‘ห้องสมุด’ ในภาพจำของคุณเป็นแบบไหน และมีอะไรอยู่บ้าง?
ถ้าคิดว่ามีแค่หนังสือ เก้าอี้ เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับค้นข้อมูลสารสนเทศ เราอยากให้ลบภาพจำเก่า ๆ แบบนั้นออกไปก่อน
เพราะห้องสมุดที่เรากำลังจะพาไปดูนั้น มีหลายอย่างที่คุณอาจคิดว่า ไม่น่ามี
อยู่ในห้องสมุด ตั้งแต่ห้องหนังสือหายากที่มีหนังสือเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี โซนมังงะ นิยายบอยเลิฟ (ชายรักชาย) ตำราวิชาการ ศูนย์บริการ AI Services เวอรชันใหม่ Multimedia Lab (สตูดิโอจัดพอดแคสต์ สตูดิโอถ่ายภาพและวิดีโอ) ห้องประชุมย่อย ห้องดูหนัง ฟังเพลง เล่นบอร์ดเกม พื้นที่แสดงความสามารถ ห้องจัดกิจกรรมเวิร์กช็อป ห้องกรี้ด ร้านกาแฟ โซนงีบหลับ หรือแม้กระทั่ง ‘น้องแมว’ ไว้ให้เล่นเป็นเพื่อน

ภาพเหล่านี้คงเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีแนวคิดของ ‘อาจารย์ออย’ รองศาสตราจารย์ ดร.อัญณิฐา ดิษฐานนท์ ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารนวัตกรรมและเทคโนโลยี แต่ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเป็นเล่ม ๆ มากเท่าไร อาจารย์ออยจึงคิดจาก Pain Point ของตัวเองว่า แล้วจะทำอย่างไร ให้ห้องสมุดไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ของคนที่ชอบอ่านหนังสือเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้ามาใช้ชีวิต ใช้เวลา และใช้บริการได้ตามความชอบ ความสนใจ และจุดมุ่งหมายของตัวเอง
แนวคิดปรับโฉมใหม่ จากมุมมองของคนไม่ชอบอ่านหนังสือ
“ตอนเด็ก ๆ เราไม่ค่อยเข้าห้องสมุดเลย พวกหนังสือหรือนิยายต่าง ๆ เราก็ไม่ได้อ่าน เรามองว่ารูปแบบชีวิตของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน อย่างเช่น ตัวเราทำงานด้านนวัตกรรม ก็จะดู Tech Trends ต่าง ๆ เวลาใช้งานห้องสมุดก็จะใช้ฐานข้อมูลออนไลน์เป็นหลัก ไม่ค่อยได้ใช้หนังสือเป็นเล่ม เราเลยอยากทำห้องสมุดที่ตอบโจทย์ชีวิตของคนทุกช่วงวัย จึงเกิดแนวคิด ‘Library of Life’ หรือการทำให้ห้องสมุดเข้าไปอยู่ในชีวิตของผู้คน”
นั่นเป็นที่มาของการเปลี่ยนหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งหมดทุกสาขาที่มีอยู่ ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิต หรือ ‘Library of Life’ ภายใต้คอนเซปต์: My Life My Library ให้ห้องสมุดเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคุณ ที่ประกอบด้วยตัวอักษร L-I-F-E คือ
L – Learning Journey : เปิดประตูสู่ทุกเส้นทางการเรียนรู้ ด้วยทรัพยากร เครื่องมือ และเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก ที่พร้อมสนับสนุนการเรียนรู้ในทุกมิติ
I – Infinite Inspiration : เปลี่ยนพื้นที่ห้องสมุดให้รองรับทุกไลฟ์สไตล์และกิจกรรม พร้อมเปิดกว้างทุกการสร้างแรงบันดาลใจไร้ขีดจำกัด
F – Friendly Library : ห้องสมุดที่เป็น “เพื่อนรู้ใจ” ส่งมอบบริการที่ดี ผ่านระบบที่ได้มาตรฐานระดับสากลและทันสมัย
E – Engaging Experience : สร้างประสบการณ์ใหม่และความผูกพัน ด้วยบริการ กิจกรรมสร้างสรรค์และบันเทิง

