‘การเดิน’ คือสัญลักษณ์ของการมีสุขภาพดี เมื่อข้อเข่ามีปัญหาก็เท่ากับว่า 60% ของคุณภาพชีวิตเราได้หายไปแล้ว ยิ่งเดินได้ ยิ่งอายุยืนอย่างแข็งแรง | Stage มนุษย์ต่างวัย Fest 2026

รู้หรือไม่ ? ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมประมาณ 6 ล้านคน และ 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุไทยมีอาการข้อเข่าเสื่อม

การไม่ได้ยืนและไม่ได้เดินเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนเราเข้าสู่ภาวะติดเตียง คนเราจะมีชีวิตที่ดีได้ต้องสามารถยืนและเดินได้ เพราะเรื่องนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เรามีชีวิตยืนยาวได้อย่างแข็งแรงและมีคุณภาพ

ข้อเข่าไม่ใช่แค่เรื่องของข้อเข่า

อิสรภาพในการใช้ชีวิตของคนเราเกิดจากการที่เรายังสามารถใช้ชีวิตและทำสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับข้อเข่าก็เท่ากับว่า 60% ของคุณภาพชีวิตเราได้หายไปแล้ว สภาพจิตใจก็แย่ลง เพราะรู้สึกแย่กับการต้องพึ่งพาคนอื่น และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อย่างเต็มที่ คนในครอบครัวก็ต้องใช้ทั้งแรง เวลา และค่าใช้จ่ายในการดูแลเรามากขึ้น เพราะฉะนั้นการเสื่อมของข้อเข่า ไม่ได้ทำให้เราเสียแค่ข้อ แต่ทำให้เราเสียอิสรภาพและคุณภาพชีวิตไปด้วย

ปัญหาข้อเสื่อมไม่ได้เป็นแค่ปัญหาสุขภาพส่วนบุคคล แต่เป็นปัญหาระดับโลก เพราะในทุก ๆ ปีทั่วโลกจะมีจำนวนผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมเพิ่มขึ้นปีละกว่า 100,000 คน ส่วนประเทศไทยก็มีผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมอยู่ประมาณ 10% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและการผ่าตัด

โรคทางกระดูกที่ทำให้เดินไม่ได้

1. ข้อเข่าเสื่อม

การเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนบวกกับโครงสร้างรอบ ๆ ข้อผิดปกติ ทำให้กระดูกข้อต่อเสียดสีกันโดยตรง เกิดอาการเจ็บ และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต โดยสัญญาณที่บ่งบอกว่าเราเริ่มมีอาการข้อเสื่อม ได้แก่ ปวดเข่าแต่เข่าไม่อุ่นร้อน, ข้อฝืด ยึดติด, มีเสียงกรอบแกรบ, กดที่กระดูกข้อเข่าแล้วเจ็บ,ข้อเข่าโก่ง ผิดรูป และกระดูกข้อเข่าขยายกว้างขึ้น ถ้ามีอาการรุนแรงมาก ๆ ก็จะยืนหรือเดินไม่ได้

2. เอ็นกล้ามเนื้ออ่อนแอ (Sarcopenia)

กล้ามเนื้อเป็นสิ่งสำคัญและเป็นอวัยวะเดียวที่เสื่อมแล้วกลับมาได้ ในขณะที่เซลล์สมอง เซลล์หัวใจ เซลล์กระดูก ถ้าหายไปก็ไม่กลับมาแล้ว แต่กล้ามเนื้อหายไปแล้วยังกลับมาได้ เราจึงต้องสร้างความแข็งแรงและดูแลกล้ามเนื้อให้ดี

ถ้าอายุ 50 แล้วไม่ทำอะไรเพื่อสร้างกล้ามเนื้อเลย พอผ่านไป 1 ปี มวลกล้ามเนื้อจะหายไป 1% แล้วพอครบ 10 ปี มวลกล้ามเนื้อก็จะหายไป 10% ซึ่งมันเป็น 10% ที่ทำให้เราล้มได้เลย

