Comfyhomies เฟอร์นิเจอร์ไม่ได้มองแค่เรื่องความสวยงามของบ้าน แต่ทำให้คนในบ้านได้ใช้เวลาร่วมกัน และรู้สึกว่าเป็นเจ้าของบ้านหลังเดียวกัน

เมื่อพูดถึง “บ้านที่น่าอยู่” เราอาจนึกถึงบ้านที่สวย เฟอร์นิเจอร์เข้าชุด หรือการตกแต่งที่มีสไตล์ชัดเจน แต่สำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายช่วงวัย บ้านที่ดีอาจไม่ได้วัดกันที่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว หากคือการมีพื้นที่ที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่า นี่คือบ้านของเรา และอยากกลับมาใช้เวลาร่วมกัน

มนุษย์ต่างวัยชวนไปพูดคุยกับ คุณเทน – อมิตา ถิรพาณิชย์กุล วัย 30 ปี ผู้ก่อตั้ง Comfyhomies แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้มองการออกแบบเพียงในมิติของรูปลักษณ์หรือฟังก์ชัน แต่ให้ความสำคัญกับ “ความสัมพันธ์” ของผู้คนกับพื้นที่ และการออกแบบพื้นที่ให้คนต่างวัยสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจ

ตั้งแต่การมีพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ส่วนกลาง การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์คนหลายวัย ไปจนถึงการเปิดพื้นที่ให้ความชอบและเรื่องราวของสมาชิกแต่ละคนได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน

เพราะสำหรับ Comfyhomies บ้านที่ดีอาจไม่ใช่บ้านที่ทุกอย่างเหมือนกัน แต่คือบ้านที่ทุกคนมีพื้นที่ของตัวเอง และมีพื้นที่ที่ได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกัน

จุดเริ่มต้นของ Comfyhomies

“Comfyhomies  เกิดขึ้นในช่วงโควิดค่ะ ก่อนหน้านั้นเทนเรียนกฎหมายมา และถ้าเป็นเด็กนิติศาสตร์ เส้นทางหลังเรียนจบก็ค่อนข้างชัดเจนว่าเราจะต้องไปสอบต่อ ไม่ว่าจะเป็นทนาย ผู้พิพากษา หรืออัยการ แต่พอเกิดโควิด ทุกอย่างหยุดชะงัก สนามสอบต่าง ๆ ถูกปิด ไม่มีการสอบ เพราะทุกคนกังวลเรื่องการแพร่ระบาด กลายเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เทนมีโอกาสหยุดและกลับมาถามตัวเองว่า จริง ๆ แล้วเราชอบอะไร และอยากทำอะไร

“ช่วงนั้นเทนเลยลองออกนอกเส้นทางที่ตัวเองวางไว้ เริ่มจากการขายตุ๊กตา ขายได้เกือบหมื่นตัว พอขายได้เยอะ เราก็เริ่มคิดว่า หรือเราจะลองขายของกระจุกกระจิกอื่น ๆ ดู จึงค่อย ๆ ทดลองไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายมาสนใจเรื่องเฟอร์นิเจอร์

“ตอนแรกเทนก็ไม่ได้รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง แต่พอเราลองมองไปรอบ ๆ กลับพบว่าคนใกล้ตัวเราหลายคนมีความรู้และทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมนี้อยู่แล้ว บางคนทำเรื่องไม้ บางคนทำสแตนเลสและโลหะ บางคนทำโซฟา ซึ่งเป็นทั้งญาติ พี่ ๆ หรือเพื่อนที่รู้จักกันอยู่แล้ว