‘ห้องสมุด’ ที่(อยาก)ตอบโจทย์ทุกชีวิต
“เราตกผลึกกันว่าห้องสมุดไม่ใช่พื้นที่ แต่เป็น Destination หรือจุดหมายปลายทางของคนทุกเพศ ทุกวัย ที่จะเข้ามาหาความรู้ ไอเดีย แรงบันดาลใจ พัฒนาทักษะตามจุดประสงค์และความสนใจของแต่ละคน หรือจะมาพักกาย พักใจ ชาร์จแบต ฮีลใจด้วยน้องแมว หรือจะแค่มานอนพักก่อนไปเรียนช่วงบ่ายก็ได้
เมื่อเรามองมันเป็น Destination เราก็เลยออกแบบพื้นที่ Life Space โดยแบ่งเป็น 4 โซนหลัก ๆ คือ
- Co-Working Space – พื้นที่สำหรับการทำงานร่วมกัน สามารถใช้เสียง พูดคุย ปรึกษากันได้
- Learning Space – พื้นที่เพื่อการเรียนรู้ เหมาะสำหรับนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ นั่งทำงานคนเดียว
- Inspiration Space – พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ ที่ให้ทุกคนมาผ่อนคลาย ดูแลจิตใจ เช่น มุมหนังสือการ์ตูนและมังงะทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ
- Performative Space พื้นที่แสดงความสามารถ เช่น ห้องมัลติมีเดีย ห้องไลฟ์สด มีบอร์ดเกมให้เล่น มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทดลองทำ รองรับการเรียนรู้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน

“เรามีความเป็น Library of Life อยู่ในตัวอยู่แล้ว เริ่มจากบรรณารักษ์ของเราที่มีความ Empathy หรือเข้าใจผู้ใช้บริการเป็นอย่างมาก ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการให้บริการให้ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการห้องสมุดเป็นหลักแบบ Anywhere Anytime และ Any Purpose
“Anywhere ก็คือเราสามารถให้บริการได้ทุกที่ จะมาใช้บริการแบบออนไซต์ที่ห้องสมุด หรือจะใช้บริการห้องสมุดออนไลน์จากที่ห้องก็ได้ ส่วน Anytime ถ้าเป็นการใช้ห้องสมุดทางออนไลน์ ก็สามารถใช้บริการได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ความพิเศษของเรา คือเราจะเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงในช่วงสอบ พร้อมมีบริการอาหารแจกฟรี เช่น กระเพาะปลา ขนม ฯลฯ เพราะเรามองว่าช่วงสอบที่นักศึกษาต้องอ่านหนังสือกันดึก ๆ ถ้าจะออกไปข้างนอกคงไม่ค่อยสะดวกและปลอดภัยเท่าไร นอกจากนี้ ในช่วงเวลาทำการปกติ เราก็มีคาเฟ่ในห้องสมุด สามารถกินอาหาร กินขนมในนี้ได้เลย เพราะเรามองว่าการใช้พื้นที่มันต้องกลมกลืนกับธรรมชาติชีวิตของมนุษย์
“ส่วน Any Purpose คือการแบ่งโซนตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของแต่ละคน แต่ละช่วงวัย ไม่ว่าคุณจะเข้ามาใช้บริการด้วยวัตถุประสงค์อะไร เราก็ตอบโจทย์ทั้งหมด เช่น ช่วงสอบที่ผ่านมา เรามีกิจกรรม ‘คุณป้าช่วยหนูด้วย’ ที่พาคุณป้าหมอนวดจากชุมชนวัดโพธิ์ มานวดให้กับนักศึกษา และผู้ใช้บริการคนละ 15 นาที เพื่อผ่อนคลายความเครียด โดยไม่เก็บค่าใช้สถานที่ ส่วนรายได้ก็จะเป็นของคุณป้าโดยตรง นอกจากนี้ เรายังใช้คอนเซปต์ ‘Cat Therapy’ ที่มีน้องแมวให้เด็ก ๆ ได้มาเล่น มาฮีลใจ คลายเครียดด้วย อย่างที่หอสมุดปรีดี พนมยงค์ แห่งนี้ ก็จะมีน้องแมวอยู่ 2 ตัว คือ ‘นุ่มนิ่ม’ และ ‘ต้องตา’

