เกิดดี อยู่ดี แก่ดี และตายดีที่บึงยี่โถ เทศบาลเมืองที่เชื่อว่าคนทุกวัยมีสิทธิและมีค่าเท่าเทียมกัน จนได้รับรางวัลระดับเอเชีย

ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัยตั้งแต่ปี 2548 ถึงแม้ว่าในเวลานั้นสัดส่วนผู้สูงอายุของชุมชนบึงยี่โถยังถือว่าไม่สูงมากเท่าไร แต่ ผู้นำชุมชนในขณะนั้นก็ไม่ละเลยหรือไม่ใส่ใจให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ นั่นเป็นเพราะเขาเริ่มเห็นแนวโน้มของความเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นการที่จำนวนเด็กค่อย ๆ ลดลง การขยายตัวของเมืองที่ทำให้จำนวนผู้สูงอายุในชุมชนเพิ่มขึ้น วิถีชีวิตของผู้สูงอายุ รวมทั้งปัญหาสุขภาพและความเสื่อมของร่างกายของคนใกล้ตัว

นับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา เทศบาลเมืองบึงยี่โถจึงค่อย ๆ ถูกเปลี่ยนจากเมืองที่พักอาศัยให้กลายเป็นบ้านที่อบอุ่นและเป็นมิตรสำหรับคนทุกวัย ภายใต้การดูแลของ คุณรังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบึงยี่โถ ที่เชื่อว่าคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุจะเกิดขึ้นได้ เริ่มจากการเตรียมพื้นที่ให้พร้อมทำสำหรับการเกิดดี อยู่ดี แก่ดี และตายดีสำหรับทุกคน 

เกิดดี อยู่ดี แก่ดี และตายดีที่บึงยี่โถ เทศบาลเมืองที่เชื่อว่าคนทุกวัยมีสิทธิและมีค่าเท่าเทียมกัน จนได้รับรางวัลระดับเอเชีย

ในวันที่ท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมจะแบกรับภาระด้านสาธารณสุข ที่บึงยี่โถกลับมองเห็นว่า ‘สุขภาพ’ คือพื้นฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตที่ดี และ ‘ความสุข’ คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้สูงอายุยังสัมผัสถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ เพราะเขายังมีกิจกรรมมากมายรอให้ทำ มีเพื่อน ๆ ที่รอให้เขาไปเจอ ไปพูดคุย มีคนที่อยากได้ความรู้และทักษะที่พวกเขาเคยมี นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานเพื่อสร้างเมืองที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุและคนทุกวัยให้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

กว่าจะเป็นชุมชนเพื่อผู้สูงอายุ

ปัจจุบันเทศบาลเมืองบึงยี่โถมีผู้สูงอายุประมาณ 6,000 คน  80% เป็นผู้สูงอายุในกลุ่มที่ยังแข็งแรงอยู่ (Active Aging) และเป็นกลุ่มที่อาศัยอยู่ลำพังประมาณ 2,000 คน แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว จำนวนผู้สูงอายุในชุมชนยังมีน้อย ถ้าถามว่าตอนนั้นคนในชุมชนมีมุมมองต่อผู้สูงอายุอย่างไร ก็ต้องบอกว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่ยึดหลักความอาวุโส เราเคารพนับถือผู้สูงอายุอยู่แล้ว แต่การดูแลผู้สูงอายุก็ยังเป็นเรื่องในครอบครัวอยู่ ถามว่าคนอื่นสนใจที่จะไปดูแลหรือเปล่าก็คงไม่ ทุกคนก็อยู่บ้านใครบ้านมัน แต่พอช่วงหลัง ๆ มา เศรษฐกิจมันรัดตัว ความเป็นเมืองสูงขึ้น คนจากที่อื่นก็ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในชุมชนเรามากขึ้น 

