บรรยากาศมนุษย์ต่างวิ่ง ครั้งที่ 7 เพราะชีวิตมีเรื่องเซอร์ไพรส์เราได้ตลอด เราจึงต้องมีทักษะในการเตรียมรับมือกับข่าวร้าย

มนุษย์ต่างวัยเก็บภาพบรรยากาศจากกิจกรรมมนุษย์ต่างวิ่ง ครั้งที่ 7 มาให้ชมกันครับ

ครั้งนี้เราชวนเดิน–วิ่งและล้อมวงคุยกับ โอมศิริ วีระกุล มนุษย์เงินเดือน นักเขียน Podcastor สายการงานและการเงิน และเจ้าของเพจ Office 0.4 ที่มาถ่ายทอดเรื่องราวและมุมมองชีวิตในหัวข้อ ‘สุขภาพก็ต้องดี เงินในบัญชีก็ต้องสะสม’ ว่าเราจะเริ่ม ‘สะสม’ ต้นทุนชีวิตทั้งในเรื่องสุขภาพและการเงินอย่างไรให้ไปต่อได้ยาว ๆ ในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนแบบนี้

บันทึกรายรับ-รายจ่ายไม่ได้ทำให้เราเห็นแค่เรื่องเงินแต่เห็นไปถึงการใช้ชีวิต

การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายไม่ใช่แค่เรื่องการคำนวณเงิน แต่มันทำให้เราเห็นไปถึงสุขภาพ นิสัยและการใช้ชีวิตของเราด้วย เราใช้ตัวเลขเพื่อให้รู้จักตัวเอง เพราะตัวเลขไม่เคยโกหก ถ้าเราจดบันทึกอย่างต่อเนื่อง เขียนรายละเอียดและความรู้สึกของเราลงไปเหมือนการเขียนไดอารี มันจะทำให้เราเห็นข้อมูลของตัวเองว่าเราใช้จ่ายกับอะไรบ้าง กินอะไรมากน้อยเท่าไร ไปทำอะไร ที่ไหน ซึ่งข้อมูลพวกนี้จะทำให้เราเห็นภาพรวมชีวิตของตัวเอง และสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์และวางแผนการใช้จ่ายล่วงหน้าได้

อย่าใช้มาตรฐานของคนอื่นมากดดันชีวิตตัวเอง

เราอาจจะเคยได้ยินหลักการทั่วไปที่มักจะบอกให้แบ่งเงินเพื่อเก็บออมอย่างน้อย 10% ของรายได้ แต่เราไม่จำเป็นต้องทำให้ได้แบบนั้นก็ได้ เพราะเงื่อนไขและภาระในชีวิตของคนเราแตกต่างกัน เราอาจจะแบ่งเงินแค่ 3% หรือ 5% มาเก็บออมก็ได้ เพื่อสร้างวินัยและนิสัยทางการเงินที่ดีให้กับตัวเองก่อน พอเราเริ่มปรับเปลี่ยนนิสัยทางการเงินได้ ค่อยไต่ระดับเพิ่มขึ้นไปในแบบที่ตัวเองไหว แล้วถ้าอยากอยู่เหนือค่าเฉลี่ยทั่วไป เราค่อยเก็บออมมากกว่า 10% และอย่าลืมว่านอกจากเงินเราต้องเก็บสะสมทักษะและความรู้ด้วย

ลงทุนเพื่อความมั่นคงระยะยาวของชีวิต

เริ่มลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตและมองไกลไปถึงแผนเกษียณ โดยวางแผนจากความเป็นจริงของชีวิต เช่น การเช็กว่าในวันที่เกษียณพ่อแม่เราใช้เงินประมาณเท่าไร แล้วเราคิดว่าตัวเองจะต้องใช้อะไร คนในครอบครัวเรามีอายุยืนยาวไหม มีความเสี่ยงโรคร้ายอะไรหรือเปล่า แล้วตัวเราคิดว่าจะอยู่ไปจนถึงอายุเท่าไร