นอกจากนี้ เรายังมีห้องหนังสือหายากที่เก็บหนังสือหายากจำนวนมาก บางเล่มมีอายุกว่า 100 ปี และเรายังเป็นที่แรกที่ทำคอลเลกชันหนังสืออนุสรณ์งานศพ ซึ่งถือว่ามีเก็บสะสมไว้มากที่สุดในประเทศ และมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเราทำงานร่วมกับวัดบวร และวัดโพธิ์ ซึ่งหลาย ๆ ท่านเป็นบุคคลสำคัญระดับประเทศ ซึ่งพอเราเผยแพร่ออกไปในระบบห้องสมุดของเรา ก็มีคนเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพราะเนื้อหาต่าง ๆ ที่อยู่ในหนังสือเหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องราวที่มีคุณค่า เช่น สูตรยาโบราณ ตำราอาหารเก่า ๆ ตำราทางโหราศาสตร์ ซึ่งหลาย ๆ เล่มหาที่อื่นไม่ได้แล้ว”
นวัตกรรมที่ดี ต้องเข้าไปอยู่ในชีวิตคนได้จริง
“เราเป็นนักบริหารนวัตกรรม เราก็คิดว่าทำอย่างไรก็ได้ให้นวัตกรรมมันแพร่ไปถึงผู้คนได้มากที่สุด การที่เราจะทำให้คนยอมรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ เราต้องทำให้ง่ายต่อการใช้งาน และทำให้คนเห็นประโยชน์ เดิมเรามีแอปพลิเคชันของห้องสมุด แต่คนก็ไม่ค่อยดาวน์โหลดไปใช้ เราก็เลยมองว่าสิ่งที่คนเราใช้สื่อสารกันอยู่ในชีวิตประจำวัน อย่างแอปพลิเคชันไลน์ น่าจะเป็นสิ่งที่ใช้งานได้ง่ายที่สุดแล้ว ดังนั้น เราไม่ต้องไปพัฒนาอะไรให้มันยุ่งยาก

