ลูกยิ่งเตือน พ่อแม่ยิ่งไม่ฟัง ชวนถอดรหัส ทำไมพ่อแม่เชื่อ “มิจฉาชีพ” มากกว่าลูก

แม่! อย่าไปเชื่อมันนะ บอกกี่ครั้งแล้วว่านี่คือมิจฉาชีพ

เมื่อลูกยิ่งเตือน

พ่อแม่ยิ่งไม่ฟัง

ชวนถอดรหัส ทำไมพ่อแม่เชื่อ “มิจฉาชีพ” มากกว่าลูก?

บทสรุปจากรายการ มนุษย์ต่างวัย Talk สนทนากับ นายแพทย์ธิติพันธ์ ธานีรัตน์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ สังกัดกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ที่จะอธิบายผ่านมุมมองจิตวิทยาว่า ปัญหาการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพของผู้สูงอายุ ไม่ใช่เรื่องเพราะการความรู้ การศึกษา หรือประสบการณ์ แต่คือการถูก “Emotional Hijack” หรือการที่อารมณ์รุนแรงเข้ามาครอบงำกระบวนการคิดและการตัดสินใจ ซึ่งเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้ลดทอนการใช้เหตุผลของเหยื่อ

อารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรงเข้ามาครอบงำการตัดสินใจ ทำให้เราคิดวิเคราะห์ได้แย่ลง

มิจฉาชีพไม่ได้โจมตีเราที่ข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่โจมตีที่ “ความเป็นมนุษย์” ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Emotional Hijack เมื่อเราถูกกระตุ้นด้วยอารมณ์ที่รุนแรง เช่น ความกลัว ความโกรธ หรือความตื่นตระหนก ระบบสมองที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองทางอารมณ์และภัยคุกคามจะทำงานเด่นขึ้น ขณะที่ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ไตร่ตรอง และตัดสินใจอย่างมีเหตุผลอาจลดลง

นี่คือเหตุผลว่าทำไมแม้แต่คนที่มีความรู้สูงก็อาจพลาดให้กับกลโกงได้ โดยมิจฉาชีพมักใช้การกระตุ้น 4 รูปแบบ ได้แก่

– กระตุ้นอารมณ์อย่างเข้มข้น เช่น ความกลัวจากการถูกอ้างว่ามีชื่อพัวพันคดียาเสพติด ความตกใจ ความรัก หรือความดีใจอย่างมาก

– ใช้อำนาจหรือสถานะที่เหนือกว่า เช่น สวมรอยเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อสร้างความยำเกรง หรือสวมรอยเป็นแพทย์ พยาบาล เพื่อแจ้งอุบัติเหตุของคนที่เรารัก

– สร้างความรีบเร่ง บีบให้เหยื่อต้องตัดสินใจภายในเวลาจำกัด เช่น ต้องโอนเงินภายใน 1 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสในการหยุดคิด ทบทวน และตรวจสอบข้อมูล

– อุดช่องว่างของความเหงา โดยศึกษาจุดอ่อนของเหยื่อ แล้วเติมเต็มสิ่งที่ขาด เช่น ความเอาใจใส่และการรับฟังที่อาจหาไม่ได้จากคนในครอบครัว

เมื่ออารมณ์ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจอย่างรอบคอบจึงอาจลดลง

หยุด–เช็ก–คุย ป้องกันพ่อแม่ไม่ให้เป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

การป้องกันที่สำคัญคือการสร้างกติกาที่ตกลงร่วมกันในครอบครัว โดยใช้สูตร 3 คำสั้น ๆ

1. หยุด

เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าอารมณ์เริ่มพุ่งสูง ไม่ว่าจะกลัวมาก ดีใจมาก หรือตกใจมาก ให้หยุดออกจากสถานการณ์นั้นก่อน เช่น “ขอวางสายก่อน เดี๋ยวโทรกลับ” เพื่อให้มีเวลาตั้งสติและกลับมาคิดทบทวนอย่างรอบคอบ

2. เช็ก

ตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่ถูกกล่าวอ้างโดยตรง ผ่านช่องทางหรือหมายเลขโทรศัพท์ทางการอื่น และจำไว้ว่าอีกหนึ่งเบอร์สำคัญคือ สายด่วน 1441 ศูนย์ AOC สำหรับแจ้งเหตุและขอคำปรึกษาเกี่ยวกับภัยออนไลน์

3. คุย

ปรึกษาคนที่ไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ลูกหลาน หรือคนในครอบครัว เพราะสิ่งที่มิจฉาชีพไม่ต้องการคือการที่เหยื่อได้ “ตั้งสติ” และได้รับ “ความเห็นที่สอง” จากคนรอบตัว

เราควรตั้ง “ธงแดง” เป็นกติกาของครอบครัวว่า มี 4 เรื่องที่จะไม่ตัดสินใจหรือดำเนินการโดยลำพัง ได้แก่

– เมื่อมีตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐติดต่อมาเกี่ยวกับคดีความ

– การลงทุนที่อ้างผลตอบแทนสูงผิดปกติ

– การโอนเงินก้อนใหญ่ ในทุกกรณี

– การต้องให้รหัสผ่าน (password) หรือ OTP

ครอบครัวต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย หลังผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อ

เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้น ความเสียหายไม่ได้จบลงเพียงยอดเงินในบัญชี แต่เราต้องรีบปกป้องอีก 3 สิ่งที่ยังเหลืออยู่ให้เร็วที่สุด คือ ความเชื่อมั่นในตนเอง ตัวตนและศักดิ์ศรี และความสัมพันธ์ในครอบครัว

หากลูกหลานตำหนิหรือซ้ำเติม อาจเพิ่มความเครียด ความรู้สึกผิด ความอับอาย หรือความสิ้นหวัง และส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้สูงอายุได้

4 วิธีสื่อสารเพื่อประคองใจผู้สูงอายุ

1. ฟังก่อนแก้ รับฟังเรื่องราวทั้งหมดโดยไม่ขัดจังหวะ เพื่อให้ท่านได้ระบายความรู้สึกและความอัดอั้น

2. ถามก่อนสั่ง แทนที่จะสั่งว่าห้ามทำอะไร ลองถามถึงความรู้สึก เช่น “ตอนนี้แม่กังวลใจเรื่องอะไรที่สุด บอกหนูได้นะ” เพื่อให้ท่านรู้สึกว่าไม่ได้เผชิญปัญหาเพียงลำพัง

3. ช่วยก่อนตำหนิ รีบประสานความช่วยเหลือ เช่น โทร 1441 เพื่อให้ท่านเห็นว่าเราอยู่ข้างเดียวกันและพร้อมแก้ปัญหาไปด้วยกัน

4. เคารพก่อนควบคุม ปฏิบัติต่อท่านในฐานะผู้ใหญ่ที่มีศักดิ์ศรี และมีสิทธิในการตัดสินใจ แม้ในวันที่ท่านทำผิดพลาด

ครอบครัวคือหนึ่งในเกราะป้องกันที่สำคัญ แต่ต้องเป็นครอบครัวที่สร้าง “Safe Zone” หรือพื้นที่ปลอดภัยได้จริง ไม่ใช่เพียงการอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน แต่คือพื้นที่ที่ผู้สูงอายุกล้าบอกเล่าปัญหาและความผิดพลาด โดยไม่ต้องกลัวว่าจะ ถูกตำหนิ ตัดสิน หรือซ้ำเติม

Credits

ผู้เขียน

  • Authorพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสังคมสูงวัยในมุมที่สนุก สร้างสรรค์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทุกวัย

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