“บางคนก็ย้ายมาเพื่อจะอยู่ที่นี่ตอนแก่ หรือบางคนแก่แล้วก็ย้ายมาที่นี่ เพราะพื้นที่แถวนี้มันเป็นแหล่งที่พักอาศัยใหม่ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ คนเก่าแก่ในชุมชนเหลืออยู่แค่ 10% แต่คนที่ย้ายเข้ามาอยู่ใหม่มีมากถึง 90% สิ่งที่เกิดขึ้นคือบ้านหลังหนึ่งอาจจะมีคนอยู่ 4 คน แต่ช่วงกลางวันลูกหลานก็ออกไปทำงาน ไปโรงเรียนกันหมด เลยกลายเป็นว่าผู้สูงอายุต้องอยู่บ้านคนเดียวเหงา ๆ เหมือนเขาถูกทอดทิ้ง พอเขาจะออกไปข้างนอก ลูกหลานก็จะบอกว่าอย่าออกจากบ้านไปคนเดียว มันอันตราย เดี๋ยวไปล้มข้างนอก

มันก็แปลกดีนะ ทั้ง ๆ ที่ตอนอายุ 59 ที่เขายังไม่เกษียณ เขาก็ยังไปไหนมาไหนได้ปกติ ยังดูแข็งแรงดีอยู่ แต่พอ 60 ปุ๊บ มันเหมือนถูกมองโดยอัตโนมัติว่าเป็นคนแก่ทันที ทีนี้พอเขาไม่ได้ออกไปไหน คนกลุ่มนี้ก็จะรู้สึกเหงา เศร้า ถ้าปล่อยไว้ก็คงไม่ดี ตอนนั้นเราก็เลยคิดที่จะทำชมรมผู้สูงอายุขึ้นมา เพราะเราต้องการให้ทุกคนออกมามีส่วนร่วม ซึ่งพอคนออกมาแล้วเราก็จะสร้างเครือข่ายในชุมชนได้

เกิดดี อยู่ดี แก่ดี และตายดีที่บึงยี่โถ เทศบาลเมืองที่เชื่อว่าคนทุกวัยมีสิทธิและมีค่าเท่าเทียมกัน จนได้รับรางวัลระดับเอเชีย

ขยายเครือข่ายพันธมิตรเพื่อสร้างชีวิตไม่ติดบ้าน

“ก่อนหน้านี้เราเสียงบประมาณไปโดยไม่คุ้มค่า เพราะการทำงานของภาครัฐส่วนใหญ่ก็มักจะคิดแล้วทำเลย โดยไม่ได้ถามความต้องการของผู้สูงอายุในชุมชนก่อน พอเราจัดอบรมให้คนมาฟัง บางคนเขาชอบฟัง เขาก็มา แต่ปัญหาก็คือจัดกี่ครั้งก็มีแต่คนหน้าเดิม ๆ ทั้งนั้น กลายเป็นว่าเราไม่ได้ขยายเครือข่ายอะไรเลย เราก็เลยไปขอให้ทางคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ามาช่วยออกแบบและจัดกิจกรรมให้ แล้วเราก็เลยรู้ว่าพวกกิจกรรมที่เราจัดก่อนหน้านี้ ไม่ได้ตอบโจทย์ผู้สูงอายุ เขาไม่ได้ต้องการ อีกอย่างคือเขาอยากได้กิจกรรมที่ทำได้ต่อเนื่อง ทุกวัน ทุกเวลาที่เขาว่าง ไม่ใช่จัดเดือนละครั้ง

“หลังจากนั้นเราก็ค่อย ๆ สร้างเครือข่ายมาเรื่อย ๆ เพราะความตั้งใจของเราคือไม่อยากให้ผู้สูงอายุอยู่ติดบ้าน พอจัดกิจกรรมไปสักพัก ลูกหลานเขาก็เริ่มไว้วางใจ ปล่อยให้พ่อแม่มาทำกิจกรรมกับเรา  เพราะเขาเห็นว่าพ่อแม่เขาดูแข็งแรงขึ้น เมื่อก่อนเขาจะโทรหาพ่อแม่เช้า กลางวัน เย็น แต่เดี๋ยวนี้นาน ๆ ครั้งถึงจะโทรมาคุยสักที

เราทำ Pocket Park (สวนสาธารณะขนาดเล็กในเมืองหรือพื้นที่ชุมชน) เพราะอยากให้ทุกคนมาออกกำลังกาย จากสถิติที่เรามีอยู่เราพบว่ามีคนลงทะเบียนผู้ป่วยในพื้นที่ชุมชนอยู่ประมาณ 100,000 กว่าคน และมีตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ที่ส่วนใหญ่ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และมีชีวิตประจำวันที่ต้องกินยาอยู่ตลอด 