“มันเลยกลายเป็นเหมือนความบังเอิญและจังหวะที่พอดี ที่ทำให้เทนได้มีโอกาสเข้ามาลองทำเฟอร์นิเจอร์จริง ๆ อีกอย่างที่เทนเห็นจากอุตสาหกรรมนี้ในตอนนั้นก็คือ เฟอร์นิเจอร์ โดยเฉพาะโซฟาหรือเก้าอี้ ยังมีรูปแบบที่ค่อนข้างจำกัด ถ้าย้อนกลับไปประมาณ 5 ปีก่อน ดีไซน์ต่าง ๆ ยังไม่ได้มีความหลากหลายเหมือนในปัจจุบัน กลายเป็นจุดที่ทำให้เทนเริ่มมองเห็นว่า ถ้าเราเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้ เราอาจจะลองสร้างอะไรที่แตกต่างออกไปได้ และนั่นก็กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของ Comfyhomies

“ชื่อ Comfyhomies  มาจากคำว่า Comfy ที่หมายถึงความสบาย เพราะเทนเป็นคนที่ชอบอะไรที่สบาย ๆ อยู่แล้ว เป็นคนค่อนข้างขี้เกียจ ชอบนั่ง ชอบพัก ชอบอะไรที่ทำให้รู้สึกสบาย ก็เลยรู้สึกว่าคำว่า Comfy สะท้อนตัวเราได้ดี

“ส่วนคำว่า Homies ก็เหมือนการเรียกเพื่อน หรือแก๊งเพื่อน พอเอาสองคำมารวมกัน มันเลยมีความหมายประมาณว่า “แก๊งคนที่ชอบความสบาย” เป็นเหมือน Community เล็ก ๆ ของคนที่อยากใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ และมีความสุขกับพื้นที่ของตัวเอง

ไม่ได้อยากขายแค่เฟอร์นิเจอร์ แต่อยากให้ทุกชิ้นเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนคนในบ้าน

เมื่อก้าวเข้ามาสู่โลกของเฟอร์นิเจอร์ คุณเทนไม่ได้มองว่านี่คือการทำธุรกิจเพื่อขายของแต่งบ้านเพียงอย่างเดียว แต่กลับมองเห็นโอกาสที่จะสร้างแบรนด์ที่เข้าใจคนที่อยู่ในบ้านมากขึ้น

เพราะสำหรับ Comfyhomies เฟอร์นิเจอร์ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งของที่มีไว้ใช้งาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ เป็นสิ่งที่สะท้อนว่าคนคนหนึ่งชอบอะไร ใช้ชีวิตอย่างไร และอยากให้พื้นที่ของตัวเองเป็นแบบไหน

“ไม่จำเป็นว่าบ้านหนึ่งหลังจะต้องมีสไตล์เดียวกันทั้งหมด หรือเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นต้องเข้าชุดกัน เพราะเมื่อบ้านเป็นพื้นที่ของคนหลายคน แต่ละคนก็ย่อมมีความชอบและตัวตนที่แตกต่างกัน

“สิ่งที่ Comfyhomies อยากทำจึงไม่ใช่การกำหนดว่า บ้านที่ดีต้องเป็นแบบไหน แต่คือการสร้างเฟอร์นิเจอร์ที่เปิดโอกาสให้คนแต่ละคนเลือกสิ่งที่เข้ากับตัวเอง และสามารถนำมาอยู่ร่วมกันในพื้นที่เดียวกันได้

จากมุมมองนี้ เฟอร์นิเจอร์จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเติมพื้นที่ว่างในบ้าน แต่ค่อย ๆ เติม ตัวตน ความชอบ และเรื่องราวของคนในบ้าน ลงไปด้วย

และเมื่อคิดว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งควรทำอะไรได้มากกว่าการเป็นของที่ “วางอยู่ในบ้าน” คำถามต่อมาของคุณเทนจึงกลายเป็นว่า

“แล้วเราจะสร้างเฟอร์นิเจอร์สักชิ้นที่ทำให้คนทุกวัยในบ้านสามารถใช้พื้นที่ร่วมกันได้อย่างไร ?”

