ในวันที่โลกเต็มไปด้วยวิกฤต มองไปทางไหนก็เห็นมีแต่ข่าวร้าย และความไม่แน่นอน ผู้คนจำนวนไม่น้อยเครียด วิตกกังวลใจ จนเริ่มตั้งคำถามว่า เมื่อโลกน่าอยู่น้อยลงไปเรื่อย ๆ แล้วเราจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร
สำหรับชาวญี่ปุ่นพวกเขาสรุปคำตอบของการมีชีวิตอยู่ด้วยหลักคิดที่เรียกว่า ‘อิคิไก’ ที่ช่วยอธิบายว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ยังอยากตื่นขึ้นมาในทุกเช้า
‘อิคิไก’ จึงเป็นมากกว่าความรู้สึก แต่คือหลักคิดที่ช่วยให้เรามองเห็นเป้าหมายในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะในวันที่เราอาจจะต้องมีชีวิตอยู่ยาวนานขึ้น
ข้อมูลจาก Japan Gerontological Evaluation Study (JAGES) ที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Regional Health – Western Pacific (2022) ซึ่งเป็นการสำรวจระดับชาติในผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป โดยติดตามผลเป็นเวลา 3 ปี พบว่า การมีอิคิไกช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะทุพพลภาพได้ 31% และอาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคสมองเสื่อมได้ประมาณ 36%
แนวคิด ‘อิคิไก’ (Ikigai) คือปรัชญาทางวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อความสุขและการมีเป้าหมายในชีวิตของชาวญี่ปุ่น คำว่า อิคิไก (生きがい) มาจากคำภาษาญี่ปุ่นสองคำ คือ ‘อิคิ (iki)’ ที่แปลว่า ‘ชีวิต’ และ ‘ไก (gai)’ ที่แปลว่า ‘คุณค่า’ หรือ ‘ความคุ้มค่า’ เมื่อรวมกันจึงหมายถึง ‘ชีวิตที่มีคุณค่าควรแก่การดำเนินอยู่’
7 องค์ประกอบหลักของการมี ‘อิคิไก’
ในขณะที่ชาวตะวันตกมักมองอิคิไกผ่านแผนภาพวงกลม 4 วงที่ประกอบด้วย สิ่งที่รัก สิ่งที่ถนัด สิ่งที่โลกต้องการ และสิ่งที่สร้างรายได้ แต่ในทางวิชาการญี่ปุ่น โดยเฉพาะงานของ Mieko Kamiya (มิเอโกะ คามิยะ) ได้ระบุองค์ประกอบ 7 ด้านที่ละเอียดอ่อนกว่า คือ
1.ความพึงพอใจในชีวิต: การประเมินตนเองว่าชีวิตมีคุณค่า
2.การเปลี่ยนแปลงและการเติบโต: กระบวนการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
3.การประจักษ์ในตนเอง (Self-actualization): การตระหนักถึงตัวตนที่แท้จริงและศักยภาพของตัวเอง
4.ความสัมพันธ์: การเชื่อมโยงที่มีความหมายกับผู้อื่น
5.ประสบการณ์ภาวะลื่นไหล (Flow): การจดจ่อในกิจกรรมที่ทำอย่างเต็มที่
6.คุณค่าของการมีอยู่: ความรู้สึกว่าชีวิตมีความหมายเกินกว่าสถานการณ์เฉพาะหน้า
7.การมุ่งเน้นอนาคต: การมีเป้าหมายและแรงบันดาลใจที่ให้ทิศทางแก่ชีวิต
ที่โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ ‘Blue Zone’ หรือเขตที่มีคนอายุยืนยาวที่สุดในโลก อิคิไกไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดนามธรรม แต่เป็นวิถีปฏิบัติที่หยั่งรากลึกในชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุในโอกินาวาไม่ได้มองว่าการเกษียณคือการหยุดพักผ่อนอยู่เฉย ๆ แต่พวกเขาใช้อิคิไกเป็นเข็มทิศในการดำเนินชีวิตผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น
- การมีส่วนร่วมในชุมชน: ผู้สูงอายุที่นี่เน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับคนในชุมชน
