สิทธิของผู้สูงอายุวันนี้ก็ไม่ต่างจากสิทธิของเราในวันหน้า
เพราะไม่ว่าเราจะอายุเท่าไร เราทุกคนก็ต่างกำลังเดินไปสู่ช่วงอายุที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในวันที่เรายังแข็งแรง เราอาจไม่เคยคิดว่าการถูกมองข้าม ถูกเลือกปฏิบัติ หรือถูกกีดกัน ถูกห้ามไม่ให้ทำสิ่งนั้น สิ่งนี้ จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเราได้มากขนาดไหน แต่ในวันข้างหน้าเรื่องเหล่านี้อาจเกิดขึ้นกับตัวเรา คนในครอบครัว หรือคนที่เรารักได้ ดังนั้น การพูดถึง ‘สิทธิผู้สูงอายุ’ จึงไม่ได้เป็นเรื่องของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของเราทุกคนที่จะต้องตระหนักรู้ เข้าใจ และร่วมกันสร้างสังคมที่ดีในการอยู่ร่วมกันของคนทุกวัย
ด้วยความเชื่อนี้ มนุษย์ต่างวัย จึงร่วมกับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จัดโครงการ “อายุเป็นเพียงตัวเลข Age is Nothing, Attitude is Everything” เพื่อชวนผู้คนทำความเข้าใจเรื่องสิทธิผู้สูงอายุ และชวนตั้งคำถามกับ “วยาคติ” หรืออคติที่เกิดจากอายุ ซึ่งอาจซ่อนอยู่ในการใช้ชีวิตประจำวันของเราโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะการเคารพสิทธิ คือจุดเริ่มต้นของการทำให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี และได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใด
กิจกรรมส่วนหนึ่งของโครงการได้ถูกนำมาถ่ายทอดในงานมนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ‘ลองGEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม’ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12-14 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ Impact Exhibition Center Hall 6 เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของ ‘สิทธิต่าง ๆ’ ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น การจัดวงสนทนา ‘สิทธิของผู้สูงอายุในวันนี้ คือสิทธิของเราในวันหน้า’, บูทคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่มาพร้อมกับกิจกรรมคลินิกสิทธิ “สิทธิของคุณ เราดูแล” เพื่อตั้งโต๊ะบริการให้คำปรึกษาฟรี สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยหรืออยากขอคำแนะนำเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และเกม Right(s) Match: จับผิดสิทธิ์ถูกละเมิด เกมจับคู่ที่ชวนทุกคนมา “จับผิด” สถานการณ์ในชีวิตจริง ว่าเรื่องราวเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับสิทธิด้านไหน เพื่อให้ทุกคนเห็นว่า “การละเมิดสิทธิ” อาจอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด
นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการ ‘Age is Nothing, Attitude is Everything’ อายุเป็นเพียงตัวเลข สายตาที่เรามองกันต่างหาก…ที่สำคัญ ที่ชวนทุกคนมาสำรวจอคติระหว่างวัยที่อยู่ในใจของตัวเอง เพื่อทำความเข้าใจคำว่า “วยาคติ” ในสังคม และเหตุผลที่เราควรให้ความสำคัญกับสิทธิผู้สูงอายุ
หลายครั้ง วยาคติก็ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจทำร้ายกัน แต่เกิดจากความเคยชิน มุมมอง หรือความเชื่อที่สังคมส่งต่อกันมานาน ซึ่งการจะเปลี่ยนแปลงได้นั้นก็เริ่มต้นจากการรับฟัง ให้เกียรติ ทำความเข้าใจ และมองเห็นกันในฐานะของ “มนุษย์” มากกว่า “ตัวเลขอายุ”
