จดหมายรักถึงอาม่า (Dear You) ภาพยนตร์จีนแต้จิ๋วสุดอบอุ่นแห่งปี ที่จะทำให้คุณรู้สึกโชคดี ที่ยังมีคนให้คิดถึง

ในวันที่หลายคนต้องจากบ้าน จากครอบครัวมาไกล เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคง ทำให้พ่อแม่ ลูกหลานใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย ไม่ต้องลำบาก หรือเพื่อทำความฝันที่ตั้งใจไว้ให้กลายเป็นความจริงขึ้นมาได้สักครั้งในชีวิต แต่ไม่ว่าคุณจะจากบ้านมาด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ เราเชื่อว่าคุณคงเคยคิดถึงบ้าน และคงมีใครบางคนที่กำลังคิดถึงคุณอยู่เช่นกัน

มนุษย์ต่างวัยชวนดู ‘จดหมายรักถึงอาม่า (Dear You)’ ภาพยนตร์จีนแต้จิ๋วที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวจีนโพ้นทะเลที่ออกเดินทางไกลเพื่อมาสร้างชีวิตใหม่ในต่างแดน และถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของความคิดถึง ความรัก และความหวัง ผ่าน ‘โพยก๊วน’ หรือ ‘จดหมายพร้อมเงิน’ ของ ‘แต้บักเซ็ง’ ชายชาวซัวเถา ประเทศจีน ที่ส่งให้กับ ‘ซกยิ้ว’ ภรรยาที่เขารักสุดหัวใจ เพื่อบอกให้คนที่รออยู่รู้ว่าคนที่จากบ้านมาไกลยังปลอดภัยดี

เวลาผ่านพ้นไปหลายสิบปี วันหนึ่งหลานชายของแต้บักเซ็ง ได้เดินทางมาที่เมืองไทยเพื่อตามหาอากงที่จากบ้านมาไกล แต่กลับพบความจริงว่าอากงของตัวเองได้จากโลกนี้ไปตั้งนานแล้ว หลานชายของเขาจึงตามเรื่องราวต่อว่าแล้วทำไมถึงยังมีจดหมายและข้าวของต่าง ๆ ส่งไปให้อาม่าซกยิ้วและครอบครัวอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีหลังจากที่อากงได้จากไปแล้ว

จดหมายรักถึงอาม่าเป็นม้ามืดที่พลิกประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์จีน ด้วยการสร้างปรากฏการณ์ทำรายได้ทะลุหลักพันล้านบาท พร้อมขึ้นแท่นภาพยนตร์จีนที่ได้คะแนนรีวิวสูงสุดบนหลายแพลตฟอร์มในปีนี้ กำกับและร่วมเขียนบทโดย ‘หลานหงชุน’ และมีนักแสดงชาวไทยที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี อย่าง ‘อาม่าแต๋ว’ อุษา เสมคำ จากภาพยนตร์เรื่องหลานม่าร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

สำหรับคนที่จากบ้านมาไกล หรือกำลังคิดถึงใครบางคนอยู่ เราอยากชวนคุณไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้ ถึงแม้ว่าเรื่องราวในภาพยนตร์อาจเรียบง่าย ธรรมดา ไม่มีเอฟเฟกต์พิเศษ หรือตัวละครลับอะไรให้ตื่นเต้น แต่เรื่องราวเหล่านั้น อาจทำให้หลายคนคิดถึงความทรงจำบางอย่าง หรือใครบางคนที่มีความหมายกับชีวิต และอาจทำให้หัวใจของคุณอบอุ่นขึ้นมาได้บ้าง เพราะรู้ว่าวันนี้คุณยังมีคนให้คิดถึงอยู่

อย่าปล่อยให้ความง่ายทำให้ความคิดถึงไม่เคยถูกส่งไปถึง

การสื่อสารในสมัยก่อนไม่ได้ง่ายดายและรวดเร็วเหมือนกับการสื่อสารในทุกวันนี้ ที่นึกถึงกันก็ส่งข้อความไปบอก กดโทรหา หรือแม้แต่วิดีโอคอลให้เห็นหน้ากันตอนนั้นเลยก็ได้ แต่สมัยก่อนที่เทคโนโลยียังไม่เจริญก้าวหน้า และความยากลำบากของชีวิตทำให้การจะส่งความคิดถึงแต่ละครั้งเต็มไปด้วยข้อจำกัดมากมาย

อย่างในภาพยนตร์เรื่องนี้ กว่าจะส่งโพยก๊วนแต่ละฉบับกลับบ้านได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีทั้งเรื่องของความยากลำบากในการทำมาหากินในต่างแดน ที่กว่าจะเก็บเงินได้ครบตามจำนวนเพื่อส่งกลับบ้านได้ การเข้าไม่ถึงการศึกษาทำให้ไม่รู้หนังสือ จึงต้องไปฝากซินแสที่มีความรู้ช่วยเขียนจดหมายส่งให้  กว่าจะได้อ่านจดหมายตอบกลับสักฉบับก็ต้องใช้เวลารอคอย และหาคนที่รู้หนังสือมาช่วยอ่านให้ และบางครั้งก็มีอุปสรรค หรือเหตุไม่คาดฝันระหว่างทางที่ทำให้จดหมายไปไม่ถึงหรือไปถึงอย่างไม่ครบถ้วน สมบูรณ์

