เรามีพวกเขาอยู่ ถ้าเขามีค่ากับเรามากพอ เราจะไม่มีทางใจร้าย หรือคิดทำร้ายจิตใจเขาเป็นอันขาด เรายิ่งจะทำให้เขารู้ว่า ชีวิตเขาจะไม่ถูกลืม เขาจะยังมีค่ากับบางคน และหนึ่งในนั้นคือเรา ”

“เมื่อชีวิตยิ่งสั้นลงเรื่อยๆ เรายิ่งต้องทำให้มิตรภาพมันยืนยาว พวกเราเริ่มคุยกันเรื่องเตรียมตัวตายแล้ว เวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันน้อยลงมาก คำว่าเพื่อนมันยิ่งต้องทำให้ทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่มีค่า น่ายินดี และตื่นเต้นที่ได้มาสนุกด้วยกัน เพราะป้าเชื่อว่าการจะอยู่ยืนยาวตลอดไป นั้นไม่มีจริง ฉะนั้นวันนี้มันจึงสำคัญ”

Author & Photographer

ปองธรรม สุทธิสาคร

เป็นคนเขียนหนังสือ ที่หลงใหลในวรรณกรรมน้อยกว่ากีฬา และภรรยาของตนเอง ยามว่างหากไม่ใช้เวลาไปกับการนั่งคุยกับคน ก็มักหมดเวลาไปกับการนั่งดูบาส ดูบอล และละครน้ำเน่า นักเขียนวัยหลักสี่คนนี้ยืนยันว่าตนเองคือนักอุทิศเวลาให้กับความขี้เกียจ เนื่องจากเขามีความเชื่อว่าชีวิตที่ดีต้องเป็นชีวิตที่ขี้เกียจได้

บุญทวีกาญน์ แอ่นปัญญา

เดินให้ช้าลงสักหน่อย ค่อยๆ มองเห็นความสวยงามข้างทาง

RELATED