โครงการนี้มุ่งหวังว่าจะเป็นอีกจุดเริ่มต้นในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ให้เกิดขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว การใส่ใจในเรื่อง ‘สิทธิ’ ก็คือเรื่องสำคัญของคนทุกวัย และการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของสังคมจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อทุกคนเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนร่วมกัน


“ตอนนี้ประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่ในความเป็นจริงกลับยังไม่ค่อยมีคนให้ความสนใจในเรื่องนี้อย่างจริงจังเท่าไรนัก ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) คิดว่าการมาร่วมงานในวันนี้ น่าจะช่วยให้ทุกคนตระหนักรู้ในสิ่งที่กำลังจะมาถึงในอนาคตมากขึ้น เพราะสุดท้ายวันหนึ่งทุกคนก็จะต้องเป็นผู้สูงอายุ ดังนั้น ถ้าทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิผู้สูงอายุ ก็จะได้เตรียมพร้อมในด้านต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน และมีโครงสร้างที่จะรองรับสังคมสูงวัยได้อย่างเต็มที่
“การจะทำให้คนหันมาสนใจในประเด็นนี้ ก็มีทั้งส่วนของเรื่องรายละเอียดปลีกย่อย และเรื่องของโครงสร้าง ตอนนี้เรายังไม่มีกฎหมายรองรับสังคมสูงวัย ส่วนร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุและบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ ฉบับภาคประชาชนก็ยังไม่มีการพิจารณาอย่างจริงจัง ในขณะที่เรามีกลไกที่ดูแลเรื่องเด็ก สตรี ผู้พิการ แต่เรายังไม่มีกลไกเกี่ยวกับเรื่องผู้สูงอายุ ดังนั้น การเข้ามามีส่วนร่วมกับงานนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นในการสร้างมาตรฐานในการดูแลประเด็นนี้อย่างจริงจังและเป็นระบบมากขึ้น
“มนุษย์ต่างวัยเองก็ทำงานประเด็นนี้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาโดยตลอด สิ่งที่เราเห็นในงานนี้จึงไม่ได้เกินความคาดหมายเท่าไรนัก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ดีใจที่ได้ร่วมงานกับมนุษย์ต่างวัย และตั้งใจจะขับเคลื่อนงานในประเด็นนี้อย่างเข้มข้น เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับคนในสังคมไทยต่อไป”


อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับการตอบรับและความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มลูกหลาน คือกิจกรรม ‘คลินิกสิทธิ’ ที่เปิดพื้นที่ให้บริการให้คำปรึกษาและแนะนำเรื่องข้อกฎหมาย สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยหรืออยากขอคำแนะนำเกี่ยวกับสิทธิต่าง ๆ โดยมีคนเข้าไปพูดคุย และขอรับคำปรึกษาวันละไม่ต่ำกว่า 20 คน
นอกจากนี้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ยังเตรียมความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนแบบเข้าใจง่ายมาให้ทุกคนได้เรียนรู้และทำความเข้าใจไปด้วยกัน ผ่านการเล่นเกม Right(s) Match: จับผิดสิทธิ์ถูกละเมิด เกมจับคู่ที่ชวนทุกคนมา “จับผิด” สถานการณ์ในชีวิตจริงกับสิทธิในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ทุกคนเห็นว่า “การละเมิดสิทธิ” อาจอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด ซึ่งทั้ง 2 กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่อยู่ในบูทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
นอกจาก ‘คลินิกสิทธิ’ จะได้ให้ความรู้กฎหมายหรือสิทธิต่าง ๆ กับคนที่เข้ามาปรึกษา พื้นที่นี้ยังทำหน้าที่ในการช่วยรับฟังและเยียวยาจิตใจให้กับผู้สูงอายุที่รู้สึกเหงา หรือมีปัญหาในครอบครัวรวมทั้งเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนและรับฟังประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่าจากผู้สูงอายุอีกด้วย