“พออาจารย์เข้ามาทำงานตรงนี้ก็เลยเปลี่ยนระบบห้องสมุดให้สามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชันไลน์ได้ แล้วเราก็ตั้งชื่อว่า ‘Life on Line’ ที่เชื่อมกับยุทธศาสตร์ LIFE ของเราได้พอดี เป็นการนำห้องสมุดมาไว้บนมือถือ หรือบนไลน์ได้เลย ไม่ว่าจะยืม-คืน จองที่ตั่ง จองห้อง Co-Working Space จ่ายค่าปรับ ฯลฯ หรือบางครั้งเดินไปเจอหนังสือที่อยากยืมกลับไปอ่านต่อ ก็สามารถสแกนแล้วยืมได้เลย โดยไม่ต้องไปที่เคาน์เตอร์ให้บริการยืม-คืน หรือไปที่ตู้คีออส ซึ่งทุกวันนี้มันก็แทบจะกลายเป็นระบบหลักของเราไปแล้ว นอกจากนี้ เรายังมีการทำตู้คีออสที่สามารถแนะนำหนังสือน่าอ่าน และให้บริการยืม-คืนได้เลย โดยที่ไม่ต้องเดินเข้ามาในห้องสมุด
“เรื่องของ Sustainability (ความยั่งยืน) ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราให้ความสำคัญ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เราเลยทำงานเรื่องนี้อย่างจริงจัง เรารับบริจาคขวดพลาสติกใช้ครั้งเดียวจากผู้ใช้บริการ เพื่อนำมาแลกกับการใช้บริการเก้าอี้นวดในห้องสมุด (20 ขวดได้ 15 นาที) แล้วเราก็รวบรวมขวดไปขายให้กับบริษัทสตาร์ทอัปที่เขาขายคาร์บอนเครดิต แล้วเอาขยะที่เรามีไปชั่งน้ำหนักเป็นคาร์บอนเครดิตแล้วเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินให้กับหอสมุด เพื่อนำไปซื้อต้นไม้ไปปลูกในป่ารอยต่อภาคตะวันออกเพื่อใช้เป็น Green Barrier (กำแพงทางธรรมชาติ) และเป็นอาหารให้ช้าง เพื่อไม่ให้ช้างรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่อยู่อาศัย หรือพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน เราทำงานในประเด็นนี้จนได้รับรางวัลระดับสากล (ที่ 1 ของโลก) จาก IFLA Green Library Award ในประเภท รางวัลโครงการห้องสมุดสีเขียว IFLA ประจำปี 2025
“ปณิธานของธรรมศาสตร์ คือการทำเพื่อชุมชน สังคมอยู่แล้ว เราไม่ได้พัฒนาที่นี่ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับนักศึกษา หรือบุคลากรเพียงอย่างเดียวเท่านั้น อย่างช่วงโควิด-19 ที่ทุกคนหยุดให้บริการกันหมด เราปรับแพลตฟอร์มการให้บริการจากออฟไลน์ขึ้นเป็นออนไลน์ทั้งหมด และใช้งบประมาณกว่า 1 ล้านบาทในการส่งหนังสือฟรีให้กับผู้ใช้บริการ มีบรรณารักษ์มาแพ็กหนังสือส่งให้ถึงบ้านเป็นแสนเล่ม นอกจากนี้ เรายังถอดเครื่องคอมพิวเตอร์ในหอสมุดไปติดตั้งในหอพัก และมีบริการให้ยืมไอแพดกับนักศึกษาที่ขาดอุปกรณ์ในการเรียนออนไลน์ด้วย”

เมื่อห้องสมุดกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
“ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีห้องสมุดทั้งหมด 10 แห่ง และอีก 1 ศูนย์การเรียนรู้ คือ
ห้องสมุดกลาง (Central Libraries) 3 แห่ง ประกอบด้วย หอสมุดปรีดี พนมยงค์ (ศูนย์ท่าพระจันทร์) ซึ่งเป็นห้องสมุดใต้ดินริมน้ำที่แรกและที่เดียวของประเทศไทย หอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ (ศูนย์รังสิต) เป็นห้องสมุดที่มีศูนย์การเรียนรู้เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และห้องสมุดบุญชู ตรีทอง (ศูนย์ลำปาง)
“นอกจากนี้ ยังมีห้องสมุดของคณะต่าง ๆ เช่น ห้องสมุดนงเยาว์ ชัยเสรี ของคณะกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพและสายการแพทย์ห้องสมุดสัญญา ธรรมศักดิ์ ของคณะนิติศาสตร์ ห้องสมุดศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมี ห้องสมุดประชาชน ที่ตั้งอยู่ที่สวนป๋วย 100 ปี ซึ่งเน้นให้บริการและจัดกิจกรรมร่วมกับประชาชนทั่วไปและชุมชนเป็นหลัก
“ที่หอสมุดของเราให้บริการนักศึกษา และศิษย์เก่าฟรีอยู่แล้ว แต่บุคคลทั่วไปก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้ แต่ถ้าหากต้องการใช้บริการยืม-คืน ต้องสมัครสมาชิกสมทบกับห้องสมุดก่อน ส่วนการใช้บริการฐานข้อมูลออนไลน์ และ AI Services ก็สามารถใช้บริการได้ตามปกติ