- การเชื่อมต่อระหว่างวัย (Intergenerational Connections): มีการนำประสบการณ์ชีวิตมาใช้ในการเป็นพี่เลี้ยงหรือที่ปรึกษาให้แก่คนรุ่นหลัง และมุ่งเน้นการรักษาประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมให้คงอยู่
- การฝึกฝนจิตวิญญาณและงานอดิเรก: อิคิไกในวัยนี้มักเปลี่ยนทิศทางไปสู่การดูแลสุขภาพ การเติบโตทางจิตวิญญาณ และการทำกิจกรรมที่สร้างภาวะลื่นไหล (Flow) เช่น งานฝีมือหรือศิลปะพื้นบ้าน
- การเชื่อมต่อทางอารมณ์: แม้ในช่วงที่สมรรถภาพทางกายหรือการรับรู้ (Cognitive Capabilities) อาจลดลงตามวัย แต่พวกเขาก็ยังคงรักษาอิคิไกผ่านการเชื่อมต่อทางอารมณ์กับกิจกรรมและผู้คนที่มีความหมาย
การยึดถืออิคิไกอย่างเหนียวแน่นส่งผลต่อชีวิตของผู้สูงอายุในด้านต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ผลลัพธ์ทางสุขภาพกาย: ช่วยลดสารบ่งชี้การอักเสบในร่างกาย ส่งผลดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น และป้องกันความเสื่อมถอยตามวัย การศึกษาพบว่าคนที่มีอิคิไกที่เข้มแข็งจะมีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
ผลลัพธ์ทางพฤติกรรมและจิตใจ: สร้างแรงจูงใจให้อยากทำกิจกรรมที่มีความหมายต่อไป ทำให้ผู้สูงอายุเลือกกินอาหารและออกกำลังกายมากขึ้น เพื่อรักษาพยาบาลร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ ช่วยให้ผู้สูงอายุรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของชีวิต (Life transitions) ได้ด้วยทัศนคติที่เป็นบวกและความรู้สึกขอบคุณ นอกจากนี้ ยังช่วยลดภาวะการเจ็บป่วยทางจิตเวช หรือปัญหาสุขภาพจิต เพราะการมีอิคิไกช่วยให้ผู้สูงอายุมีระดับความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าที่ต่ำกว่าคนทั่วไป
อย่างไรก็ตาม ‘อิคิไก’ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยิ่งใหญ่เสมอไป เพราะความหมายที่แท้จริงของมันอาจเป็นความสุขเล็ก ๆ ในแต่ละวัน และการได้ทำสิ่งที่มีคุณค่าให้กับคนอื่น
สำหรับผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นที่ส่วนใหญ่มีชีวิตที่ยืนยาว ‘อิคิไก’ อาจทำให้การมีอยู่ในแต่ละวันมีความหมายมากยิ่งขึ้น แล้วสำหรับคุณล่ะ อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คุณยังอยากมีชีวิตอยู่ ? ถ้ายังไม่เจอคำตอบที่ใช่ เราอยากชวนคุณมาลองค่อย ๆ หาคำตอบไปด้วยกัน
“ชีวิตไม่ว่าจะสั้นหรือยาว ก็อยากให้จอยกว่าเดิม”
ชวนมา “ลอง” พบกับประสบการณ์ที่จะทำให้มอง Longevity ในมุมใหม่
“ลอง” ตั้งคำถามกับชีวิตที่อาจยืนยาวกว่าที่คิด
“ลอง” หาไอเดียใหม่ ๆ ในการดูแลต้นทุนชีวิตให้มั่นคงมากขึ้น
“ลอง” เริ่มเปลี่ยนตั้งแต่วันนี้ เพื่อหาเหตุผลที่ทำให้เราอยากตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตในวันพรุ่งนี้
ที่งานมนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ‘ลองGEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม’
12-14 มิถุนายน 2569
Impact Exhibition Center Hall 6
เปิดให้ลงทะเบียนเข้างานแล้ว
คลิกลิงก์เพื่อลงทะเบียน
อ้างอิง
























