ดูแลร่างกายให้ดี ค้นหาตัวเองในช่วงครึ่งหลังของชีวิต เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับความตาย เพื่ออยู่จอย ๆ ให้ได้ในโลกอายุยืน – นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล | Stage มนุษย์ต่างวัย Fest 2026

ตอนนี้เราอยู่ในโลกที่คนเรามีอายุขัยยืนยาวขึ้น และคุณอาจมีอายุยืนยาวกว่าที่คุณตั้งใจ แม้เราไม่ได้อยากอยู่นาน แต่วิวัฒนาการของการเเพทย์สมัยใหม่ก็ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้ยาวนานขึ้น แต่ในจำนวนปีที่เพิ่มขึ้นนั้น เราอาจต้องใช้ช่วงเวลา 10 ปี สุดท้ายอยู่กับความเจ็บป่วย

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและความผันผวนของโลก มีอยู่ 3 เรื่องที่น่าทำในวันที่ชีวิตอาจต้องอยู่ยาวขึ้น โดยเฉพาะในวันที่ชีวิตเริ่มเดินทางเข้าสู่ช่วงครึ่งหลัง

1. ดูแลร่างกายให้อยู่ดีจนสุดทาง

ทำให้ร่างกายแข็งแรงให้มากที่สุดไปจนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต

ท่ามกลางข้อมูลสุขภาพที่มีอยู่มากมายในโลกทุกวันนี้ เราต้องรู้วิธีเเยกเเยะข้อมูลเหล่านั้น ถึงแม้ว่าจะป่วยโรคเดียวกัน แต่ก็อาจจะใช้วิธีการรักษาไม่เหมือนกัน

เวลาเจ็บป่วย เป็นอะไรขึ้นมา คนมักจะถามว่าต้องกินยาอะไร แต่ไม่ถามว่าต้องปรับวิถีชีวิตอย่างไร บางคนมีความรู้เยอะ แต่รู้แค่ทฤษฎี ไม่ได้แปลงมาเป็นภาคปฏิบัติ ไม่ได้นำมาปรับใช้กับชีวิต ท่ามกลางชุดข้อมูลมากมายที่มีอยู่ ถ้าเรามาจัดระเบียบได้ว่าข้อมูลไหนเหมาะหรือไม่เหมาะกับเรา เปรียบเหมือนจิ๊กซอว์สุขภาพ เราต้องค่อย ๆ นำมาต่อ ค่อย ๆ ปรับ แล้วค่อยนำมาใช้กับชีวิตของตัวเอง

บางคนมีความรู้เยอะ ก็เกร็งว่าต้องทำให้ถูก ให้ดี แม้จะเป็นการทำเพื่อสุขภาพ แต่ก็กดดันจนไม่มีความสุข หนังสือของหลวงปู่ ติช นัท ฮันห์ บอกว่าถ้าเราล้างจานแล้วหวังผลให้จานสะอาด เราก็จะไปจดจ่อแต่กับผลลัพธ์ปลายทาง มัวแต่กังวลว่าจานจะสะอาดหรือไม่ มากกว่าจดจ่ออยู่ที่ความรู้สึกขณะทำ แต่ถ้าเราล้างจานเพื่อล้างจาน เราจะอยู่กับความรู้สึกในตอนนั้น การดูแลสุขภาพก็เหมือนกัน ถ้าเราเคร่งเครียดกับมัน โฟกัสแต่ผลลัพธ์ของมัน เราก็จะทำแบบไม่มีความสุข เราต้องรู้จักตัวเอง วิธีการคือเราต้องมองเห็นตัวเองให้ชัดว่าเราอยู่ในวัยไหน สภาพร่างกายของเราเป็นอย่างไร และเลือกข้อมูลสุขภาพที่เหมาะกับเรามาใช้ หลายคนดูแลสุขภาพเพราะความกลัวตาย เวลาทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อดูแลสุขภาพเลยไม่มีความสุข

คำแนะนำด้านสุขภาพ

  • อย่ารักษาโรคด้วยการกินยาตามหมอสั่ง

เพราะทุกวันนี้สาเหตุในการเกิดโรคต่าง ๆ มีมากมาย แต่ในทางการเเพทย์ เวลาพัฒนายา มันจะไปจัดการที่กระบวนการหรือรอยต่อส่วนท้าย ๆ ไม่ได้เเก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะป่วยเป็นอะไรก็ตาม มีอีกหลายอย่างที่ทำได้มากกว่าแค่การกินยา เช่น ถ้าเป็นเบาหวาน เเล้วเราดูแลตัวเองดี ดูแลค่าเลือดได้ดี เราก็จะได้ปรับลดปริมาณการกินยาลงได้

  • ดูแลเรื่องกิน นอน ออกกำลังกาย

ดูแลเรื่องพื้นฐานของสุขภาพ และไม่ลืมเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ทั้งกับตัวเอง ผู้คนธรรมชาติ เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีความสุขง่าย ๆ และมองโลกในแง่ดีเสมอ ส่วนการวิ่งมาราธอนถ้าต้องการทำเพื่อสุขภาพ ควรวิ่งที่สัปดาห์ละ 10-30 กม. และมีเวลาให้ร่างกายได้พักฟื้น 2 วัน

2. ค้นหาตัวเองในครึ่งหลังของชีวิต

ถ้าจะให้ดีต้องค้นหาไปเรื่อย ๆ ตอนเด็ก ๆ พ่อแม่เรา ครูของเราจะบอกเราว่าอะไรที่เราควรทำ ไม่ควรทำ ควรเป็น ไม่ควรเป็น ประสบการณ์เหล่านี้หล่อหลอมและกลายเป็นคุณค่าในตัวเรา