“เราทำงานตรงนี้มาเข้าเป็นปีที่ 4 แล้ว ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่ามาถูกทางหรือเปล่า แต่พอทำมาเรื่อย ๆ ได้รับเสียงตอบรับที่ดี ทั้งจากนักศึกษา ผู้ใช้งาน คนที่มาดูงานจากหน่วยงานภายนอก เชิญไปบรรยาย ไปให้แนวคิดตามที่ต่าง ๆ เวลาที่เราทำการสำรวจความพึงพอใจประจำปี เราก็ได้คะแนน 90% ทุกปี และมันก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ จำนวนผู้ใช้บริการห้องสมุดก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนไปแตะหลักล้าน หรือแม้กระทั่งในยุคที่คนมองว่าคนไม่ค่อยอ่านหนังสือเล่ม และหันไปใช้รูปแบบออนไลน์กันหมดแล้ว แต่การยืมทรัพยากรที่เป็นหนังสือเล่มของเรากลับเพิ่มขึ้นทุกปี
“เราสามารถนำห้องสมุดเข้าไปอยู่ในชีวิตของนักศึกษา หรือผู้ใช้บริการได้สำเร็จ เพราะแนวคิด LIFE ทำให้ห้องสมุดมันตอบโจทย์ทุกอย่าง ถือว่าเราค่อนข้างประสบความสำเร็จในการทำให้ที่นี่เป็นทุกอย่างของทุกคนจริง ๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้ทุกคนมีกำลังใจในการทำงาน และเป็นเครื่องยืนยันว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว”

ความรู้ไม่ใช่ ‘ทางเลือก’ แต่คือ ‘ทางรอด’ ในวันที่โลกไม่แน่นอน
“ท่ามกลางความผันผวน ความไม่แน่นอน และความยากลำบากต่าง ๆ สิ่งที่จะทำให้เรารับมือกับเรื่องพวกนี้ได้ ก็คือความรู้ ซึ่งสิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ว่าเราควรจะรู้อะไร ต้องทำอะไร และควรใช้ชีวิตแบบไหน
“ไม่ว่าจะเจอความผันผวนอะไรก็ตามแต่ การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) จะช่วยให้เราปรับตัวได้ ทุกคนสามารถจะอยู่รอดได้ ถ้าเรามีพื้นที่ในการพัฒนาทักษะ อัปสกิล รีสกิล และมีพื้นที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลต่าง ๆ อยู่เสมอ

“ห้องสมุดจะเป็นอีกหนึ่งแหล่งในการสร้างฐานความรู้ ที่จะช่วยเตรียมความพร้อมในการปรับตัวของผู้คนอยู่เสมอ เช่น พอมี AI เข้ามา เราก็มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ AI ให้ถูกต้อง ใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อให้ทุกคนสามารถปรับตัวได้กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้”
ถ้าวันนี้คุณยังนึกไม่ออกว่าห้องสมุดที่เป็นพื้นที่ชีวิตมีหน้าตาเป็นอย่างไร เราอยากชวนทุกคนลองเข้าไปสัมผัสและใช้บริการด้วยตัวเองดูสักครั้ง เพราะนี่คือการหลอมรวมเสน่ห์ของห้องสมุดแบบดั้งเดิม และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เป็นจุดหมายในการใช้ชีวิต ไม่แน่ว่าการได้เข้าไปลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำ อาจเปลี่ยนภาพจำของห้องสมุดในวัยเด็กที่เราคุ้นเคย รวมทั้งอาจช่วยสร้างความหมาย และมุมมองใหม่ ให้กับชีวิตของเราได้ในแบบที่เราไม่เคยคิดถึงมาก่อน