ชีวิตที่ยังไม่ยอมเกษียณ ของ ‘ลุงบูรณ์’ แห่ง Boon’s Hobby

“ที่ผมทำงานมาได้จนถึงทุกวันนี้ ผมคิดว่าเป็นเพราะผมไม่เคยหยุดทำงานมากกว่า จะทำมาก ทำน้อยก็ขอให้ได้ทำ ถ้าตายังมองเห็น ร่างกายยังไหวอยู่ ผมคิดว่าก็คงจะทำต่อไปเรื่อย ๆ พยายามทำตัวให้ปกติทุกวัน ตื่นเช้ามาทำนั่นทำนี่ ทำให้ชีวิตมันรู้สึกว่าไม่ได้มีอะไรเปลี่ยน ไม่ใช่มาคอยนั่งนับอายุอยู่ว่าปีนี้ 75 ปีหน้า 76 อายุเยอะแล้ว เดี๋ยวทำไม่ไหวแล้ว

“ผมทำการค้ากับคนญี่ปุ่นอยู่ 30 กว่าปี ถึงแม้เขาจะรวยมาก ๆ แต่เขาก็ไม่เคยหยุดทำงานเลย เขาบอกว่าให้เขาตายจากงาน ดีกว่าให้เขาตายอยู่บนเตียงโรงพยาบาล ผมคิดว่าความรู้สึกพวกนั้นเป็นความรู้สึกที่ทำให้เรายังมีคุณค่าอยู่”

นี่คือความรู้สึกของ ‘ลุงบูรณ์’ สมบูรณ์ วิวัฒนานุกูล วัย 76 ปี ผู้สร้างแบรนด์ไม้กวาดบ้านบูรณ์ เชียงราย ให้มั่นคงและกลายเป็นที่รู้จัก ก่อนจะวางมือและส่งต่อธุรกิจให้ลูก ๆ ดูแลต่อ แต่ด้วยความเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่เฉย วันหนึ่งลุงบูรณ์ก็ไปนำไม้เก่า ๆ ที่น้องชายเก็บไว้แต่ไม่เคยได้เอาไปใช้ประโยชน์มาขัด ล้าง และสร้างสรรค์ให้เป็นของใช้ต่าง ๆ จนกลายเป็น ‘Boon’s Hobby’ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สุดชิกของรุ่นใหญ่ ที่ยังคงสนุกกับการค้นหาและทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ อยู่ทุกวัน

เส้นทางชีวิตของ ‘สมบูรณ์’

“ผมเริ่มทำงานตอนอายุประมาณ 18 ปี ตอนนั้นมาฝึกงานในโรงกลึง ได้เรียนรู้เรื่องงานเหล็กพื้นฐาน แต่พอจบมัธยมก็ไม่ได้ทำต่อ เพราะไม่ใช่งานที่ชอบ ก็เลยไปหางานโรงแรมทำ เพราะอยากได้ภาษา เผื่อจะได้ไปเรียนเมืองนอก แต่สุดท้ายไม่ได้ไปเพราะไม่มีทุน และไม่รู้จักใคร

“ตอนอายุ 27 ปี ผมก็แต่งงาน พอดีทางครอบครัวแฟนเขาทำธุรกิจรับซื้อเศษฝ้ายที่ตกใต้เครื่องทอผ้า (waste) มารีไซเคิล เช่น นำไปทำที่นอน เพาะเห็ดฟาง ฯลฯ พอทำไปเรื่อย ๆ ก็ได้ส่งออกเศษฝ้ายไปไต้หวัน โชคดีที่ตอนเด็ก ๆ ได้เรียนภาษาจีน ก็เลยสื่อสารกับลูกค้าชาวไต้หวันได้ ต่อมาทางไต้หวัน เขาอยากหาคนปลูกข้าวฟ่าง เพื่อนำไปทำไม้กวาดญี่ปุ่น ช่วงแรกเราก็ปลูกวัตถุดิบแล้วส่งไปให้เขา หลังจากนั้นเขาก็มาสอนเราทำ จนเราได้ทำไม้กวาดส่งออก แล้วก็ทำมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นร้าน ‘บ้านบูรณ์’ ในปัจจุบัน

“วันที่ลูกเริ่มมารับช่วงต่อธุรกิจที่ทำไว้ได้ ผมก็ไม่ค่อยมีอะไรทำ ตอนนั้นเห็นกองไม้เก่า ๆ ที่น้องชายเขาชอบซื้อมาเก็บไว้ที่โรงงาน แต่เขาก็ไม่ได้เอาไปใช้ทำอะไร ผมเห็นแล้วรู้สึกเสียดาย จึงเริ่มนำไม้เก่า ๆ ที่ปลวกกินมาดัดแปลงทำเป็นของใช้ ผมเห็นรอยกัดของปลวก ผมก็คิดว่าไม้มันแข็งนะ ปลวกมันก็ไม่ได้กินได้ง่าย ๆ แต่มันกินแล้วมันออกมาเป็นรูปร่าง กลายเป็นของใหม่ ผมก็เลยคิดว่า ปลวกมันยังสามารถทำอะไรได้สวยขนาดนี้เลย มันก็เลยจุดประกายให้ผมคิดว่า ถ้าเราเอาไม้พวกนี้มาดัดแปลง ก็น่าจะทำอะไรที่สวยและมีเอกลักษณ์ได้เหมือนกัน”

