55 ปีไม่มีวันไหนที่พ่อจะหยุดรักแม่

“แม่ป่วยเป็นสโตรก ไม่สามารถเดิน สื่อสารได้ เพราะสมองบางส่วนถูกทำลายไป แต่คนเดียวที่ยังทำให้แม่ยิ้มได้ทุกครั้งก็คือพ่อ เพราะแม่รู้ว่าพ่อจะไม่มีวันทิ้งแม่ไปไหน เหมือนที่เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ในวันแต่งงานเมื่อ 55 ปีที่แล้ว”

วันแห่งความรักปีนี้ มนุษย์ต่างวัย พาไปทำความรู้จัก “พ่อสงวน อินทร์สวัสดิ์” อายุ 81 ปี กับโมเมนต์น่ารักๆ ที่ทุ่มเทเวลาที่เหลืออยู่ ดูแลตัวเองให้แข็งแรงที่สุด เพื่ออยู่ดูแลภรรยาที่ป่วยเป็นโรคสโตรก หรือเส้นเลือดสมองมากว่า 5 ปี

เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ไม่ใช่แค่สโลแกนธนาคาร แต่คือนิยามความรักของเราสองคน

“พ่อกับแม่เจอกันครั้งแรกสมัยสอบบรรจุได้เป็นครู ที่อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตอนนั้นเราสองคนน่าจะอายุประมาณ 20 กว่าๆ นาทีแรกที่รู้จัก แม่ไม่ใช่ผู้หญิงในฝันที่พ่อฝันถึง เพราะแม่ใส่แว่นตาหนามาก เป็นคนเรียบร้อย ไม่ตรงสเปคเลย แต่อยู่ไปอยู่มารักแท้ก็แพ้ใกล้ชิด และความใกล้ชิดก็แพ้ความสบายใจ เพราะแม่เป็นความสบายใจให้กับพ่อ เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิด สำหรับพ่อ “ความสบายใจ” อาจเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ความรักเริ่มก่อมวล

“พ่อกับแม่จะตัวติดกันเสมอ เป็นครูก็เป็นครูที่เดียวกัน ย้ายโรงเรียนก็ตามกันไปไม่เคยห่าง แม้กระทั่งตอนเกษียณมาเริ่มทำธุรกิจเกี่ยวกับขายตรง เราก็ช่วยกันทำช่วยกันสร้าง แม่ขับรถไม่เป็นพ่อก็เป็นคนขับ ดังนั้น 24 ชั่วโมงของแม่ก็จะมีพ่ออยู่ข้างๆ ตลอด เป็นแบบนี้มา 55 ปี ไม่เคยเปลี่ยนแปลง”

ปี 2561 ชีวิตเปลี่ยนชั่วข้ามคืน ความจริงที่ต้องยอมรับ

“เราสองคนผ่านความรักมาทุกรสชาติทั้งหวานและขม สิ่งหนึ่งที่ชีวิตคู่ทุกคู่ที่อยู่กันมานานๆ หนีไม่พ้นก็คือความเจ็บป่วยหรือความตายของคู่ชีวิต

“แม่ล้มป่วยตอนอายุ 76 ซึ่งตอนนั้นยังแข็งแรงอยู่ เขาเป็นคนชอบเที่ยวมากๆ แต่วันนั้นหลังจากที่แม่กลับจากพาเพื่อนๆ ไปเที่ยว พอตกดึกประมาณตี 3 แม่ลุกขึ้นมาเปิดไฟแล้วบอกว่าปวดหัวมาก ไม่ไหวแล้ว พ่อก็รีบลุกมากอดแม่ไว้ทันที เพื่อไม่ให้แม่ล้ม ถ้าคืนนั้นพ่อไม่ยอมตื่น หรือไม่สนใจความเจ็บป่วยของแม่ แม่น่าจะล้มหัวฟาดพื้นไปแล้ว

“พอไปถึงโรงพยาบาล คำวินิจฉัยของหมอก็เปลี่ยนชีวิตพ่อและครอบครัวไปทันที แม่เส้นโลหิตในสมองแตก ทำให้ไม่สามารถสื่อสาร เคลื่อนไหวได้เหมือนเดิม นาทีนั้นสำหรับพ่อ มีแต่ความสงสาร กลัวเขาเจ็บ กังวล คิดถึง เป็นห่วง ปนกันไปหมด แต่อย่างหนึ่งที่เราต้องยอมรับคือเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ชีวิตเราจะอยู่ต่ออย่างไรให้แม่มีความสุขที่สุด”

3 เดือนที่แม่อยู่ศูนย์พักฟื้น แม่จะร้องไห้ตามพ่อทุกครั้งที่ไปเยี่ยม

“ในตอนนั้นเราไม่มีความรู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยติดเตียงเลย พ่อกับลูกๆ ตัดสินใจฝากแม่ไว้กับผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลได้ดีกว่า สำหรับคนอื่นอาจจะคิดว่าสบายแล้ว แค่จ่ายเงินก็มีคนคอยดูแลไม่ต้องมีอะไรน่ากังวล แต่สำหรับพ่อมีแต่ความสงสารและความคิดถึง ทุกครั้งที่พ่อไปเยี่ยมแม่ แม่จะร้องไห้ตามพ่อทุกครั้ง นั่นเป็นเหตุผลให้พ่อกลับมาศึกษาเรื่องการดูแลฟื้นฟูผู้ป่วยอยู่ 3 เดือน พ่อดูจากยูทูป ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ อ่านหนังสือ เพื่อที่จะรู้ว่าต้องดูแลคนป่วยแบบแม่อย่างไร พยุงอย่างไร ป้อนอาหารอย่างไร แม่ควรกินอะไร เมื่อมั่นใจว่าพ่อจะสามารถดูแลแม่ได้ด้วยตัวเองก็ตัดสินใจรับแม่กลับมา

