“คุณอยากมีอายุยืนยาวถึงเท่าไหร่ ?”
นี่คือคำถามแรกที่ประสาน อิงคนันท์ ผู้ก่อตั้งเพจมนุษย์ต่างวัย ถามผู้เข้าร่วมงานมนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ใน Session เปิดงานมนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ‘ลองGEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม’
คำถามนี้อาจดูธรรมดา แต่ในวันที่โลกกำลังกลายเป็นสังคมอายุยืน (Longevity) มากขึ้นเรื่อย ๆ คำถามที่ว่านี้กลับมีความหมายมากกว่าที่คิด เพราะการมีชีวิตยืนยาวไม่ใช่เรื่องเฉาพะผู้สูงวัยอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็นเรื่องของคนทุกวัย
“คนที่ต้องคิดเรื่องการมีอายุยืนน่าจะเป็นคนอายุน้อยด้วยซ้ำไป เพราะแนวโน้มบอกว่า พวกเขาจะต้องมีอายุยืนยาวกว่าคนรุ่นพ่อรุ่นแม่”
คุณประสานกล่าวว่า ในวันที่มนุษย์มีแนวโน้มจะมีชีวิตยืนยาวขึ้น สิ่งที่ทำให้หลายคนกังวลคือ 4 ความท้าทายที่มาพร้อมกับการต้องอยู่นานขึ้น
“จากที่มนุษย์ต่างวัยได้คุยกับผู้คนมากมาย พบว่าความกลัว ๆ หลักๆ หากต้องมีชีวิตยืนยาวมี 4 เรื่อง คือ
กลัวการเจ็บป่วยและสุขภาพไม่ดีในวันที่อายุมากขึ้น
กลัวมีเงินไม่พอใช้
กลัวการใช้ชีวิตไปวัน ๆ อย่างไม่มีเป้าหมาย รู้สึกชีวิตไม่มีคุณค่า
กลัวตกยุคและปรับตัวไม่ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ความกังวลเหล่านี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดงานมนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ภายใต้แนวคิด “ลอง GEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม
“เพราะคำถามสำคัญของการมีอายุยืน ไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะมีชีวิตยืนยาวไปถึงกี่ปี แต่อยู่ที่ว่า หากเราต้องมีชีวิตยืนยาวขึ้น เราจะใช้เวลาที่เพิ่มขึ้นนั้นอย่างไรให้มีคุณภาพ มีความหมาย และมีความสุข”
มนุษย์ต่างวัยจึงนำเสนอแนวคิดการใช้ชีวิตในสังคมอายุยืนผ่าน 4 Span หรือ 4 มิติสำคัญของการมีชีวิตที่ดี ได้แก่
Health Span — มีสุขภาพแข็งแรงและใช้ชีวิตได้อย่างอิสระให้นานที่สุด
Wealth Span — มีความมั่นคงทางการเงินเพียงพอสำหรับชีวิต
Skill Span — เรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ เพื่อปรับตัวให้ทันโลกที่เปลี่ยนแปลง
Joy Span — มีความสุข ใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย และยังคงสนุกกับการใช้ชีวิตในทุกช่วงวัย
ตลอด 3 วันของงาน ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสเนื้อหาเหล่านี้ผ่านพื้นที่กิจกรรมทั้ง 7 โซน ไม่ว่าจะเป็น Stage,Workshop,Exhibition,Playground,Health Check และกิจกรรมอีกมากมายที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทุกคนมองเห็นภาพของการใช้ชีวิตในระยะยาวได้ชัดเจนขึ้น
“เราไม่อยากให้งานมนุษย์ต่างวัย Fest 2026 เป็นเพียงแค่งานอีเวนต์ที่จัดขึ้นเพียง 3 วันแล้วก็จบไป แต่ผมอยากให้งานนี้เป็นวาระทางสังคม ที่ชวนให้คนทุกภาคส่วนกลับมาคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง เราต้องการชวนให้ทุกคนกลับมาวางแผน วางเป้าหมาย และออกแบบชีวิตของตัวเองใหม่ ว่าถ้าเรามีชีวิตยืนยาวขึ้น เราอยากใช้ชีวิตแบบไหน”
แต่การจะทำสิ่งนี้กลายเป็นวาระทางสังคม ให้ทุกคนตื่นตัว ตระหนักรู้ได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะผู้สูงอายุ แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคธุรกิจ องค์กร ชุมชน หรือคนธรรมดาทั่วไป เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทุกคนกำลังเดินเข้าสู่สังคมที่ผู้คนมีชีวิตยืนยาวขึ้นพร้อมกัน
เพราะการเตรียมตัวสำหรับสังคมอายุยืน ไม่ใช่เรื่องของอนาคตที่อยู่ไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องที่เราทุกคนสามารถเริ่มต้นลงมือทำได้ตั้งแต่วันนี้
