จากไม้เหลือทิ้ง สู่เฟอร์นิเจอร์ที่มีชีวิต 

จากไม้เก่า ๆ ที่หลายคนเตรียมนำไปเผาเป็นเชื้อเพลิง แต่ลุงบูรณ์คิดว่าไม้พวกนี้มีความสวยงามในแบบของตัวเอง และยังมีความแข็งแรงอยู่ มันน่าจะนำไปทำอะไรได้มากกว่านั้น ก็เลยค่อย ๆ ขัดล้าง ทำความสะอาด แล้วลงมือตัด แต่ง ต่อ ให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ และปล่อยให้จินตนาการพาไปจนเปลี่ยนไม้เหล่านั้นให้กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์สวย ๆ ที่ใช้งานจริงได้ โดยที่ลุงบูรณ์ไม่เคยมีความรู้ทางด้านการออกแบบมาก่อนเลย

“ผมไม่ได้เรียนจากที่ไหนเลย แค่ใช้เลื่อยเป็น ส่วนเรื่องการออกแบบก็จินตนาการจากวัตถุดิบที่มีอยู่ มองรูปทรงไม้ แล้วนำมาต่อเป็นแขนเป็นขา ดัดแปลงออกมาตามใจชอบ ไม้พวกนี้มันเป็นไม้สกปรกทั้งนั้น เราต้องขัด ล้างให้สะอาดก่อนเอามาประกอบ บางชิ้นล้างออกมาแล้วลายไม้มันสวยมาก

“ช่วงแรกผมก็เอากรอบรูปเก่า ๆ ออกมาซ่อม ลองทำที่แขวนแก้ว กะว่าทำเก็บไว้เฉย ๆ ไม่ได้ขาย พอช่วงโควิด-19 ผมก็ลองทำเก้าอี้ออกแบบให้เป็นที่นั่งแบบเว้นระยะห่างกัน แล้วเอาไปวางไว้ที่ร้านขายของวินเทจที่ Warehouse 30 ซึ่งเป็นร้านของเพื่อนลูกสาว ปรากฏว่ามีชาวต่างชาติมาขอซื้อไป ผมก็เลยคิดว่าเออ มันก็ขายได้นี่ มันก็เลยเป็นจุดเปลี่ยนให้ผมเริ่มมาทำงานไม้ให้เป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น

“ส่วนใหญ่ผมจะทำงานตามโจทย์ที่ลูกค้าบรีฟให้ ส่วนจะใช้ไม้อะไร ต่อออกมาแบบไหน ผมก็จะทำออกมาตามแบบที่ตัวเองชอบ บางทีลูกค้าเขาจะดูแบบมาจากอินสตาแกรม แล้วบอกเราว่าอยากได้แบบนั้น แบบนี้ ทำได้หรือเปล่า”

สวยไม่ซ้ำแบบธรรมชาติ

เสน่ห์งานไม้ของ Boon’s Hobby คือเอกลักษณ์จากรูปทรงและเนื้อไม้ธรรมชาติ ที่ไม่ผ่านการทาสีกลบผิว และไอเดียการสร้างสรรค์ที่ไม่ได้ติดอยู่ในกรอบหรือกติกาใด ๆ ของลุงบูรณ์ จึงทำให้งานแต่ละชิ้นมีความสวยเฉพาะตัว แบบที่ลุงบูรณ์บอกว่ามีเพียงชิ้นเดียวในโลก

“ผมชอบอะไรที่มันเป็นธรรมชาติ งานแต่ละชิ้น ผมจะไม่ค่อยทำสี ชิ้นงานส่วนใหญ่ที่ผมทำจะเป็นเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ งานพวกนี้ทำให้ผมรู้สึกสนุก ผมชอบงานทุกชิ้นที่ทำออกมานะ แต่ชิ้นที่ชอบเป็นพิเศษ คือ ราวแขวนเสื้อ เพราะมันเกิดจากการผสมชิ้นไม้หลาย ๆ ชิ้น แล้วมันออกมาค่อนข้างสมบูรณ์แบบ เอามาใช้ประโยชน์ได้พอดี อีกชิ้นที่ชอบมาก คือ เก้าอี้ยาว 3 เมตรกว่า เพราะมันทำออกมาตัวเดียวแล้วนั่งกันได้หลายคน แต่รูปร่างมันสวย เวลายกก็ไม่หนักมาก แค่เอาเข้าลิฟต์ไม่ได้ ต้องแบกขึ้นทางบันไดหนีไฟ