“ตอนนั้นเราคิดอย่างเดียวว่า ถึงเราอาจจะไม่ได้มีความรู้มากที่สุดในการดูแลผู้ป่วย แต่พ่อเชื่อว่าคนอื่นอาจจะดูแลแม่ด้วยหน้าที่ แต่พ่อจะดูแลแม่ด้วยความรัก ผลลัพธ์มันย่อมต่างกัน เราน่าจะดูแลเขาได้ดีที่สุดอย่างน้อยก็เพิ่มความสุขใจ เพิ่มรอยยิ้มในวันที่เขายังมีชีวิตอยู่ให้ได้มากที่สุด”

ป้อนอาหารเองทุกมื้อ ทำให้ยิ้มได้ในทุกวัน

“ในแต่ละวันภารกิจของพ่อก็คือสร้างรอยยิ้มและความสุขให้แม่ พ่อจะเป็นคนป้อนอาหารแม่เองทุกมื้อ คนอื่นป้อนให้จะไม่ค่อยกิน เรารู้หมดว่าต้องเตรียมอะไรบำรุงแม่บ้าง พอป้อนข้าวเสร็จ แม่ก็จะส่งเสียงฮือ ฮือ ทำท่ากระวนกระวาย เพราะเขาสื่อสารไม่ได้ แต่พ่อรู้ได้ทันทีว่าแม่อยากออกไปเที่ยวแล้ว ทุกๆ วัน หรืออย่างน้อยอาทิตย์ละ 5 วัน ถ้าระยะทางไม่ไกลหรือไม่ต้องพยุงกันลงจากรถ พ่อก็จะเป็นคนขับรถพาแม่เที่ยว ก็จะทำให้เขายิ้มได้ทุกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่แม่กับพ่อทำด้วยกันตั้งแต่แม่ยังไม่ป่วย เราไปด้วยกันทุกที่ ขนาดสมองบางส่วนของแม่ถูกทำลายไป เขายังจำได้ว่านี่คือสิ่งที่เราชอบทำด้วยกัน”

“ทุกวันนี้เวลาอยู่บ้าน พ่อก็จะชอบร้องเพลงให้แม่อารมณ์ดี เขาก็ยิ้มทุกครั้ง บางทีอยู่กับลูกหรืออยู่กับคนอื่นอาจจะหงุดหงิด โมโห ชอบแลบลิ้นใส่ เพราะเขาอาจจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้มากเนื่องจากการป่วย แต่พอพ่อหยอกก็กลับมายิ้มได้ตลอด ทุกวันนี้ลูกยังแซวประจำเลยว่า รอยยิ้มของคุณแม่จะเก็บไว้ให้คุณพ่อคนเดียวแน่นอน”

ความสุขสุดท้ายของพ่อคือทำให้แม่มีความสุขที่สุด

“มีคำถามมากมายจากลูกกับเพื่อนๆ ว่าพ่อไม่เหนื่อยเหรอที่ต้องดูแลแม่ตลอดเวลา แม่ไม่สามารถจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้แล้วนะ เราอาจจะต้องดูแลเขาไปจนกว่าคนใดคนหนึ่งจะตายจากกัน สำหรับพ่อไม่เคยมีคำว่าเหนื่อยเลย เพราะเราไม่คิดว่ามันเหนื่อย เราสงสารเขามากกว่าที่ต้องทุกข์ทรมาน ดังนั้นอะไรที่เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เขายิ้มได้ และใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้มีความสุขแค่นั้นพ่อก็ดีใจมากๆ แล้ว เมื่อพ่อต้องเป็นคนที่ดูแลแม่ พ่อเลยต้องดูแลตัวเองให้แข็งแรง ออกกำลังกายทุกเช้า หาเคล็ดลับดูแล จะได้ไม่เจ็บป่วยไปอีกคนให้ลูกต้องลำบาก ที่สำคัญคือเพื่อที่จะได้อยู่กับแม่ให้นานที่สุด เพราะพ่อรู้ว่าพ่อคือรอยยิ้มเดียวของแม่”

“การดูแลคนป่วยไม่ได้สวยหรู ไม่ใช่เรื่องโรแมนติกในทุกๆ วัน เหมือนในละคร ต้องผ่านทั้งการตัดสินใจ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และต้องรู้จักทำใจ นี่คือสิ่งที่ต้องเผชิญระหว่างทาง เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับ พยายามทำให้ตัวเองมีความสุขได้”

“ความรักที่ยาวนานล้วนมีทุกรสชาติ ในวันแห่งความรักปีนี้พ่อขอให้ทุกคนพบความรักที่สดใส ให้รักโอบกอดหัวใจ และส่งกำลังใจถึงคนที่กำลังต้องเผชิญความทุกข์จากการที่คู่ชีวิตเจ็บป่วย หาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ให้เจอ ไม่ใช่เพื่อใครแต่เป็นเพื่อใจตัวเอง”

Credits

Authors

  • นันท์นภัส โอดคง

    Authorครีเอทีฟตัวกลม อารมณ์ดี รักภูเขา หลงรัก จ.เชียงใหม่ ชอบการเดินทาง enjoy กับการกินอาหารท้องถิ่น สนุกกับการรู้จักคนใหม่ๆ อนาคตที่ฝันไว้สูงสุดคืออยากเป็นคนที่ถูกหวย

  • บริภัทร บุญสวัสดิ์

    Cameramanหลงใหลผลลัพท์ในรอยยิ้มหวานเจี๊ยบจริงใจที่ส่งคืนกลับมา :)

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