“ชีวิตเราจะมีความสุขได้ ไม่ใช่แค่มีทรัพย์อย่างเดียว เราต้องมีสุขภาพดี ต้องมีครอบครัวที่อบอุ่น ต้องมีความสัมพันธ์กับเพื่อนที่ดี ถ้าเราทุ่มเทเวลา ทุ่มเทกำลังเพื่อทรัพย์อย่างเดียว แต่สุขภาพเสื่อมโทรม เจ็บป่วย เราจะมีความสุขไหม หรือมีร้อยล้าน พันล้าน แต่ครอบครัวแตกแยก เราจะเอาไหม หรือว่าประสบความสำเร็จ แต่ไม่มีเพื่อน เพราะไปหักหลังเขา กดหัวเขา ข้ามหัวเขา เพราะฉะนั้น เราต้องคำนึงถึงสิ่งอื่นด้วย อย่ามัวแต่หาเงินอย่างเดียว”
พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ พูดถึงการใช้ชีวิตให้สมดุล ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของสิ่งต่าง ๆ ในโลกทุกวันนี้ ที่อาจทำให้หลายคนมัวแต่ยุ่งอยู่กับการใช้เวลากับสิ่งที่เร้า หรือสิ่งยั่วยุต่าง ๆ จนหลายครั้งก็หลงลืมสิ่งที่สำคัญและมีความหมายกับชีวิตไปโดยไม่ทันได้รู้ตัว
“เมื่อได้มาแล้ว ก็ต้องมาคิดว่ามีแล้วจะทำอย่างไรถึงจะไม่ทุกข์ เพราะหลายคนได้มาแล้วก็อยากได้อีก มีร้อยล้านก็อยากได้พันล้าน มีรถ 2 คัน ก็อยากได้ 10 คัน เพราะฉะนั้นต้องมีให้เป็น มีแล้ว ต้องรู้จักพอ มีแล้ว ต้องรู้จักรักษา มีแล้ว ต้องใช้ให้ถูก ใช้ให้เกิดประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน และอย่าลืมว่าสิ่งที่มีอยู่ สักวันต้องหมด คำถามคือถ้ามันเสื่อมหรือหมด เราจะไม่ทุกข์ได้อย่างไร
“ทุกวันนี้อาจมีคนตั้งคำถามว่าในเมื่อ AI ก็ให้คำตอบเกี่ยวกับธรรมะได้ ตอบปัญหาความทุกข์ได้ แล้วเราจะมีพระไว้ทำไม แต่จริง ๆ แล้วคนเราอาศัยความรู้ อาศัยข้อมูลอย่างเดียวไม่พอ ชีวิตเราจะเจริญงอกงามได้ไม่ใช่เพราะเรามีความรู้ ไม่ใช่เพราะเรารู้ถูก รู้ผิด เคยได้ยินไหมว่า ‘ดีชั่วรู้หมดแต่อดใจไม่ได้’ ก็เหมือนกัน พระก็รู้หมด แต่ถ้าพระไม่ฝึกสติ ไม่ฝึกกาย วาจา ใจ พระก็เสียผู้เสียคนได้ แต่การฝึกก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องมีแบบอย่าง เพราะฉะนั้น ‘ครู’ จึงสำคัญ ครูที่เป็นแบบอย่าง สร้างแรงบันดาลใจให้กับเรา ครูที่ไม่ใช่แค่แนะนำเรา แต่ชักชวนให้เราทำความดีด้วย ถึงแม้ว่า AI อาจจะให้ความรู้กับเราได้ แต่ไม่สามารถชักชวนเรา หรือเป็นแบบอย่างให้กับเราได้ และคนเราจะอยู่ในทางที่ถูกต้องได้ก็จะต้องมีการตักเตือน ซึ่งต้องทำให้เหมาะกับบุคลิกหรือนิสัยของแต่ละคน ซึ่งตรงนี้ครูบาอาจารย์ที่เป็นมนุษย์ช่วยได้
“ตอนนี้สิ่งที่มีค่าที่แต่ละคนมี แต่ให้ความสนใจน้อย ก็คือ ‘ความสนใจ’ คนเรามีความสนใจจำกัด แล้วเราก็ควรให้ความสนใจกับสิ่งที่สำคัญ แต่โลกทุกวันนี้มีสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเราเต็มไปหมด ตั้งแต่ป้ายโฆษณา โทรทัศน์ แอปพลิเคชันต่าง ๆ ในโทรศัพท์มือถือ สิ่งเหล่านี้ต่างเรียกร้องความสนใจจากเรา เพราะฉะนั้นความสนใจของเรากำลังถูกแย่งชิง ถูกล่อลวง และถูกเรียกร้อง จนเราไม่มีเวลาให้กับตัวเอง ให้กับลูก หรือให้กับพ่อแม่
