“วันที่เราเป็น ‘สโตรกในดวงตา’ เหมือนความฝันวัยเกษียณพังลงไปเลย จากที่คิดว่าจะได้ขับรถเที่ยวกับภรรยา กลายเป็นว่าทำไม่ได้อีกแล้ว เพราะเรามองเห็นไม่เหมือนเดิม ออกไปไหนไกล ๆ ก็ไม่ได้ แต่เราไม่อยากให้ชีวิตจบแค่นี้ เลยเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตั้งแต่การทำ TikTok ไปจนถึงปั้นช่องปักตะกร้า จนกลายเป็นกิจกรรมใหม่ในชีวิต ที่ทำให้เราเริ่มต้นชีวิตได้อีกครั้ง”
มนุษย์ต่างวัย พาไปทำความรู้จัก “ปริญ สวนทองสุข” อายุ 67 ที่ชอบให้คนเรียกคุณตาเพราะว่าเป็นฉายาว่าคุณตาสอนปั้นช่อง เจ้าของ TikTok ช่อง ตาตื่นทำ ช่างประจำบ้าน และคุณตาสอนปั้นช่อง TikToker ที่ทำคอนเทนต์ปักตระกร้าของใช้ในสวนและในบ้าน รวมถึงสอนปั้นช่องในการสร้างรายได้ให้กับผู้สูงวัย
ความฝันวัยเกษียณที่ดับลง เพราะ “สโตรกในดวงตา”
คุณตาทำงานอยู่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รับผิดชอบงานด้านเทคโนโลยี จึงมีพื้นฐานเรื่องกล้องและโปรดักชัน ก่อนต่อยอดมาเปิดโปรดักชันเฮ้าท์ผลิตงานด้านการศึกษาร่วมกับลูก ความตั้งใจหลังเกษียณคือได้พักผ่อน และขับรถเที่ยวกับภรรยาไปเรื่อย ๆ แต่ความฝันนั้นกลับต้องเปลี่ยนไป เมื่อคุณตาตรวจพบว่าเป็น “สโตรกในตา” หลังจากเริ่มมีอาการมาแล้ว 1 เดือน จนไม่สามารถรักษาได้ทัน
ตอนนั้นเริ่มมองไม่เห็นด้านข้าง ขับรถชนประตูและกระถางต้นไม้บ่อย ๆ ตอนแรกคิดว่าเป็นเพียงปัญหาสายตาตามวัย จนไปทำ MRI ก่อนพบว่า ดวงตาข้างหนึ่งเกิดสโตรกขึ้นแบบไม่รู้ตัว เพราะไม่มีอาการเจ็บ ปวด และสัญญาณเตือน มีเพียงการมองเห็นบางส่วนที่หายไปจากคนที่คิดว่าจะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระหลังเกษียณ กลับกลายเป็นคนที่ไม่สามารถออกไปไหนคนเดียวได้ ต้องอยู่บ้านมองนาฬิกาให้แต่ละวันผ่านไป
จนเกิดคำถามว่า “ชีวิตจะจบแค่นี้จริง ๆ เหรอ?” และบางครั้งก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังกลายเป็นภาระของคนอื่น
ออกค้นหากิจกรรมชีวิตอีกครั้งบนข้อจำกัดของสุขภาพ
แค่ระยะเวลาไม่กี่เดือนที่คุณตาหยุดนิ่ง ทุกคนในครอบครัวเริ่มสังเกตุเห็นความเศร้า และความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จิตใจเริ่มไม่แจ่มใส คุณตาจึงเริ่มตั้งคำถามว่า จะเอาทักษะที่มีอยู่มาใช้บนข้อจำกัดของตัวเองได้อย่างไร จนมาเจอว่า TikTok สามารถสร้างรายได้จากการปักตะกร้าได้
จากนั้นจึงเริ่มเรียนรู้การทำ TikTok และตั้งโจทย์ให้ตัวเองว่า จะรีวิวเฉพาะของที่มีอยู่แล้วในบ้านและสวน จะไม่รีวิวไปเรื่อยๆ เน้นของที่ตัวเองเชี่ยวชาญเท่านั้น
