เส้นทางชีวิตที่ดำเนินมาอย่างยาวนานต้องผ่านทั้งทุกข์และสุขมากมาย คุณคิดว่ามีอะไรบ้างที่จะทำให้ใครสักคนใช้ชีวิตยืนยาวอยู่ได้อย่างมีความสุข
ถอดบทเรียนชีวิตของเหล่าผู้อาวุโสที่กำลังเดินทางสู่หนึ่งศตวรรษของชีวิต ว่าพวกเขามีวิธีรับมือกับความสุข ความทุกข์อย่างไรบ้าง ในเส้นทางชีวิตอันยาวไกลนี้ เหตุผลในการ “มีชีวิตอยู่” ของพวกเขาคืออะไร มีอะไรบ้างที่อยากบอกลูกหลานในวันที่พวกเขา “ไม่ได้อยากจะมีชีวิตยืนยาว” แล้วเมื่อมองย้อนกลับไปในอดีตช่วงเวลาไหนที่เป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุดในชีวิตของพวกเขา


“ปีนี้อายุ 92 แล้ว สุขภาพก็ยังแข็งแรงพอใช้ได้ ทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตอย่างปกติ ไม่กังวลอะไร ทำใจให้สบาย ๆ ไม่เครียดอะไรมาก ถ้ายกขึ้นมาได้ ก็วางลงให้ได้
“เรื่องสุขภาพเราต้องดูแลร่างกายให้แข็งแรง เวลากิน ก็ไม่ต้องกินให้อิ่มมาก กินแค่พอประมาณ คนเรากินอิ่มมากไปก็ไม่ดี กินน้อยไปก็ไม่ดี ของทอด ของเค็มก็อย่ากินเยอะมาก เราอายุมากแล้ว เวลานอนก็ต้องนอนเร็วหน่อย การนอนคือการพักผ่อน ทำให้เรามีชีวิตอยู่สบาย
“อายุขนาดนี้แล้วแต่ก็ต้องทำงาน ถึงลูก ๆ ไม่อยากให้ทำก็ต้องทำ เพราะทำงานมันสนุก แต่ถ้าอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไร มันเหงา ส่วนลูกหลานเขาก็มีเป้าหมายของตัวเอง เราทำหน้าที่เป็นกองหลัง คอยสนับสนุนเขาก็พอ
“ทุกวันนี้แค่ตื่นมาทุกเช้า เจอคนเยอะ ๆ ก็มีความสุขแล้ว ได้ดูแลคนไข้ ก็สบายใจแล้ว เราไม่ได้คิดอะไรมากมาย นอกจากอยากทำให้ทุกคนที่ไม่สบายได้หายดีกลับไป เราดูแลคนไข้ทุกคนเหมือนดูแลตัวเราเอง เราถือคติว่าคนไข้ทุกคนเท่ากัน เหมือนกันหมด ไม่ได้แบ่งแยกว่าใครรวย ใครจน ขอให้ลูกหลานทุกคนมีความสุข ตั้งใจทำงาน สร้างเนื้อสร้างตัวได้ด้วยตัวของเขาเอง”


“ดิฉันออกกำลังกายด้วยการเดิน การวิ่ง มาตั้งแต่สมัยทำงาน ทำมาเรื่อย ๆ จนเข้าวัย 62 วันหนึ่งลูกสาวชวนไปเที่ยวด้วย เพราะเขาเห็นว่าแม่ก็ยังแข็งแรง พอไปเที่ยวแล้วแวะถ่ายรูป ปรากฏว่าพอนั่งย่อลงไปแล้วเจ็บเข่า ลุกไม่ขึ้น ก็เลยไปหาหมอ แล้วก็ตรวจเจอว่าเข่าเสื่อม ตั้งแต่นั้นมาก็เลยเปลี่ยนจากการออกกำลังกายด้วยการเดิน-วิ่ง มาเป็นการว่ายน้ำแทน
“พอว่ายน้ำไปเรื่อย ๆ โค้ชก็ชวนไปแข่ง พอแข่งครั้งแรกก็ได้เหรียญทองมาเลย การว่ายน้ำมันดีนะ ช่วยได้ทุกส่วนของร่างกายเลย เราเป็นคนหาความรู้อยู่แล้ว ก็เลยศึกษาว่าอายุมากแล้ว จะอยู่อย่างไรให้แข็งแรง ไม่เป็นภาระ พอดีว่าลูกเป็นหมอ เราเห็นเขาทำงานหนัก อยู่กับความเป็นความตายของคน เราก็เลยคิดว่า เราจะอยู่อย่างไรไม่ให้เป็นภาระ แล้วก็เจอเคล็ดลับง่าย ๆ คือ ‘3อ.’ คือ อ.อาหาร ต้องกินให้ครบ 5 หมู่ กินเพื่ออยู่ ไม่ใช่กินเพื่ออร่อย อ.ออกกำลังกาย และอ.อารมณ์ ซึ่งเป็นข้อที่ฝึกยากหน่อย เพราะเราเป็นคนใจร้อน แต่ทุกวันนี้เราอายุเยอะแล้ว ผ่านชีวิตมาเยอะแล้ว ขอเป็นคนที่ทำความเข้าใจลูกหลานเอง ดูแลตัวเองไม่ให้เป็นภาระ เพราะถ้าเราแข็งแรง ลูกก็ไม่ต้องเป็นห่วง ช่วยลดภาระให้คุณหมอ พอไม่ต้องไปหาหมอบ่อย ๆ ก็ช่วยลดภาระให้รัฐด้วย
“เราอายุมากแล้ว เป้าหมายก็มีแค่อย่าเดือดร้อนลูกหลาน อย่าเดือดร้อนสังคม เกิดมาเเล้วคิดดี ทำดี รู้หน้าที่ คนในสังคมส่วนใหญ่จะมองว่า ‘หน้าที่ไม่รับรู้ แต่สิทธิเอา’ ถ้าเรารู้หน้าที่ตัวเอง เป็นผู้ให้ ดีกว่าไปเบียดเบียนผู้อื่นสังคมและประเทศก็จะเจริญก้าวหน้า”


“ทุกวันนี้ยังลงมาขายของทุกเช้า พอลูกค้าเข้ามาก็ดีใจ เวลาลูกค้ามาซื้อของ เราก็เล่าเรื่องเศษกระเบื้องถ้วยชามแต่ละชิ้นว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เห็นเด็ก ๆ เข้ามาเราก็ดีใจ เราก็มีความสุข
“ยายมีลูกสาวคนเดียว ดูแลแม่อย่างดี พอเขาแต่งงาน ลูกเขยก็ดูแลดีมาก พอมีหลาน หลาน ๆ เขาก็ดูแลดี ทำอาหารที่ยายชอบ แล้วก็เรียกไปกิน ถ้าถามว่าเราดูแลลูกหลานอย่างไร เราไม่ไปก้าวก่ายชีวิตเขา แต่มีเรื่องอะไรก็มาคุยได้ ถ้าเขามีปัญหาเราก็ช่วยเขาแก้ แต่ไม่ไปดุเขา ไปต่อว่าเขา
“สุดท้ายทุกคนก็ต้องจากโลกนี้ไป สู้กันไป แต่ยายอยากอยู่ 200 ปีนะ อยู่เป็นเพื่อนลูกหลาน อยู่ให้เขาเห็นเป็นตัวอย่าง เป้าหมายของเราคืออยากให้ลูกหลานมีจิตใจที่ผ่องใส ถ้าเขามีคู่ครอง มีครอบครัว ก็ให้รักใคร่ปรองดองกัน อย่าทะเลาะ อย่าโกรธกัน เราต้องใช้ชีวิตให้มีความสุข ไม่คิดจุกจิก เราไม่เคยบ่นลูกหลานนะ มีแต่คนอื่นบ่นให้เราฟัง เราก็แนะนำเขาว่าต้องใจกว้าง ๆ อย่าไปใส่เรื่องจุกจิก”
Stage มนุษย์ต่างวัย Fest 2026
Sessions: ศิลปะการดำเนินชีวิตในวัยใกล้ 100
ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตอันล้ำค่า โดย
อากง – ประกอบ กอร์ปอริยจิต หมออากงจากร้านยาจีนโบราณ “กุยลิ้มฮึ้ง” วัย 92 ปี ที่ปัจจุบันยังคงตรวจแมะ จับชีพจรซักประวัติรักษาคนไข้
คุณยายตุ่น – อัญญวีณ์ สมานคติวัฒน์ นักกีฬาว่ายน้ำหญิงทีมชาติไทยที่เริ่มว่ายน้ำตอนอายุ 60 ปี จนถึงปัจจุบันในวัย 86 ปี
คุณย่ามาลัย – มาลัย ปรีชานิลชัยศรี เจ้าของร้าน อิสเทิร์นแอนติค เครื่องประดับจากเศษกระเบื้อง ที่ยังลุกขึ้นมาเปิดร้านทุกวัน แม้จะอยู่ในวัย 91 ปี
