“เรามีการจัดทีมสหวิชาชีพคอยให้คำแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพและโภชนาการ เช่น การแนะนำลูกหลานให้เปลี่ยนเมนูของพ่อแม่ ไม่ใช่พ่อแม่ชอบกินแกงกะทิ ก็ซื้อให้กินทุกวัน หรือการแนะนำให้คนเลิกกินผักสดบางชนิดแล้วเปลี่ยนมากินผักต้มแทน เพื่อเลี่ยงปริมาณโพแทสเซียมที่สูงจนอาจทำให้เกิดโรคไตได้ ส่วนผู้สูงอายุกลุ่มที่ออกมาข้างนอกไม่ไหว เราก็มีทีมไปดูแลและให้คำแนะนำถึงที่บ้าน

พอเรามีทีมที่เข้าไปเยี่ยมบ้านเป็นประจำ เราก็รู้ว่าใครที่อยู่ได้ โดยไม่ต้องการหมอเข้าไปตรวจ ซึ่งเราก็จะจัดทีมชุดเล็กเข้าไปเยี่ยมแทน เราค้นพบว่าผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังมีอยู่เป็น 1,000 คน ซึ่งตอนนี้เราก็กำลังคิดอยู่ว่าจะหาวิธีการหรือเทคโนโลยีแบบไหนมาช่วยในการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มนี้ให้ได้มากขึ้น

เกิดดี อยู่ดี แก่ดี และตายดีที่บึงยี่โถ เทศบาลเมืองที่เชื่อว่าคนทุกวัยมีสิทธิและมีค่าเท่าเทียมกัน จนได้รับรางวัลระดับเอเชีย

เรามี 60’bar เป็นห้องคาราโอเกะให้ผู้สูงอายุเข้ามาร้องเพลงได้ เรามีการอบรมให้ความรู้ในการป้องกันสแกมเมอร์ มีการสอนช่างชุมชน ฝึกทำงานไฟฟ้า งานประปา บ้านข้างเคียงมีอะไรพัง เขาก็รับซ่อมให้ คิดค่าแรงนิดหน่อย  คนในชุมชนก็ไว้วางใจ เพราะรู้จักคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่ พอทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จำนวนผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพาคนอื่นก็ลดลง เพราะเราไปลงพื้นที่กันทุกวัน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะช่วงแรก ๆ หมู่บ้านต่าง ๆ เขาไม่อนุญาตให้เราเข้าด้วยซ้ำ เพราะเขายังไม่เชื่อมั่นในทีมเรา แต่เดี๋ยวนี้ทุกหมู่บ้านโอเคหมดแล้ว” 

เกิดดี อยู่ดี แก่ดี และตายดีที่บึงยี่โถ เทศบาลเมืองที่เชื่อว่าคนทุกวัยมีสิทธิและมีค่าเท่าเทียมกัน จนได้รับรางวัลระดับเอเชีย

Strong Model การดูแลที่เริ่มตั้งแต่ ‘ยังแข็งแรง’

Strong Model เป็นแนวคิดที่ทำร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อใช้ในการดูแลคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ให้มีความพร้อมในทุกด้าน คำว่า ‘STRONG’ มีที่มาจาก

S : Socialization – มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

T : Treatment – มีการบำบัดที่ดี

R : Recreation – มีกิจกรรมนันทนาการ

O : Opportunity – มีโอกาสในการเรียนรู้และยังประโยชน์เพื่อผู้อื่นและส่วนรวม

N : Nutrition – มีการดูแลด้านอาหารและโภชนาการ

G : Group – มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมและดูแลซึ่งกันและกัน

ดังนั้น STRONG จึงสื่อความหมายถึง ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ มีความสามารถในการทำประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม ซึ่งแนวคิดนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนการยกระดับการจัดบริการเพื่อผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีมาตรฐาน มีประสิทธิภาพ และช่วยพัฒนาผู้สูงอายุไทยให้มีศักยภาพ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสามารถในการทำประโยชน์เพื่อสังคม 

