ถ้าแรงงานไทยหลายล้านคนหายไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ใครจะเป็นคนขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป?
ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญจากการเข้าสู่ ‘สังคมสูงวัย’ ข้อมูลจากกรมการปกครอง ตามหลักฐานทะเบียนราษฎร (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568) ระบุว่า ไทยมีประชากรทั้งหมด 65.8 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุมากถึง 14 ล้านคน ขณะที่ประชากรวัยแรงงานกลับมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะหายไปกว่า 7 ล้านคนภายในปี 2583 ซึ่งอาจกระทบต่ออุตสาหกรรมหลายภาคส่วน
มนุษย์ต่างวัยนำส่วนหนึ่งของเซสชัน ‘แรงงานขาดแคลน สังคมสูงวัย และโอกาสของ Silver Economy: อะไรคือทางออกของประเทศไทย?’ ในการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 20 “ประชากรและสังคม 2569 Decode Tomorrow” ถอดรหัสประชากร สร้างอนาคตที่ยั่งยืน ที่จัดขึ้น ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ บางพลัด กรุงเทพมหานคร
ร่วมแลกเปลี่ยนโดย นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมป์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, นายศรัญยู ชเนศร์ กรรมการเหรัญญิกหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, ผศ. ดร.สักกรินทร์ นิยมศิลป์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม และนางสาวกอบกุล กวั่งชวน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดำเนินวงเสวนาโดย ผศ. ดร.นรา ขำคม สถาบันวิจัยประชากรและสังคม
ผู้สูงอายุคือแรงงานคุณภาพที่พร้อมลุยต่อหลังเกษียณ
ในวันที่แรงงานวัยหนุ่มสาวลดลงอย่างต่อเนื่อง หลายประเทศเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์ที่มีอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ยังมีสุขภาพแข็งแรงและประสบการณ์ทำงานหลากหลาย ซึ่งสามารถเข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างของตลาดแรงงานได้
นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย เล่าว่า “สำหรับคนสูงอายุเอง การทำงานต่อไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องรายได้ แต่เป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่า แม้จะอยู่ในวัยเกษียณแล้ว” ดังนั้น ขอแค่ให้โอกาสและงานที่เหมาะสมกับช่วงวัย ผู้สูงอายุหลายคนก็พร้อมที่จะทำงานต่อ
การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุยังคงอยู่ในตลาดแรงงานส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในหลายมิติ ทั้งช่วยให้ผู้สูงอายุมีเงินเก็บออมโดยไม่ต้องพึ่งพิงลูกหลาน รวมถึงช่วยเพิ่มฐานผู้เสียภาษี ที่จะนำไปสู่การลงทุนและพัฒนาระบบสวัสดิการอื่น ๆ ในอนาคต
ทว่า การขยายอายุการทำงานเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในระยะยาวได้ เพราะผู้สูงอายุจำนวนมากยังมีทักษะไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดปัจจุบัน เช่น เทคโนโลยีการเกษตร ยานยนต์ไฟฟ้า หรือปัญญาประดิษฐ์ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องส่งเสริมระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านการอัปสกิลและรีสกิล เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถปรับตัวและทำงานได้อย่างต่อเนื่องในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมกันออกแบบระบบที่เอื้อต่อการจ้างงานผู้สูงอายุ อย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์กำหนดให้นายจ้างต้องเสนอทางเลือกจ้างงานต่อแก่พนักงานหลังเกษียณจนถึงอายุ 69 ปี โดยที่รัฐบาลจะสนับสนุนเงินชดเชยค่าจ้างสูงสุด 7% ผ่านโครงการ Senior Employment Credit เพื่อช่วยแบ่งเบาต้นทุนของนายจ้าง ซึ่งนโยบายดังกล่าวส่งผลให้อัตราการจ้างงานผู้สูงอายุในสิงคโปร์ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา
ผู้สูงอายุคือตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่กำลังเติบโต
นอกจากการเป็นแรงงานที่มีศักยภาพแล้ว ผู้สูงอายุยังเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงและมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางของธุรกิจไทย นายศรัญยู ชเนศร์ กรรมการเหรัญญิก หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2566 ตลาดผู้บริโภคสูงวัย (Silver Gen) ของไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.9 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเป็น 2.6 ล้านล้านบาทในปี 2573 หรือประมาณ 12% ของ GDP ประเทศ
ที่น่าสนใจคือ ผู้สูงอายุยุคใหม่ไม่ได้ใช้จ่ายเฉพาะค่ารักษาพยาบาลเหมือนในอดีตอีกต่อไป บางคนอายุ 70+ ก็ยังออกไปพบปะเพื่อนฝูง หรือเริ่มต้นทำกิจกรรมใหม่ ๆ ธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตในตลาดนี้จึงต้องเป็นสินค้าและบริการที่มอบความสะดวกสบาย รวมถึงสร้างประสบการณ์ที่ดีในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น อาหารเพื่อสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย หรือบริการวางแผนทางการเงินหลังเกษียณ ฯลฯ
แต่การจะคว้าโอกาสจากตลาด Silver Gen นั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากภาคธุรกิจต้องเอาใจใส่กับการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่อ่านง่าย ระบบการให้บริการที่ไม่ซับซ้อน ไปจนถึงพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัย นอกจากนี้ การสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า เช่น บริการก่อนและหลังการขาย ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ท้ายที่สุดแล้ว เราจะเห็นว่า ‘Silver Economy’ หรือเศรษฐกิจสีเงิน คือแนวคิดที่มองว่า ผู้สูงอายุคือทุนมนุษย์ที่สำคัญของประเทศไม่ต่างกับคนหนุ่มสาว ดังนั้น หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันและวางระบบรองรับที่เหมาะสม ผู้สูงอายุก็สามารถเป็นทั้งแรงงานและผู้บริโภคที่ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับไทยได้อย่างมหาศาล
















