รู้หรือไม่ ? คนส่วนใหญ่จะเริ่มสูญเสียมวลกล้ามเนื้อประมาณ 3-5% ทุก ๆ 10 ปี หลังเข้าสู่วัย 30 แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังสามารถสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงและชะลอความเสื่อมของร่างกายได้แม้จะเข้าสู่วัย 50 ไปแล้ว
เมื่ออายุมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ จนทำให้เกิดภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยในผู้สูงอายุ หรือที่เรียกว่า ซาร์โคพิเนีย (Sarcopenia) ซึ่งในช่วงแรกภาวะนี้มักจะไม่มีอาการ และไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากนัก แต่หากไม่ได้รับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ไม่ออกกำลังกาย และมีโรคประจำตัว ก็จะยิ่งทำให้ความแข็งแรงลดลงเรื่อย ๆ จนทำให้ลุก นั่ง เดิน หรือทรงตัวได้ยากกว่าปกติ และเสี่ยงต่อการหกล้ม
ดังนั้น การสร้างกล้ามเนื้อหลังจากอายุ 50 ปี จึงไม่ได้ช่วยแค่เรื่องของบุคลิกภาพ หรือทำให้รูปร่างดูดีขึ้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในระยะยาวเกือบทุกด้านด้วย
1. ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพื้นฐานของร่างกาย
การเพิ่มกล้ามเนื้อเพียง 3 ปอนด์ (1.36 กิโลกรัม) สามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน (Resting Metabolic Rate) ได้ประมาณ 7% ซึ่งช่วยในการจัดการน้ำหนักตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมือนมีเครื่องออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญพลังงานให้เราตลอดเวลา แม้ในขณะที่กำลังนอนหลับหรือนั่งดูซีรีส์
2. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2
เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ปรับปรุงความไวต่ออินซูลิน และอาจลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้
งานวิจัยหัวข้อ Strength Training and the Risk of Type 2 Diabetes and Cardiovascular Disease ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Medicine & Science in Sports & Exercise ปี 2017 พบว่า ผู้หญิงที่ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลงถึง 30% และในกลุ่มที่ฝึกตั้งแต่ 120 นาทีต่อสัปดาห์ขึ้นไป พบว่า ลดลงได้ถึง 35%
3. ช่วยรักษาความหนาแน่นของมวลกระดูกและลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน
การออกกำลังกายแบบใช้แรงต้านช่วยรักษาความหนาแน่นของมวลกระดูกและลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน งานวิจัยระบุว่าผู้หญิงที่ฝึกแรงต้านเป็นประจำสามารถเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกได้ 1-3% ต่อปี
4. ช่วยให้สุขภาพหัวใจแข็งแรง ลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด
ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ
5. ช่วยเพิ่มความสามารถในการทรงตัวและลดความเสี่ยงในการหกล้ม
การมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงโดยเฉพาะกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและขา จะช่วยปรับปรุงสมดุลของร่างกายและลดความเสี่ยงในการหกล้ม ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่มักจะเกิดเมื่ออายุมากขึ้น
6. ช่วยรักษาอิสรภาพในการใช้ชีวิต
ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่ช่วยให้เรายังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ และสามารถดูแลตัวเองได้ในระยะยาว
7. ช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้น
การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล รวมทั้งลดอาการซึมเศร้าที่มักพบในช่วงรอยต่อของวัยหมดประจำเดือนของผู้หญิง
การมีมวลกล้ามเนื้อที่แข็งแรงก็เปรียบเหมือนร่างกายได้รับยาอายุวัฒนะที่ช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถพึ่งพาตัวเองได้ในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อเราอายุมากขึ้น และสิ่งที่จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรงให้กับเราได้ก็คือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็น 1 ใน 6 เสาหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ที่จะช่วยให้เรามีช่วงเวลาที่มีสุขภาพที่แข็งแรง (Healthspan) ได้ยาวนานพอ ๆ กับช่วงเวลาชีวิต (Lifespan)
หากใครสนใจเรื่องการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย เพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และชะลอความเสื่อมของร่างกาย สามารถไปรับฟังเต็ม ๆ ได้ที่งาน
มนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ‘ลองGEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม’
ใน session : กล้ามเนื้อ: สินทรัพย์ที่ยิ่งอายุเยอะ ยิ่งหายาก ยิ่งมีค่า
โดย หมอเมย์ – พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูและชะลอวัย
ผู้ก่อตั้ง Dr.May Clinic
13 มิถุนายน 2569
เวลา 12.00 – 12.30 น.
IMPACT Exhibition Center Hall 6
เปิดให้ลงทะเบียนเข้างานแล้ว
คลิกลิงก์เพื่อลงทะเบียน https://www.zipeventapp.com/e/Manoottangwai-Fest2026
