“เทคนิคของตาเวลาทำคอนเทนต์ก็คือ จะพูดปัญหาของที่คนกำลังทำงานสวน และงานบ้านเพื่อเปิดเรื่อง เช่น ถ้าจะขายใบเลื่อย เราจะเปิดเรื่องด้วยปัญหาก่อนคือ มีใบครบงานจบง่าย ถ้าเลือกใช้ใบเลื่อยให้เข้ากับงานตัวเดียวครบจบ ก็จะเข้าคลิปได้อย่างตรงประเด็น แล้วก็ถูกจริตคนใน TikTok ด้วย หรือ ถ้าเป็นเครื่องดูดฝุ่นตาก็จะเปิดคลิปว่า ดูดเร็ว แรง ไม่แพง เพื่อทำให้คนเห็นจุดเด่นของสินค้า แล้วสาธิตให้ดู จบท้ายด้วยการบอกว่ากดในตระกร้าได้เลย ซึ่งแต่ละช่วงก็จะมีของในตระกร้าที่ขายดีไม่เหมือนกัน เช่นช่วงหน้าฝน รองเท้าบูทอุปกรณ์กันฝนจะขายดี ด้วยความที่ตาชอบงานช่าง ทำให้ของทุกชิ้นในบ้านเอามาปักตระกร้าสร้างรายได้ได้หมด ทำให้มีรายได้ต่อวันตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน”
ส่งต่อความรู้ให้เพื่อนวัยเกษียณ
“ตาคิดว่าไม่ใช่แค่ตาที่เหงา ผู้สูงอายุหลายๆท่านยังอยากมีงาน สร้างรายได้ หรือหากิจกรรมในชีวิตทำ จุดนี้เลยทำให้หลายคนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่หลอกไปเรียนการทำคอนเทนต์ แล้วให้ผู้สูงอายุซื้อของปักตระกร้า ตาก็เลยเปิดช่องคุณตาสอนปั้นช่อง เน้นสื่อสารกับกลุ่มผู้สูงวัยโดยเฉพาะ ว่าจะปั้นช่องอย่างไร แบบไม่ใช่เอาแต่ยอดไลค์ ยอดวิว และทำตัวไม่เหมาะสม และไม่มีการขายสินค้า ทุกคนต้องหาตัวตน หาความถนัดเพื่อนำไปสู่การปักตระกร้าได้”
“ตาก็จะตื่นมา Live ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ตั้งแต่ตีห้าครึ่งถึงแปดโมงเช้า แล้วก็จะพิมพ์คู่มือการสอนมาเปิดให้ดู แนะนำจากประสบการณ์จริงแบบภาษาผู้สูงอายุคุยกัน ช่องทางนี้ก็จะเน้นการสอนไม่ขายของ แต่ก็จะมีเอฟซีเข้ามาให้ของขวัญ ซึ่งตาเคยได้ปลาวาฬด้วยนะ ซึ่งถ้าคิดเป็นเงินก็ประมาณ 300 – 360 บาท”
“โลกของ TikTok ทำให้ตามีเพื่อน และทำให้เราเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ เพราะเอฟซีเราที่เป็นผู้สูงอายุเหมือนกัน เขาไว้ใจเราและคิดว่าเราเป็นที่พึ่งให้เขาได้ เรายิ่งต้องทดลองซ้ำๆ หาแนวทางในการสอนที่เข้าใจง่ายที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อให้เขาไม่กลัวการเล่น TikTok ที่สำคัญคือไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่จะเข้ามาหลอก”
การ Reskill คือ ประตูบานใหม่ของชีวิต
“สำหรับ การที่เข้ามาทำ TikTok และปักตระกร้าทำให้คนป่วยแบบตามีกิจวัตรประจำวันเหมือนคนมีงานประจำคือตื่นนอนมา Live เสร็จจาก Live ก็ไปถ่ายคลิปปักตระกร้า จากนั้นก็จะมานั่งตัดต่อ ทำให้การอยู่บ้านและความเจ็บป่วยที่เรามองว่าเป็นความทุกข์และข้อจำกัด ไม่กลายเป็นสิ่งที่กังขังเราไว้”
“ทุกวันนี้รายได้รวม ๆ ทั้ง Live สอน และปักตระกร้า ก็ประมาณวันละหลักพัน ทำให้เราไม่ต้องใช้เงินเก็บ มันอาจไม่ได้มากมายแต่ก็มีความสุข ที่สำคัญคือสมองเราได้ใช้งานตลอด และยังมีคุณค่าทั้งกับตัวเอง ครอบครัว รวมถึงเพื่อน ๆ วัยเกษียณ”