ไม่เน้นการลงทุนเพื่อให้พอร์ตเติบโตอย่างเดียว แต่กระจายสินทรัพย์ในการลงทุน เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยง นอกจากนี้ก็ต้องศึกษาเรื่องการทำประกันไว้ด้วย เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยง หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น แล้วเราไม่สามารถไปรายได้ต่อได้ เพื่อไม่ให้เงินทั้งหมดที่มีอยู่หายไปกับค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด

สถานการณ์แบบนี้ถ้าไม่จำเป็นอย่าเพิ่งเป็นหนี้

10 ปีแรกในการทำงานควรเก็บออมให้ได้มากที่สุดและอย่าเพิ่งรีบก่อหนี้ โดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจเป็นแบบนี้ ยิ่งไม่ควรสร้างหนี้เพิ่มโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะหนี้ก้อนใหญ่ และถ้าเราหาเงินมาเติมไว้ได้หลาย ๆ ทางก็ยิ่งดี เช่น ทำงานเสริม ลงทุน หรือถ้าเรายังอยู่บ้านหลังเดิมกับพ่อแม่ได้ ก็อย่าเพิ่งย้ายออกมาซื้อคอนโดอยู่คนเดียว เพราะเราไม่รู้ว่าจะมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นตอนไหนในชีวิต ทางที่ดีควรเก็บเงินไว้ให้มากที่สุด ถ้ามีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอกับรายจ่ายได้อย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไปได้ยิ่งดี

ความสามารถในการับข่าวร้ายคือทักษะจำเป็นที่ต้องมีในชีวิต

ชีวิตมันมีเรื่องเซอร์ไพรส์เราได้ตลอด การมีเงินเยอะ ๆ มีแผนสำรองในชีวิตเป็นสิ่งที่ดี แต่ต่อให้มีเงินมากแค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะซื้อความสบายใจได้ 100% เสมอไป เพราะในวันที่คนในครอบครัว คนที่เรารักป่วย ความกังวลที่เกิดขึ้นมันใหญ่กว่าเงินเรามีมาก ๆ ดังนั้น สิ่งที่จะช่วยเราได้จริงๆ คือการกลับมาดู ‘หลังบ้าน’ ของตัวเอง จัดการเรื่องหนี้สินไม่ให้เกินตัว และบริหารความเสี่ยงหรือทำประกันไว้บ้าง เพื่อให้ในวันที่เกิดเหตุฉุกเฉิน เราจะได้สละความวิตกกังวลออกไป และกลับมาโฟกัสกับความสุขเรียบง่ายในชีวิตได้มากขึ้น

ต้นทุนชีวิตที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง

‘ตัวเรา’ คือต้นทุนที่สำคัญที่สุดของทุกสิ่ง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราต้องรักษาต้นทุนนี้ไว้ให้ดีที่สุด วิธีการที่ง่ายแต่ทรงพลังที่สุดคือการรักษา ‘กิจวัตรประจำวัน’ของเราไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะกังวลแค่ไหน ตื่นเช้ามาต้องไปออกกำลังกาย ถึงเวลากินต้องกิน ถึงเวลานอนต้องนอน  เราต้องรักษาพื้นฐานร่างกายและจิตใจให้ดี เพราะถ้าต้นทุนอย่าง ‘ตัวเรา’ พังลงไป ทุกอย่างที่เราพยายามสร้างมาทั้งหมดมันจะไม่มีความหมายเลย

ขอบคุณทุกคนที่มาใช้ช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกัน แล้วอย่าลืมมาเดิน มาวิ่ง มาล้อมลงคุย เพื่อเติมพลังให้กับชีวิตกันใหม่ในมนุษย์ต่างวิ่งครั้งหน้านะครับ

Credits

Author

  • มนุษย์ต่างวัย

    Authorพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสังคมสูงวัยในมุมที่สนุก สร้างสรรค์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทุกวัย

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