3. กระดูกพรุน / กระดูกบาง

4. กระดูกสันหลังเสื่อม

สำหรับองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ทำให้เรายังเดินได้ดีนั้นมีอยู่หลายข้อ เช่น การมีข้อต่อที่แข็งแรง กล้ามเนื้อขาที่แข็งแรง กระดูกสันหลังที่แข็งแรง เพื่อช่วยในเรื่องของท่าทางและการทรงตัว กระดูกก็ต้องแข็งแรง ไม่บางเกินไป ต้องมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม รวมทั้งระบบประสาทที่สั่งให้การเคลื่อนไหวของเราดีด้วย

ปัจจัยที่ทำให้เราเดินหรือยืนไม่ได้

1. ข้อต่อไม่แข็งแรง : ทำให้กระดูกอ่อนสึกหรอ เกิดการอักเสบเรื้องรัง และข้อโก่งผิดรูป

2. กล้ามเนื้อ : เป็นอวัยวะที่ต้องฝึกทุกวัน ยิ่งฝึก ยิ่งแข็งแรง เราสามารถฝึกกล้ามเนื้อได้ด้วยการออกกำลังกาย 3 รูปแบบ คือ แอโรบิก เวทเทรนนิง และออกกำลังกายเพื่อสร้างความสมดุลให้กล้ามเนื้อ เช่น ไทเก๊ก พิลาทีส ฯลฯ

3. ระบบประสาท : เราต้องดูแลระบบประสาทและสมองให้แข็งแรง ป้องกันไม่ให้เกิดสโตรก ความจำเสื่อม

4. กระดูกพรุน หักง่าย กระดูกสันหลังเสื่อม กระดูกสันหลังทับเส้นประสาท : เราต้องสะสมมวลกระดูกไว้เยอะ ๆ ถ้าในอนาคตมันบางลง ก็จะไม่เกิดปัญหา เรายังสามารถสะสมมวลกระดูกและชะลอการบางของกระดูกได้ ด้วยการเดินออกกำลังกาย ถ้าเดินทุกวัน กระดูกก็จะแข็งแรงขึ้น และดูดแคลเซียมได้มากขึ้น

ป้องกันอย่างไรให้ความเสื่อมมาช้าที่สุด

1. ศึกษาหาข้อมูล หรือความรู้ทางสุขภาพ

2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

3. เลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การแบกหาม การนั่งพับเพียบ การนั่งยอง ๆ การกระโดด ฯลฯ

4. ลดพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดการบาดเจ็บของข้อเข่า

5. ตรวจคัดกรองการเป็นกลุ่มเสี่ยงในการเกิดโรค

6. กินอาหารที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ อย่างอาหารที่มีโปรตีนและแคลเซียมสูง เช่น ถั่ว งา นม  ไข่ ฯลฯ

ถ้าเข่าเสื่อมแล้ว ต้องดูแลอย่างไร

รักษาโดยไม่ใช้ยา – ปรับพฤติกรรม ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย การใช้อุปกรณ์ประคองเข่า การประคบเย็น-ร้อน การใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน หรือการทำกายภาพบำบัด ถ้าทำแล้วไม่หาย ค่อยเริ่มรักษาด้วยการใช้ยา

รักษาโดยใช้ยา – การใช้ยาต้านการอักเสบ / ยาแก้ปวด การใช้สารฉีดเข้าข้อ

รักษาโดยการผ่าตัด – การผ่าตัดส่องกล้อง การผ่าตัด

‘การเดิน’ คือสัญลักษณ์ที่ดีที่สุดที่บ่งบอกว่าเรายังมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงพอที่จะดูแลตัวเองได้ ยิ่งอายุยืน ยิ่งต้องเดินได้ และยิ่งเดินได้ เราก็จะยิ่งมีอายุยืนอย่างแข็งแรง

เริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ด้วยการเดินทุกวันต่อเนื่องกันวันละ 10-20 นาที ในจังหวะที่เร็วกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อให้ข้อเข่าของเรายังแข็งแรงอยู่เสมอ สามารถเดินและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างยั่งยืน

Stage มนุษย์ต่างวัย Fest 2026

Session:โรคในโลกอายุยืน:  กระดูกและข้อเสื่อม: มากกว่าความเจ็บปวดแต่คือการสูญเสียอิสรภาพในการใช้ชีวิต

โดย ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช

ประธานราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย

หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

Credits

Author

  • มนุษย์ต่างวัย

    Authorพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสังคมสูงวัยในมุมที่สนุก สร้างสรรค์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทุกวัย

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