“นี่ยังไม่นับสิ่งที่มากระทบตา หู จมูก ลิ้น กายเรา ทั้งสิ่งที่ยั่วยวนให้เกิดความอยาก สิ่งที่ยั่วยุให้เกิดความโกรธ ไม่ใช่จากข่าวสาร หรือโซเชียลมีเดียเท่านั้น แต่รวมทั้งจากการกระทำ คำพูดของคนที่อยู่รอบตัวเราด้วย และสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเรามาก ๆ อีกอย่าง ก็คือความคิดและอารมณ์ที่เกิดขึ้นในใจ คุณสังเกตไหมว่าเวลามีความโกรธ มันจะดึงดูดจิตของคุณ คุณกำลังทำบางอย่างอยู่ เดี๋ยวก็กลับไปโกรธอีกแล้ว ความอยากกับความคิดก็เหมือนกัน พอมันเกิดขึ้น มันจะดึงดูดความสนใจคุณ อย่างคุณกำลังคุยกับลูก เดี๋ยวคุณก็แวบไปคิดถึงงาน คิดถึงปัญหา อารมณ์ ความคิดที่ผุดขึ้นมา ถ้าเราไปให้ความสนใจกับมันทุกเรื่อง เราแย่แน่ ๆ
“วิกฤตของคนสมัยนี้ คือการที่คุณให้ความสนใจกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว จนไม่มีเวลาให้กับตัวเอง และหลายครั้งสิ่งที่คุณสนใจมันซ้ำเติมเพิ่มโทษให้คุณ มันทำให้คุณเสียเงิน มันทำให้คุณโกรธ คุณต้องรู้จักละเลย รู้จักเมินมันบ้าง สิ่งที่จะช่วยให้ความสนใจอยู่ในความพอดีก็คือ ‘สติ’ เพราะสติทำให้เราเมิน ปล่อยวาง ไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในใจเราได้ ช่วยให้เรารู้ตัวว่าเรากำลังจดจ่อกับอะไรบางอย่างมากเกินไปแล้ว และช่วยให้เราพบความสงบ เราจะมีเวลาให้กับตัวเอง และมีเวลาให้กับคนที่เรารักมากขึ้น
“หลายคนบอกว่ายุคนี้มีการแข่งขันสูง ถ้าคุณวัดความสำเร็จกันที่เงินทอง ชื่อเสียง สถานภาพทางสังคม มันก็สูงจริง แต่ถ้าคุณคิดแค่เพียงว่าจะใช้ชีวิตให้มีความสุข มีคุณค่า คุณไม่ต้องแข่งกับใครเลย ปัญหาคือเราพยายามที่จะวิ่งตามกระแสสังคม พยายามแย่งชิงสิ่งที่มันมีจำกัด เช่น ตำแหน่งหน้าที่ เงินทอง มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าต้องแข่งขัน แต่การใช้ชีวิตในยุคนี้โดยที่ไม่ต้องแข่งกับใครเลยมันก็เป็นไปได้ ถ้าคุณคิดว่าชีวิตที่ดีคือชีวิตที่สงบเย็นและเป็นประโยชน์ คุณไม่ต้องแข่งกับใครเลย แค่ระวังกิเลสในตัวเองก็พอ”
ไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาหรือก้าวหน้าไปไกลแค่ไหน แต่ความทุกข์ ความพลัดพราก และความตายยังคงเป็นสัจธรรมที่เราทุกคนต้องเผชิญด้วยตัวเอง ดังนั้น หน้าที่ของเรา อาจไม่ใช่แค่เพียงหาข้อมูล ความรู้ เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น แต่คือการฝึกใจของเราให้พร้อมที่จะเผชิญกับความไม่แน่นอน หา ‘แบบอย่าง’ หรือ ‘กัลยาณมิตร’ ที่จะช่วยแนะนำ ชี้ทาง เพื่อช่วยให้ชีวิตเราดำเนินไปในทางที่ถูกต้องและมีความหมายได้อย่างแท้จริง
รับชมคลิปสัมภาษณ์ได้ที่นี่
“ชีวิตไม่ว่าจะสั้นหรือยาว ก็อยากให้จอยกว่าเดิม”
ชวนมา “ลอง” พบกับประสบการณ์ที่จะทำให้มอง Longevity ในมุมใหม่
“ลอง” ตั้งคำถามกับชีวิตที่อาจยืนยาวกว่าที่คิด
“ลอง” ทักทายคนแปลกหน้า ที่อาจกลายเป็นเพื่อนและสีสันใหม่ให้กับชีวิต
“ลอง” หาไอเดียใหม่ ๆ เพื่อออกแบบชีวิตที่อยากใช้ให้มีความหมายมากขึ้น
พบกับ พระไพศาล วิสาโล
ได้ที่งานมนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ‘ลองGEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม’
12-14 มิถุนายน 2569
Impact Exhibition Center Hall 6
เปิดให้ลงทะเบียนเข้างานได้แล้ววันนี้ ฟรี!
คลิกเพื่อลงทะเบียน
ลงทะเบียน 1 ครั้งเข้างานได้ 3 วัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Add Line : @Manoottangwai
