ตอนเด็ก ๆ ถ้าอยากเป็นลูกที่พ่อแม่รัก เราก็จะทำตามกฎของการเป็นคนดี เช่น เชื่อฟังผู้ใหญ่ ขยันทำงาน แน่นอนว่าคำแนะนำเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ได้ดีกับทุกสถานการณ์ เพราะถ้าเกิดเราเลี้ยงลูก ให้ลูกเชื่อทุกอย่างที่ทุกคนบอกทั้งหมด ก็คงไม่ดีเท่าไร เขาต้องรู้ว่าเมื่อไรที่เขาควรทำตาม เมื่อไรที่ตั้งคำถามได้ หลายครั้งคำสอนของพ่อแม่กลายเป็นกรอบหรือกฎที่ทำให้เรากลายเป็นคนแบบนั้น เด็กที่โตมาในสิ่งเเวดล้อมแบบนี้จะมีความสามารถในการดูแลความรู้สึกของคนอื่น แต่ไม่รู้วิธีจัดการความรู้สึกของตัวเอง

วัยเกษียณเป็นช่วงสำคัญที่เราจะได้ฟื้นฟู ทบทวนตัวเอง เพื่อให้เห็นศักยภาพที่แท้จริงของตัวเองทั้งในทางโลกและทางธรรม ด้วยวิธีการ 2 ข้อ คือ เลือกสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการเติบโต ลองดูว่าเรามีความฝันอะไร อยากทำอะไร สังเกตตัวเองเรื่อย ๆ การหมั่นสังเกตนี้จะนำเราไปสู่เป้าหมายบางอย่าง ทำให้เรามีชีวิตชีวา มีเป้าหมายในการมีชีวิตอยู่ และอยากเรียนรู้อยู่เรื่อย ๆ  ซึ่งมันดีต่อสมองของเรา ใช้โอกาสนี้ในการค้นหาตัวเองให้เจอว่าในวันที่เราไม่ได้มีหน้าที่การงานอะไรแล้ว เราอยากเป็นใคร อย่าปล่อยให้ตัวเราในแบบเดิมที่ถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่เด็ก ปิดกั้นตัวเราในแบบใหม่ที่ดีกว่า

3. เผชิญหน้ากับความตาย

ในความตายมันมีความน่ากลัวบางอย่างอยู่ เราไม่รู้ว่าเราตายแล้วเราจะไปไหน เวลาคิดถึงความตายแล้วมันมีเเต่ความน่ากลัว ที่เราไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับมัน สิ่งที่ทำให้เราปฏิเสธความตายของตัวเอง คือความไม่รู้ เราไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อ และคนจำนวนมากก็เลยเลือกที่จะหนีมัน แต่เราสามารถทำให้ความตายเป็นประสบการณ์ที่เรารอคอยที่จะไปถึงมันด้วยความเบิกบานได้

ทุกคนรู้ว่าตัวเองต้องตาย แต่ยังปฏิเสธความตาย เพราะคิดว่ามันคงยังไม่เกิดกับตัวเอง การที่เราตระหนักว่าตัวเองจะต้องตาย ตระหนักถึงความไม่แน่นอนของชีวิต จะช่วยให้เราปล่อยวาง และจัดลำดับความสำคัญของเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตได้ดีขึ้น ว่าอะไรที่มันสำคัญจริง ๆ

วิธีเดียวที่จะจัดการความกลัวตายได้คือการไปเรียนรู้เรื่องความตาย ทุกวันนี้มีชุมชนต่าง ๆ ให้เราเรียนรู้และเตรียมตัวเรื่องนี้มากมาย การทำสมุดเบาใจ จะช่วยเตรียมพร้อมชีวิตในช่วงท้ายว่าเราอยากให้คนที่อยู่ช่วยจัดการเรื่องกระบวนการในการดูแลรักษาอย่างไร จัดการเรื่องที่ยังค้างคาใจให้เรียบร้อย เพื่อให้เราตายอย่างสงบ เช่น เรื่องความสัมพันธ์ที่มีความสำคัญสำหรับเรา บางเรื่องเราอาจจะจำได้ บางเรื่องเราจำไม่ได้ ตอนใกล้ตาย ถ้าเราไม่ฝึกอยู่นิ่ง ๆ มันอาจจะมีความทรงจำเก่า ๆ ผุดขึ้นมา แต่เราสามารถฝึกฝนได้ เริ่มจากเรื่องที่จำได้ก่อน แล้วค่อยไปจัดการเรื่องที่จำไม่ได้

สิ่งสำคัญคือจัดการเรื่องมรดก และคำสั่งเสีย เช่น เมื่อตายไปแล้ว เราอยากให้คนที่อยู่จัดการกับร่างของเราอย่างไร ดูแลศพอย่างไร รวมทั้งการจัดการเรื่องส่งต่อทรัพย์สินต่าง ๆ ด้วย

เราจำเป็นต้องหันหน้ามองความตาย สบตากับมัน ทุกวันนี้มีกลุ่มที่ให้เรียนรู้เรื่องนี้อยู่มากมาย ที่จะฝึกจิตใจของเราให้พร้อมกับการเผชิญความตาย และการที่เราไปฝึกกับกลุ่ม กับชุมชนเหล่านั้นจะทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่โดดเดี่ยว

Stage มนุษย์ต่างวัย Fest 2026

Sessions: “3 ความท้าทายในชีวิต” อยู่อย่างไรให้จอยในโลกอายุยืน

โดย นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล

จิตแพทย์ และผู้ก่อตั้งเพจ “หมอประเวช ตันติพิวัฒนสกุล” และช่องยูทูบ “ปลดล็อกกับหมอเวช”

Credits

Author

  • มนุษย์ต่างวัย

    Authorพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสังคมสูงวัยในมุมที่สนุก สร้างสรรค์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทุกวัย

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