“โมเดลนี้ประกอบด้วยบริการต่าง ๆ ที่จัดขึ้นเพื่อผู้สูงอายุที่เน้นทั้งการดูแลรักษาและการส่งเสริมคุณภาพชีวิต เรามีบริการครบวงจร ตั้งแต่ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุทั้ง 3 ศูนย์ ที่ให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพและจัดกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรงอยู่ เรามีศูนย์สันทนาการและฟื้นฟูผู้สูงอายุบึงยี่โถ ซึ่งเป็นศูนย์ดูแลแบบ Day Care ที่มีบริการสำหรับผู้ที่ต้องการการดูแลพิเศษ มีรถรับ-ส่งถึงบ้าน พร้อมอาหารและกิจกรรม เพื่อยืดระยะเวลาการก้าวเข้าสู่ภาวะติดเตียงของผู้สูงอายุ ไปจนถึง Nursing Home สำหรับผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องอยู่ในความดูแลตลอด 24 ชั่วโมง หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็นการจัดบริการการดูแลแบบครบวงจรที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

ปี 2564 เราส่ง Strong Model เข้าไปประกวดที่ญี่ปุ่น และได้รางวัล Grand Prize (ชนะเลิศ) ประเภทโครงการริเริ่มโดยชุมชน (Community-based initiatives) ในงาน “Healthy Aging Prize for Asian Innovation” ที่จัดโดยสถาบันวิจัยเศรษฐกิจสำหรับอาเซียนและเอเชียตะวันออก (ERIA) กับศูนย์แลกเปลี่ยนระหว่างประเทศญี่ปุ่น (JCIE) ภายใต้การอุปถัมภ์ของรัฐบาลญี่ปุ่น ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในเอเชีย (AHWIN)” 

เกิดดี อยู่ดี แก่ดี และตายดีที่บึงยี่โถ เทศบาลเมืองที่เชื่อว่าคนทุกวัยมีสิทธิและมีค่าเท่าเทียมกัน จนได้รับรางวัลระดับเอเชีย

เมืองและชุมชนที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่แรกของไทย “ตอนเริ่มสร้างอาคาร ถ้าเราคำนึงถึงผู้สูงอายุ เราจะทำทุกอย่างตามมาตรฐาน Universal Design อยู่แล้ว ห้องน้ำต้องมีราวจับ ประตูต้องกว้างพอให้เข็นรถเข็นเข้าได้ ความสูงของบันไดแต่ละขั้นก็ต้องไม่เกินมาตรฐาน ทีนี้พอเราส่งรายละเอียดต่าง ๆ เข้าไปให้ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งพอเขามาตรวจสอบ เราก็ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด และได้รับการตอบรับเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองและชุมชนที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ Age-friendly City/Community ขององค์การอนามัยโลก WHO ในฐานะสมาชิก แห่งแรกของประเทศไทย เพราะเราทำทุกอย่างตรงตามสิ่งที่เขาสนับสนุน นั่นคือการสร้างพื้นที่ที่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้สูงอายุกับผู้พิการเท่ากับทุกคน

“เราให้เกียรติพวกเขาเสมอ ไม่ว่าจะไปที่ไหน เราก็จะพยายามทำให้เขาสะดวกมากที่สุด บ้านไหนไม่มีวีลแชร์ เราเอาไปให้ ถ้าเขาเดินไม่ได้ ติดเตียง เราให้ยืมเตียง จากเดิมที่เรามีเตียงแค่ 2-3 เตียง ทุกวันนี้เรามีเตียงเป็น 100 เพราะมีคนบริจาคมาให้ เราได้แพมเพิร์สมา เราก็ส่งไปตามโรงพยาบาล ตามมูลนิธิเด็กอ่อน เราพยายามกระจายไปที่ต่าง ๆ เพื่อให้มันเกิดประโยชน์กับคนที่ต้องการใช้และมีความจำเป็นจริง ๆ เรามีมูลนิธิข้างเตียงเคียงกันซึ่งเป็นสับเซตของเทศบาล เวลามีความช่วยเหลืออะไรเข้ามาก็แล้วแต่ เราจะพิจารณาลำดับการให้ความช่วยเหลือจากเกณฑ์ความสูงอายุและรายได้ก่อน ถ้าสูงอายุด้วยและยากจนเขาจะได้รับความช่วยเหลือก่อนคนอื่น

