หลายคนเข้าใจว่า ‘โรคหัวใจเป็นเรื่องของคนอายุมาก’ ทั้งที่สุขภาพหัวใจของเราขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำสะสมต่อเนื่องมาเป็นเวลานานตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะเรื่องของ ‘อาหารการกิน’
มนุษย์ต่างวัย ร่วมกับ โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน จัดเวิร์กช็อป “จานนี้ดีต่อ(หัว)ใจ ชวนเช็กเมนูที่ใช่ กินยังไงให้หัวใจแข็งแรง” ในงานมนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ‘ลองGEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม’ เพื่อชวนทุกคนสังเกตเมนูอาหารแต่ละจานว่าเฮลท์ตี้หรือไม่ และมีความเชื่อเรื่องอาหารการกินอะไรบ้างที่เราเข้าใจผิดมาโดยตลอด
โดยมี นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคหัวใจ และ คุณธารินี จันทร์คง นักกำหนดอาหารวิชาชีพ จากโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน รับหน้าที่เป็นวิทยากรให้ความรู้ และดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้
นพ.สุวาณิช อธิบายให้เห็นภาพว่าหัวใจคนเรามีเส้นเลือดหลักอยู่ 3 เส้น เมื่อกินอาหารที่มีไขมันสูง ไขมันจะสามารถเกาะอยู่ที่เส้นเลือดจนทำให้เกิดการตีบตันได้ โดยที่เราไม่มีทางรู้เลยว่าการอุดตันนั้นจะเกิดขึ้นที่จุดไหน หากเกิดในตำแหน่งสำคัญอย่างบริเวณขั้วของหลอดเลือดก็อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อชีวิตได้
ภายในเวิร์กช็อปผู้เข้าร่วมได้ฝึกวิธีเบื้องต้นในการสังเกตสุขภาพหัวใจของตัวเอง ด้วยการจับชีพจรที่ข้อมือ คอ หรือบริเวณขาหนีบ พร้อมทำความเข้าใจเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับหัวใจ ทั้งการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การอัลตราซาวด์หัวใจ การตรวจสมรรถภาพหัวใจ การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การตรวจ MRI ไปจนถึงการฉีดสีและการรักษาด้วยหัตถการต่าง ๆ
“แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือการป้องกัน อย่าปล่อยให้ถึงจุดที่ต้องรักษาโรค” นพ.สุวาณิช ย้ำ
กิจกรรมดำเนินมาถึงช่วง “อาหารที่ดีต่อใจ” โดยคุณธารินีได้ชวนทุกคนทำความรู้จัก “จานอาหารสุขภาพ” หรือ Healthy Food Plate Model 2:1:1 ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยใช้จานที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 9 นิ้ว เป็นตัวช่วยในการจัดสัดส่วนอาหารให้สมดุล
ผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปได้ลองจัดจานเองแบบง่าย ๆ ด้วยการแบ่งจานออกเป็น 4 ส่วน ส่วนที่ 1 และ 2 คือพื้นที่ของผักชนิดต่าง ๆ ส่วนที่ 3 คือข้าวหรือแป้ง ซึ่งแนะนำให้กินแบบขัดสีน้อย และส่วนสุดท้ายคือโปรตีน ซึ่งอาจมาจากพืชหรือเนื้อสัตว์ก็ได้ นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำแนวทางการกินแบบ DASH Diet และ MIND Diet ด้วย
DASH Diet คือ การออกแบบอาหารสำหรับผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง โดยการเลือกบริโภคเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น ปลา ไก่ กุ้ง แทนเนื้อแดง เลือกอาหารที่มีส่วนประกอบหรือผลิตภัณฑ์จากนมชนิดไขมันต่ำ เลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนอย่างข้าวกล้อง ลดโซเดียมจากอาหารแปรรูป ลดน้ำตาล เพิ่มการกินผัก ผลไม้และธัญพืช โดยเฉพาะผักสีเขียวเข้ม แต่มีข้อควรระวัง คือหากเป็นผู้ป่วยโรคไต การกินผักสีเขียวเข้มซึ่งมีโพแทสเซียมสูง อาจทำให้ร่างกายขับออกยาก ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารวิชาชีพ เพื่อออกแบบอาหารการกินให้เหมาะสมตามเงื่อนไขร่างกายของแต่ละคน
ส่วน MIND Diet นั้นมีวิธีเลือกบริโภคอาหารคล้ายกันกับ DASH Diet แต่จะเพิ่มการกินผลไม้ตระกูลเบอร์รีสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และเลือกกินอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันคาโนล่า น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก รวมทั้งหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนประกอบของเนย ชีส และของทอดต่าง ๆ เพราะนอกจากจะส่งผลดีต่อความดันโลหิตหรือหัวใจแล้ว ยังช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง และป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย
หนึ่งในช่วงที่สร้างบรรยากาศคึกคักที่สุด คือกิจกรรมกลุ่มที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมช่วยกันออกแบบเมนูอาหารที่คิดว่าดีต่อหัวใจ ก่อนส่งตัวแทนออกมานำเสนอเหตุผลว่าเมนูนั้นดีอย่างไร
ผู้เข้าร่วมแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอเมนูอาหารที่ช่วยกันคิดไว้ แม้อาหารที่ถูกนำเสนอจะไม่ได้แปลกใหม่ แต่ก็เต็มไปด้วยอาหารเพื่อสุขภาพในปริมาณที่เหมาะสม สื่อให้เห็นว่าผู้เข้าร่วมเริ่มเข้าใจแนวคิดของการจัดอาหารบนจานและการเลือกกิน
แต่สิ่งสำคัญที่สุดของกิจกรรมนี้ อยู่ที่การพูดคุย ถาม-ตอบ ระหว่างที่นำเสนอ มีการเสริมข้อมูลส่วนที่ขาดจากวิทยากร อีกทั้งผู้เข้าร่วมหลายคนก็มีความรู้เรื่องอาหารสุขภาพในระดับหนึ่ง จึงเกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่หลากหลาย
ของบางอย่างที่เราคิดว่าดี เช่น ผลไม้ เมื่ออยู่ในรูปแบบเครื่องดื่ม จะดูดซึมวิตามินได้เร็ว แต่ก็ดูดซึมน้ำตาลได้ดีด้วยเช่นกัน หรือกิมจิซึ่งเป็นอาหารหมัก-ดอง มีโซเดียมสูง ส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่หากกินในปริมาณน้อย ก็มีประโยชน์ในการช่วยปรับสมดุลลำไส้
ตลอดทั้งเวิร์กช็อป ผู้เข้าร่วมไม่เพียงแต่ได้รับความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจหรือหลักโภชนาการเท่านั้น แต่ยังได้ฝึกตั้งคำถามกับอาหารที่พบเจอในชีวิตประจำวัน ได้มองเห็นรายละเอียดที่อาจซ่อนอยู่ในเมนูที่ “ดูเฮลท์ตี้” และได้เรียนรู้ว่าการดูแลหัวใจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการงดของอร่อยทั้งหมด เพียงแค่รู้จักเลือก รู้จักสังเกต และสร้างสมดุลการกินให้เหมาะกับตัวเอง
เพราะสุดท้ายแล้ว หัวใจที่แข็งแรงอาจไม่ได้เริ่มต้นที่ห้องตรวจหรือเครื่องมือทางการแพทย์ราคาแพง แต่อาจเริ่มจากอาหารหนึ่งจานที่เราเลือกกินในทุก ๆ วันก็ได้





































