ในวันที่คนทั้งโลกกำลังมีแนวโน้มที่จะมีชีวิตยืนยาวขึ้น จากความก้าวหน้าทางการแพทย์ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี “Longevity” จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์ แต่เป็นทิศทางของโลกที่จะเกิดขึ้นกับคนทุกวัย
ด้วยเหตุนี้ มนุษย์ต่างวัย จึงร่วมกับ กรุงเทพประกันชีวิต และพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ได้แก่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) บริษัท เอช แอนด์ เอฟ ชูส์ (ไทยแลนด์) จำกัด จัดแถลงข่าวเปิดตัวงาน มนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ‘ลองGEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม’ ณ NEXTOPIA สยามพารากอน ชั้น 5 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
เพื่อชวนคนไทยมาลองมอง Longevity ในมุมใหม่เตรียมความพร้อมให้กับชีวิตที่อาจต้องอยู่ยาวขึ้นเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตยืนยาวได้อย่างแข็งแรงมั่นคงมีความหมายและมีความสุขในแบบของตัวเอง


“บางคนอาจจะตั้งคำถามว่ามนุษย์ต่างวัยทำไมถึงชวนคนมาอยู่ยาวทั้ง ๆ ที่โลกในตอนนี้อาจจะดูไม่น่าอยู่ ไม่ว่าจากปัญหา PM 2.5 สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ แต่ถึงโลกจะไม่น่าอยู่อย่างไร แต่ข้อมูลต่าง ๆ บอกว่าคนทั่วโลกและคนไทยมีแนวโน้มที่จะอายุยืนยาวขึ้น เรื่องอายุยืนจึงไม่ได้เป็นแค่เทรนด์แต่ยังเป็นข้อเท็จจริงด้วย เพราะในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลกบอกว่ามนุษย์มีอายุยืนยาวขึ้นอย่างน้อย 6 ปี ส่วนค่าเฉลี่ยของสังคมไทยอยู่ที่ 78 ปี ถ้าเป็นผู้ชายจะอยู่ที่ประมาณ 73 ปี ส่วนผู้หญิงก็อาจจะมีอายุยืนยาวได้มากกว่า 80 ปี
“แต่ประเด็นสำคัญคงไม่ใช่ เราจะมีอายุยืนยาวถึงเท่าไร หรือ เราอยากจะอยู่ยาวหรืออยู่สั้น แต่น่าจะอยู่ที่อยู่อย่างไรให้มีความหมาย มีคุณภาพ และ ความสุข เพราะฉะนั้นเวลาเราพูดถึงสังคมอายุยืน เราจึงไม่ได้หมายถึงเฉพาะผู้สูงอายุ แต่เราหมายรวมถึงคนในเจเนอเรชันอื่น ๆ ด้วย
“นี่เลยเป็นเหตุผลที่มนุษย์ต่างวัยใช้คอนเซปต์ในการจัดงานในปีนี้ว่า ‘ลองGEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม’ เพราะเราอยากจะใช้งานนี้เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เพื่อชวนคนไทยมาลองออกแบบ วางแผนสร้างชีวิตที่มีคุณภาพ มีเป้าหมาย มี purpose of life
“โดยเนื้อหาในงานเราจะคุยถึงการสร้างช่วงเวลาคุณภาพใน 4 มิติสำคัญของชีวิต เรื่องแรกคือสุขภาพ (Healthspan) เพราะเราคิดว่าถ้าหากเรามีชีวิตยืนยาว แต่สุขภาพไม่ดี โดยเฉพาะในช่วง10-15 ปีสุดท้ายก็จะทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง เรื่องการเงิน ( Wealthspan ) ให้สามารถมีแผนการเงินที่มั่นคงและอยู่ได้ตามความเป็นจริง เรื่องทักษะ (Skillspan) เพราะยิ่งอายุมากขึ้น คนเราก็ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้เราเท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลก และสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้ และสุดท้ายคือเรื่องความสุข (Joyspan) เพราะการมีชีวิตยืนยาว เราต้องมองหาเป้าหมายในชีวิตให้ได้ว่าเรา อยากจะมีชีวิตอยู่อย่างไร มีเป้าหมายอย่างไร ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่ แต่เป็นเรื่องเล็ก ๆ ก็ได้ ก็เลยอยากชวนทุกคนมาหารูปแบบชีวิตที่ทำให้เรายัง Enjoy กับชีวิตได้ด้วย
“ปีนี้เป็นปีที่พิเศษมาก ๆ เพราะเป็นปีที่ 3 ที่เราจัดงานขึ้น และมีสปีกเกอร์หลายท่านที่ให้เกียรติตอบรับมาร่วมงานกับเราเช่น คุณชวน หลีกภัย ที่ปีนี้ย่างสู่ 88 ปี , พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ที่จะมาคุยเรื่องความสำคัญของปัจจุบัน รวมทั้งคุณสุทธิชัย หยุ่น ที่จะมาเล่าเรื่องวิธีบริหารจัดการชีวิตของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมาก โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 12-14 มิถุนายนนี้”


“เรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องสากล ทุกคนมีสิทธิที่จะดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีศักดิ์ศรี งานของเราคือการดูแลคุณภาพชีวิตของคนทุกกลุ่ม ตั้งแต่เด็ก คนทำงานจนถึงผู้สูงอายุเรามองว่าสังคมไทยคือสังคมสูงวัย แต่การดูแลของภาครัฐอาจจะยังไม่ครอบคลุมและไม่ทั่วถึง เรายังเห็นผู้สูงอายุจำนวนมากที่ต้องใช้ความพยายามในการหารายได้ มีคุณภาพชีวิตไม่ดี เจ็บป่วย หรือไม่สามารถดูแลตัวเองได้ เรื่องสิทธิเป็นเรื่องที่ภาครัฐมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลประชาชน หลายเรื่องเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างเป็นระบบ คนคนเดียวอาจจะไม่สามารถดูแลตัวเองได้ขนาดนั้น รัฐต้องจัดบริการที่เหมาะสมให้ เช่น การจัดหาบริการสุขภาพที่เหมาะสมกับช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาจจะเข้าสู่ภาวะที่ต้องพึ่งพิงที่ต้องมีผู้ดูแล ระบบ Long-term care ฯลฯ
“ส่วนเรื่องสำคัญอีกอย่างก็คือเรื่องของรายได้ เพราะการที่คนเราจะมีอายุยืน ถ้าสุขภาพดีอย่างเดียวแต่ไม่มีเงิน ก็จะใช้ชีวิตลำบาก รัฐบาลต้องเข้ามาดูแลให้มากขึ้น ต้องมีระบบการออมที่ดีให้กับประชาชน เพราะที่ผ่านมารัฐบาลอาจจะไม่ค่อยได้ดูแลเรื่องการออมเท่าไร ส่วนใหญ่การออมจะเป็นเรื่องส่วนบุคคล มีแค่ข้าราชการเท่านั้นที่มีระบบการออมเหมือนระบบแบบบังคับ หรืออย่างภาคเอกชนที่มีกองทุนประกันสังคม แต่ทั้ง 2 ระบบนี้ก็ยังดูแลคนได้น้อยมาก เพราะยังมีคนวัยเกษียณอีกจำนวนมากที่ไม่ได้อยู่ในระบบการออมใด ๆ ซึ่งตอนนี้ทางภาคประชาชนได้พยายามผลักดันเรื่องบำนาญภาคประชาชนอยู่
“เราอยากเห็นรัฐบาลมีมาตรการที่ดีในการดูแลผู้สูงอายุ ทั้งผู้สูงอายุในปัจจุบันและคนที่เป็นผู้สูงอายุในอนาคตให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ตอนนี้คนเราอายุยืนยาวขึ้น สุขภาพดีขึ้น หลายคนอายุ 60 แล้วก็ไม่อยากเกษียณ ยังอยากทำงานอยู่ เพราะว่าการทำงานไม่ใช่แค่เรื่องของรายได้ แต่มันเป็นเรื่องของการที่เรายังได้อยู่ในสังคม ได้พบปะผู้คน และรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าในชีวิต ดังนั้น เราก็อยากส่งเสริมเรื่องการมีงานทำของผู้สูงอายุ”


“งานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คือการเตรียมพร้อมทั้งระบบ และตัวบุคคลเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ในส่วนของระบบ เรามีการสนับสนุนทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสภาพแวดล้อม อย่างเรื่องสภาพแวดล้อม ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ก็ต้องเปลี่ยนให้เป็น Universal Design (หลักการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทุกคนใช้งานได้เท่าเทียม ปลอดภัย และสะดวกสบาย) หรือในด้านสุขภาพเชิงระบบก็ต้องออกแบบ ระบบการพยาบาล ระบบการสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่สำหรับทุกคน
“เราพูดถึงคนอายุ 60 ที่เพิ่มขึ้นปีละเป็นล้านคน แต่จากข้อมูล พบว่า กว่า 66% ไม่มีเงินเก็บ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะหากเรามองเรื่องสุขภาพ เราอาจจะไม่ได้เป็นอะไรไปวันนี้ พรุ่งนี้ แต่ถ้าไม่มีเงิน พรุ่งนี้เราแย่แน่ ๆ เพราะฉะนั้นการขยายอายุการทำงาน จึงเป็นหนึ่งในนโยบายที่สำคัญของเราในการรองรับสังคมสูงวัยด้วย
“ส่วนภารกิจในการสนับสนุนตัวบุคคล เราก็มีการหนุนเสริมกิจกรรมต่าง ๆ หลายรูปแบบ นอกจาก หลัก 3 อ.ที่คุณยายตุ่นพูดถึง ก็ยังมีเรื่องอื่น ๆ เช่น Lifestyle Medicine เราก็จะสนับสนุนเรื่องการนอนที่มีคุณภาพ การมีเพื่อน มีสังคม และเรื่องสำคัญที่สุดซึ่งตรงกับภารกิจหลักของ สสส. ก็คือการลดสิ่งเสพติด สิ่งที่ยังทำลายสุขภาพของเรา เช่น เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด ฯลฯ ที่จะไปขัดแย้งกับการทำให้คนมีอายุยืน เพราะถึงแม้ว่าเราจะรับประทานอาหารที่ดี มีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม แต่เรายังทำสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เราก็จะยังมีความเสี่ยงในการเจ็บป่วย ดังนั้น หลายอย่างต้องเป็นเรื่องความรับผิดชอบส่วนบุคคล ซึ่ง สสส. มีเครื่องมือ ชุดความรู้ และเครือข่ายที่จะเข้าไปเสริมกระบวนการที่จะทำให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้น”


“สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีหน้าที่ในการดูแลผู้ประกอบการ SME ทั้งกลุ่ม Small และ Medium เราอยากเตรียมความพร้อมให้กับผู้สูงวัยที่เริ่มมีจำนวนมากขึ้น และมองว่าเกษียณแล้วอยากออกมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ เพราะถ้าไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมไปก่อนเลย เราก็จะเจอกับเหตุการณ์ที่ผู้ประกอบการที่มาเริ่มทำธุรกิจในวัยเกษียณหลายคนต้องปิดกิจการไป
“เรามีทุนสนับสนุนให้กับผู้ประกอบการ ที่จะทำให้เขาสามารถทำธุรกิจต่อไปได้อย่างราบรื่น เรามีหลักสูตรที่จะช่วยเตรียมความพร้อมผู้สูงอายุให้อยู่ในสังคมต่อไปได้โดยที่ยังมีรายได้อยู่ นอกจากนี้ เรายังดูแลสินค้าและบริการของผู้ประกอบการ SME ที่จะช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มสูงวัยได้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการออกกำลังกาย การดูแล เสื้อผ้า หรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นโอกาสใหม่ของผู้ประกอบการ นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนสินค้าและบริการต่าง ๆ ที่เป็นเทรนด์ของโลก และเป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่น ผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่สนับสนุนในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เพราะถ้าเราต้องอยู่ยาว เราก็ต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีด้วย”


“เวลาพูดถึง Healthspan เราอาจไม่ ค่อยได้คิดถึง สุขภาพ เท้ากันเท่าไร แต่จริง ๆ แล้วสุขภาพเท้าเป็นเรื่องสำคัญมาก มีข้อมูลบอกว่าในช่วงชีวิตหนึ่งของคนเรา เราจะเดินกันประมาณ 120,000 – 160,000 กิโลเมตร ซึ่งเท่ากับเราเดินรอบโลกประมาณ 3-4 รอบ และ 1 ใน 4 ของคนไทยมักจะมีภาวะเท้าแบน ดังนั้น เราต้องเลือกรองเท้าที่สามารถซัปพอร์ตตัวเราได้ ในแง่ของการที่เราจะมีสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะรองเท้าที่ดีจะช่วยให้เราทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เช่น เวลาไปเที่ยวถ้าเราใส่รองเท้าที่ไม่ซัปพอร์ตเท้าเรา หรือใส่แล้วเจ็บ ก็จะหมดสนุกทันที
“ในส่วนของภาครัฐอาจจะมองเรื่องการสร้างนโยบายต่าง ๆ เพื่อรองรับสังคมสูงวัย แต่ในส่วนของสกอลล์ เราจะกลับมามองในภาพของตัวเราเอง ดูแลตัวเองให้มีสุขภาพที่แข็งแรง และไม่เป็นภาระต่อคนอื่น ถึงแม้ว่าเราจะเป็นบริษัทที่เป็นภาคเอกชน แต่เราก็มีส่วนร่วมในการส่งเสริมสุขภาพของลูกค้าเราให้มีชีวิตที่มีความสุขได้ เหมือนกับคำว่า ‘Happy Feet Happy Life’
“เราอยากสร้างคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเท้า เพื่อทำให้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้น ไม่ใช่เฉพาะสูงวัย แต่เริ่มตั้งแต่เด็ก ๆ เลย เพราะถ้าเราใส่รองเท้าที่ดีก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องของสุขภาพได้”
