ที่นี่มีแคร์กิฟเวอร์ มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ใครมีจิตสาธารณะก็เข้ามาทำได้ เรามีหุ่นยนต์ช่วยเดิน สำหรับผู้ป่วยสโตรกที่สั่งซื้อมาจากยุโรป ซึ่งเป็นตัวแรกในประเทศ เรามีบริการแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีน มีศูนย์กายภาพบำบัด ศูนย์ดูแลผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม เพราะถ้าเช็กจริง ๆ คนอายุ 40 บางคนก็เริ่มมีภาวะแล้ว แล้วบางคนเป็นอัลไซเมอร์ด้วยและต้องอยู่คนเดียวด้วย ซึ่งเรากำลังมองหาวิธีการที่เหมาะสมในการดูแลคนกลุ่มนี้ให้ดีขึ้น และมีระบบออดไซเรนติดหน้าบ้าน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินกับผู้สูงอายุ ถ้ากดปุ่ม เสียงก็จะดังขึ้น เพื่อให้เพื่อนบ้านและ อสม. สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันเวลา และในเดือนหน้าก็กำลังจะเปิดให้บริการอาคารพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุแบบครบวงจร (Senior Complex) ด้วย

เกิดดี อยู่ดี แก่ดี และตายดีที่บึงยี่โถ เทศบาลเมืองที่เชื่อว่าคนทุกวัยมีสิทธิและมีค่าเท่าเทียมกัน จนได้รับรางวัลระดับเอเชีย

คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงวัย เริ่มได้จาก ‘ท้องถิ่น’ 

“เราทำงานตรงนี้มา 19 ปี สิ่งที่เห็นคือถ้าท้องถิ่นใส่ใจและเข้าใจบริบทพื้นที่จริง ๆ เราจะเปลี่ยนสังคมได้ ผมหวังว่าวันหนึ่งเราคงจะแข็งแรงเหมือนอย่างประเทศญี่ปุ่น ที่เขาสามารถดูแลตัวเอง มีระบบกองทุนที่สนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ แต่สำหรับประเทศไทยสิ่งที่ตอบโจทย์เรื่องนี้ได้มากที่สุดในตอนนี้คือหน่วยงานท้องถิ่น เพราะเป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ประชาชนที่สุด ทุกวันนี้ความเป็นเมืองมันค่อย ๆ ขยายตัวเข้าไปในชุมชนเรื่อย ๆ ซึ่งมันไปพร้อมกับการพาผู้สูงอายุเข้าไปด้วย เรามีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กระจายตัวกันอยู่ในชุมชนต่าง ๆ กว่า 8,000 แห่ง ถ้าท้องถิ่นไม่ดูแล แล้วเขาจะใช้ชีวิตกันอย่างไร

“การที่เราเปลี่ยนพื้นที่และออกแบบกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้ผู้สูงอายุออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน ทำให้ผู้สูงอายุแข็งแรงขึ้น บางคนเป็นโรคประจำตัว เคยกินยาเยอะ ก็สามารถลดปริมาณการกินยาลงได้ บางคนก็มาอบรมทำขนมกับเราจนสามารถไปเป็นวิทยากรสอนคนอื่นต่อได้ บางคนก็ชอบมาใช้เวลาอยู่กับเพื่อน ๆ ลูกหลานเขาก็ให้ความไว้วางใจให้พ่อแม่เขามาทำกิจกรรมกับเรา

ในฐานะคนทำงาน เวลาเราทำอะไรสำเร็จ เราก็ดีใจ ไม่ใช่ตัวเราเอง ทีมที่ทำงานทุกคนด้วย เราได้เห็นผู้สูงอายุร่าเริง ร่างกายแข็งแรง 80 กว่าแล้วยังขี่จักรยานไปไหนมาไหนเองได้อยู่ พอเขามีความสุข ลูกหลานก็มีความสุข ผู้สูงอายุที่อยู่ต่างหมู่บ้านกัน สถานะทางสังคมต่างกันก็เป็นเพื่อนกันได้ เพราะเขามาทำกิจกรรมด้วยกัน เขาก็ไม่ได้แบ่งแยกอะไร ซึ่งมันก็ทำให้เขาภูมิใจที่ได้รับการยอมรับจากสังคม” 