“ส่วนงานที่ยากที่สุดคือประตูบานเลื่อน เป็นประตูไม้บานใหญ่ที่ผมทำไปไว้ที่ห้องเสื้อ ผมเคยทำกระดานหมากรุกด้วย จำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นตีช่องอย่างไร แต่สุดท้ายมันก็ออกมาเป็นกระดานหมากรุกจนได้ พอได้เห็นมันออกมาเป็นรูปเป็นร่าง มันมีความสุขนะ”

ทักษะสำคัญของการเรียนรู้ คือรู้ว่าอะไรควรเก็บ อะไรควรปล่อย 

“ผมคิดว่าการให้เราทิ้งความเชื่อเดิม ๆ ยากกว่าการเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ เราเริ่มได้เลย แต่ความเชื่อเดิมที่เราเคยมี มันเกิดจากประสบการณ์ของเรา มันอยู่ในตัวของเราไปแล้ว เราต้องเลือกให้ดีว่าความเชื่อไหนที่เราจะทิ้งมัน และความเชื่อไหนที่เราจะเก็บไว้ใช้ต่อ

“หลาย ๆ อย่างในชีวิตผมก็ได้เรียนรู้จากคนที่อายุน้อยกว่า ไม่ว่าจะเป็น คนรุ่นน้อง รุ่นลูก อย่างลูกผมเดี๋ยวนี้เวลาทำงาน ไม่จำเป็นต้องไปที่โรงงาน เขาก็คุมงานได้ โดยวิธีดูผ่านกล้อง เวลาจะติดต่อ สื่อสารกัน สมัยนี้ก็มีไลน์ มีเทคโนโลยีหลาย ๆ อย่าง มันก็ช่วยลดการเดินทางให้น้อยลงได้ ไม่เหมือนสมัยเราที่ต้องไปเฝ้า ไปอยู่กับเขา 8 ชั่วโมง

“แรก ๆ เราก็ไม่คุ้น ไม่เข้าใจว่า ถ้าไม่ไปโรงงานแล้วจะดูอย่างไร มันจะได้งานเหรอ แต่จริง ๆ มันก็ทำได้ เทียบเวลาที่หายไปกับเวลาที่เราได้กลับคืนมา ผมคิดว่าแบบนี้ดีกว่าด้วยซ้ำ”

ไม่ว่าอายุเท่าไร คนเราก็ควรรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง

“คนเราต้องรับผิดชอบตัวเอง ดูแลตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ หลายคนพออายุมากแล้วต้องติดเตียง ต้องเจ็บป่วย ลำบากมาก ยิ่งเราต้องพึ่งคนอื่นมากเท่าไร คนก็จะยิ่งหนี ยิ่งถอยห่าง แต่ถ้าใครช่วยเหลือตัวเองได้ คนก็จะเข้าหา เพราะเขารู้ว่าเข้าใกล้คนนี้แล้วไม่มีพิษมีภัย

“สมัยนี้คนเกษียณไม่ถือว่าเป็นคนอายุเยอะนะ ยังทำอะไรได้อีกเยอะ อย่างน้อยเราก็เห็นคนอายุยืนขึ้นกันอีก 5 ปี 10 ปี กลัวอย่างเดียวคือการผลัดวันประกันพรุ่ง บางคนคิดว่าเกษียณแล้วพักก่อน รู้ตัวอีกทีกลายเป็นว่าเงินเก็บหมดแล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย

“ผมอยากไปอยู่เชียงราย เพราะที่นั่นอากาศดี ผมเอาเครื่องจักรที่เคยใช้ทำโรงงานกรอบรูปขึ้นไปทิ้งไว้บางส่วน คนงานเขาอาจจะคิดว่าจะ 80 แล้วยังจะมาตั้งเครื่องอะไรอีก แต่ผมคิดแค่ว่าก็คงทำไปเรื่อย ๆ มันไปเมื่อไรก็เมื่อนั้น ถ้าคุณมัวแต่คิดว่าอายุป่านนี้แล้ว ยังจะทำได้อีกกี่วัน มันก็จะมีแต่ความกังวล และทำให้เราไม่สามารถเดินต่อได้ คิดไปก็บั่นทอนเปล่า ๆ

“ความสุขตอนนี้คือไม่มีหนี้สิน ไม่มีอะไรให้ห่วง ลูก ๆ ก็ดูแลตัวเองได้แล้ว ผมไม่ได้มีเงินเก็บมากมาย แต่ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ทั้งชีวิตที่ผ่านมา ผมไม่เคยมีเวลาเป็นของตัวเองเลย ต้องทำงาน รับผิดชอบครอบครัวตลอด กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้ก็ไม่ง่าย การมาทำ Boon’s Hobby ผมก็ไม่ได้กะจะทำเป็นธุรกิจ แค่อยากเอาไม้ที่กองทิ้งไว้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ถ้าวันหนึ่งต้องหยุดทำ ผมคิดว่าคงไม่มีใครมาทำต่อ ลูก ๆ เขาก็มีความชอบของเขา มีชีวิตของเขา ก็ถือว่าให้มันอยู่กับเราและไปกับเราก็แล้วกัน”

ติดตามผลงานของลุงบูรณ์ได้ที่ Boon’s Hobby