แล้วในยุคที่การสื่อสารง่ายดาย เราคุยกันที่ไหน เมื่อไรก็ได้ ก็อย่าเผลอคิดว่าเอาไว้รอทำเมื่อไรก็ได้ รอมีเวลาว่าง รอเสร็จธุระ รอโอกาสพิเศษ สุดท้ายการรอคอยอาจทำให้เราต้องรอบางสิ่งตลอดไป เพราะไม่มีโอกาสได้ทำมันอีกต่อไปแล้ว นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหันไปกอดคนข้าง ๆ ในตอนที่ดูหนังเรื่องนี้จบ หรือกดโทรศัพท์ไปบอกคิดถึงอากง อาม่า พ่อแม่ หรือใครสักคนที่เราอาจจะลืมไปแล้วว่าเขาอาจจะกำลังคิดถึงและรอเราอยู่

ความทรงจำอาจเลือนหายไป แต่ความรู้สึกในใจยังคงอยู่

ในวันที่กาลเวลาค่อย ๆ พาให้ความทรงจำหลาย ๆ เรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตค่อย ๆ เลือนหายไป หลายคนที่มีปู่ย่าตายายหรือพ่อแม่ที่อายุมากแล้ว อาจพบว่าหลายครั้งพวกเขาก็จำเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมานานมาก ๆ ไม่ได้แล้ว บางคนก็เริ่มเจ็บป่วย มีอาการหลงลืม จนหลายครั้งก็จำไม่ได้แม้กระทั่งคนในครอบครัวที่มีความใกล้ชิดและคอยดูแลกันอยู่ทุกวัน แต่ขณะเดียวกันบางครั้งเราอาจจะพบว่า แม้ว่าผู้สูงอายุในครอบครัวเรา จะลืมว่าเราเป็นใคร ชื่ออะไร อายุเท่าไร แต่ความรู้สึก ‘รัก’ ความรู้สึก ‘ห่วงใย’ ที่มีให้กับคนสำคัญก็ยังอยู่ในใจของพวกเขาเสมอ เหมือนกับที่อาม่าซกยิ้วถามกับเพื่อนที่เมืองไทยของอากงแต้บักเซ็งว่า ‘ยังตากดอกงิ้วอยู่เหรอ’ เพราะอาม่าซกยิ้วจำได้ว่าดอกงิ้วคือดอกไม้ที่ถูกใช้แนบมาในจดหมายของอากง ทั้ง ๆ ที่เพื่อนของอากงจำไม่ได้แล้วว่าดอกไม้นั้นชื่ออะไร แต่ก็ยังคงนั่งตากดอกงิ้วอยู่จนถึงทุกวันนี้

อยู่ให้มีคนรัก จากให้คนคิดถึง

อาม่า ‘ซกยิ้ว’ มักจะสอนหลานชายเสมอว่า ‘เกิดเป็นคนต้องมีคุณธรรม’ คนมีคุณธรรมอยู่ที่ไหนก็มีคนคอยช่วยเหลือ เหมือนอย่างที่ ‘แต้บักเซ็ง’ อากงของเขาทำมาโดยตลอด ไม่ว่าจะมีคนเดือดร้อนที่ไหน ก็จะเข้าไปช่วยเหลือ และเขาทำอย่างนั้นมาตลอดจนกระทั่งในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตเขา นั่นทำให้อากงแต้บักเซ็ง มีเพื่อน มีครอบครัว มีคนที่รู้จักและรักเขามากมาย

เขาชวนซินแสมาหารค่าห้องด้วย และสนับสนุนให้ซินแสมาสอนหนังสือให้เด็ก ๆ อ่านออกเขียนได้ และมีความรู้ไว้ดูแลตัวเองในอนาคต เขาช่วยเหลือคนอื่น แม้จะทำให้ตัวเองต้องเสี่ยงอันตราย แม้กระทั่งตอนที่ชีวิตตกที่นั่งลำบาก ต้องเข้าไปอยู่ในคุก เขาก็ยังได้รู้จักผู้ใหญ่ใจดีที่ช่วยให้เขามีเครื่องมือทำมาหากิน และมีชีวิตที่ดีขึ้นในวันที่พ้นโทษออกมาแล้ว แม้ในวันที่เขาไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว เขาก็ยังมีมิตรภาพที่มั่นคง มีเพื่อนแท้ ที่คอยช่วยเหลือและดูแลครอบครัวของเขาอย่างดีที่สุด เพื่อส่งความคิดถึงไปถึงคนที่เขารักอยู่เสมอ

ชวนลูกหลานชาวไทยเชื้อสายจีนจูงมือพ่อแม่ไปย้อนรำลึกความทรงจำที่สวยงามในวัยหนุ่มสาวและร่วมสัมผัสการเดินทางของความคิดถึง ผ่านเรื่องราวชีวิตของชาวจีนโพ้นทะเลที่เดินทางจากบ้านมาไกลแสนไกล ภายใต้ฉากความทรงจำของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีคุณค่า และให้หนังเรื่องนี้พาทุกคน ‘กลับบ้าน’ ไปด้วยกัน

รับชมพร้อมกันวันที่ 6 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

ทั้งในระบบเสียงแต้จิ๋ว (ซับไทย-จีนกลาง), เสียงแต้จิ๋ว (ซับไทย-อังกฤษ) และ เสียงไทย (ซับอังกฤษ)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/Sahamongkolfilm 

ขอบคุณภาพจาก…สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล

Credits

Author

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