เรื่องส่วนใหญ่ที่ผู้สูงอายุเข้ามาขอรับคำปรึกษาจะเป็นเรื่องสิทธิในที่อยู่อาศัยและสิทธิในการเข้าถึงสิ่งแวดล้อมที่ดี เช่น เรื่องของความเป็นอยู่ต่าง ๆ ปัญหาเรื่องควัน เสียง การเลี้ยงสัตว์ หรือเหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ในหมู่บ้านที่กระทบต่อสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัย
เรื่องสิทธิในการทำงาน เนื่องจากผู้สูงอายุบางคนถึงแม้จะอายุ 60-70 แล้ว แต่ก็ยังสามารถทำงานได้อยู่ จึงอยากให้องค์กรต่าง ๆ ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้มีอะไรทำ เพื่อให้ผู้สูงอายุยังได้ใช้ทักษะ ความรู้ ควาามสามารถของตัวเอง และได้ออกมาใช้ชีวิตเหมือนกับคนอื่น ๆ
ส่วนเรื่องที่ลูกหลานมักเข้ามาขอรับคำปรึกษาจะเป็นเรื่องของสิทธิในการรักษาพยาบาลต่าง ๆ เช่น สิทธิ UCEP หรือสิทธิรักษาเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต 72 ชั่วโมง ที่บางครั้งก็มีปัญหาเรื่องข้อจำกัดด้านเวลา และอุปสรรคในการส่งตัวผู้ป่วยกลับไปยังโรงพยาบาลต้นสังกัดที่มีสิทธิในการรักษาอยู่หลังจากพ้นช่วงวิกฤต หรือปัญหาการขอย้ายสิทธิการรักษาพยาบาลไปยังโรงพยาบาลเฉพาะทาง ซึ่งมีเครื่องมือ อุปกรณ์ และยาต่าง ๆ ที่เหมาะในการรักษาโรคของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุมากกว่า
นอกจากนี้ก็เป็นปัญหาในเรื่องการที่ผู้สูงอายุต้องเดินทางไกล ๆ เพื่อไปโรงพยาบาล เพราะไม่มีโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ หรือโรงพยาบาลที่มีความพร้อมในการรักษาอยู่ที่เขตพื้นที่ที่อาศัยอยู่ อีกเรื่องหนึ่งที่ผู้สูงอายุเข้ามาขอรับคำปรึกษา ก็จะเป็นเรื่องของการวางแผนชีวิตและทรัพย์สิน และการจัดการมรดก
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้นอกจากจะตอบโจทย์การทำงานตามวัตถุประสงค์ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้ว ยังทำให้ทีมเจ้าหน้าที่ได้พบกับผู้สูงอายุกลุ่มใหม่ ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มผู้สูงอายุที่เข้าไปปรึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คือเป็นผู้สูงอายุที่มีความพร้อม และความเข้าใจในสิทธิต่าง ๆ ได้ดีกว่า และทำให้ได้เห็นปัญหาเรื่องสิทธิต่าง ๆ ที่ผู้สูงอายุต้องเผชิญอยู่ได้อย่างหลากหลายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น


ไฮไลต์สำคัญอีกอย่างที่ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตั้งใจนำเสนอในครั้งนี้ คือการจัดนิทรรศการ ‘Age is Nothing, Attitude is Everything’ อายุเป็นเพียงตัวเลข สายตาที่เรามองกันต่างหาก…ที่สำคัญ เพื่อชวนทุกคนมาร่วมสำรวจอคติระหว่างวัยที่อยู่ในใจเรา พร้อมร่วมกันส่งเสียงว่านโยบายแบบไหนที่อยากให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย และเรื่องอะไรบ้างที่อยากให้ กสม. ขับเคลื่อนเพื่อสิทธิของผู้สูงอายุ
ซึ่งก็ได้รับการตอบรับ และมีผู้แวะเวียนเข้ามาชมและร่วมกิจกรรมในนิทรรศการมากมาย เช่น กลุ่มคนทำงานมาร่วมกันฟังเสียงประสบการณ์ของคนที่เคยถูกลดคุณค่าเพราะอายุ คนรุ่นใหม่ที่มาร่วมตอบคำถามว่าเคยมีประสบการณ์ถูก ‘เหยียดอายุ’ บ้างหรือไม่ และกลุ่มเพื่อนและครอบครัวที่ชวนกันมาชมนิทรรศการ และถ่ายรูปร่วมกันหน้ากระจกเพื่อสนับสนุนให้ทุกคนร่วมกันสร้างสังคมที่ปราศจาก ‘วยาคติ’ หรือ ‘การเหยียดอายุ’