เกิดดี อยู่ดี แก่ดี และตายดีที่บึงยี่โถ เทศบาลเมืองที่เชื่อว่าคนทุกวัยมีสิทธิและมีค่าเท่าเทียมกัน จนได้รับรางวัลระดับเอเชีย

สร้างพื้นที่ที่เชื่อมคนทุกวัยไว้ด้วยกัน  

“ทุกวันนี้ผมเป็นคนที่นี่ไปแล้ว คิดว่าจะทำงานต่ออีกสัก 3 ปีก็คงจะเกษียณแล้ว ตอนนี้สิ่งอำนวยความสะดวกและระบบสาธารณสุขพื้นฐาน เราก็วางโครงสร้างไว้หมดแล้ว ถ้าถามว่าอยากได้อะไรอีกก็ตั้งใจว่าจะทำ ‘ศูนย์ 3 วัย’ เพื่อเป็นพื้นที่ให้เด็ก คนทำงาน และผู้สูงอายุได้มาใช้เวลาร่วมกัน มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น สระว่ายน้ำ คาเฟ่ ศูนย์ศิลปะป้องกันตัว ฟิตเนส ฯลฯ และเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมของคนในชุมชน เราตั้งใจให้พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่คนทุกวัยมาทำกิจกรรมร่วมกันได้ ไม่ได้ทำเพื่อเอาไว้ขายของ แต่ทำเพื่อขายความสุขให้กับชุมชน

“ทุกวันนี้คนมาดูงานที่นี่ปีหนึ่งเกือบ 200 คณะ ซึ่งทุกคนก็คงอยากเอากลับไปทำในชุมชนของตัวเอง อย่างน้อยที่สุดการที่พวกเขาได้เริ่มต้น ก็ทำให้ผู้สูงอายุในหลาย ๆ พื้นที่รู้สึกว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพวกเขาดีขึ้น จากเดิมที่ไม่ได้มีใครมาสนใจเท่าไร ลูกหลานเขาก็ดีใจที่มีคนมาช่วยดูแลพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ของเขา

“ผมบอกเสมอว่าอย่าก็อบปี้ภาพที่เห็นไปทั้งหมด แต่ให้เริ่มจากก้าวแรก คือเดินไปถามประชาชนในพื้นที่ของคุณว่าเขาต้องการอะไร อย่างชุมชนชาวเขา เขาก็คงไม่ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หรอก เพราะเขาเดินข้ามเขาเป็นลูก ๆ ชุมชนในภาคอีสาน ก็ต้องให้ความรู้เรื่องโซเดียม การกินเค็มจัด ฯลฯ ทำกิจกรรม โครงการต่าง ๆ ให้เหมาะสมตามความต้องการของชุมชนและบริบทของพื้นที่

ทุกวันนี้ที่บึงยี่โถประสบความสำเร็จได้ ก็เพราะความร่วมมือจากประชาชน จากผู้นำชุมชนทุกหมู่บ้าน ที่เขาเชื่อมั่นในตัวเรา ในทีมงานของเรา เพราะเขาคงเห็นว่า สิ่งที่เราทำ เราทำเพื่อให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทุกอย่างที่เราทำ เราไม่ได้ทำเพราะอยากให้ทุกคนอายุยืนยาวขึ้น เราแค่หวังที่จะ ‘ชะลอช่วงเวลาติดเตียงให้เกิดขึ้นช้าและอยู่สั้นที่สุด’ ยิ่งถ้าทุกคนออกกำลังกาย และมีกิจกรรมทางสังคมอยู่เสมอ ก็จะยิ่งมีช่วงเวลาที่แข็งแรงได้นานขึ้น ชีวิตก็จะมีความสุขไปได้ตลอดอายุขัยที่มีอยู่ จนถึงวันที่ร่างกายถดถอยลงและจากไปด้วยโรคชรา”

Credits

Author

  • มนุษย์ต่างวัย

    Authorพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสังคมสูงวัยในมุมที่สนุก สร้างสรรค์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทุกวัย

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