คำตอบนั้นจึงนำไปสู่การออกแบบ Vela Sofa โซฟาที่ถูกคิดขึ้นจากแนวคิดเรื่อง “เวลา” และการใช้ชีวิตร่วมกันของคนในบ้าน

‘Vela Sofa’ โซฟาที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือคนวัยใดวัยหนึ่ง แต่ต้องการเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นของทุกของคนในบ้าน

“เทนรู้สึกว่าอันดับแรก บ้านหนึ่งหลังต้องมีโซฟา เพราะโซฟาเป็นพื้นที่ตรงกลางที่ทำให้ทุกคนในบ้านได้มาเจอกัน โซฟาไม่มีเจ้าของ ไม่ใช่ของฉัน ของเธอ หรือของใครคนหนึ่ง แต่มันเป็นพื้นที่ที่ทุกคนมาใช้ร่วมกัน ทั้งมานั่งคุย มาพักผ่อน หรือใช้เวลาด้วยกัน เพราะฉะนั้นฟังก์ชันที่สำคัญที่สุดของโซฟา คือการเชื่อมคนในบ้านให้ได้มาใช้เวลาร่วมกัน

“ที่ผ่านมา ลูกค้าหลายคนมักถามว่า บ้านแบบนี้ควรใช้โซฟาแบบไหน หรือการแต่งบ้านสไตล์นี้เหมาะกับโซฟาตัวไหน เทนเลยตั้งคำถามกลับว่า ทำไมเราต้องเลือกโซฟาให้เข้ากับบ้าน ทั้งที่จริง ๆ แล้วเราน่าจะมีโซฟาที่เข้ากับคนและการใช้ชีวิต ของแต่ละบ้านได้มากกว่า

“ชื่อ Wela มาจากคำว่า “เวลา” เพราะเวลาในแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน และแต่ละคนก็มีวิธีใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน เทนจึงอยากให้ Vela Sofa เป็นโซฟาที่ทุกคนในบ้านสามารถใช้งานร่วมกันได้ ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงวัย

“การออกแบบจึงไม่ได้เลือกเพียงความนุ่มหรือความแน่นแบบใดแบบหนึ่ง แต่พยายามหาค่ากลางที่พอดี เพราะโซฟาที่นุ่มเกินไปอาจทำให้ผู้สูงอายุลุกนั่งลำบาก ขณะที่โซฟาที่แน่นเกินไปก็อาจไม่สบายสำหรับการนั่งพักผ่อน จึงต้องหาสมดุลที่ทำให้คนหลายวัยสามารถใช้ร่วมกันได้

“ในเรื่องดีไซน์ Vela Sofa ก็ถูกออกแบบให้เข้ากับบ้านได้หลากหลายสไตล์ สามารถปรับเปลี่ยนพื้นผิวของโซฟาให้เหมาะกับบ้านได้ จะเลือกโทนสีครีม สีขาว หรือสีดำ เพื่อให้เข้ากับบ้านสไตล์โมเดิร์น หรือเลือกสีที่โดดเด่นขึ้นมาเพื่อเพิ่มความสนุกให้กับพื้นที่ก็ได้ เพราะเทนอยากให้โซฟาตัวนี้สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน และสะท้อนตัวตนของคนในบ้านได้จริง ๆ

“อีกจุดสำคัญคือ Vela Sofa เป็น Modular Sofa ที่สามารถเติมและขยายได้ตามการเปลี่ยนแปลงของครอบครัว สมมติว่าวันนี้มีสมาชิกในบ้าน 4 คน ก็เลือกขนาดที่เหมาะกับการใช้งานในปัจจุบันได้ แต่ถ้าวันหนึ่งมีคุณปู่คุณย่าเข้ามาอยู่ด้วย ก็สามารถเพิ่มโมดูลเข้าไป เพื่อขยายพื้นที่ให้ทุกคนสามารถนั่งด้วยกันได้

“เพราะฉะนั้น Vela Sofa จึงไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้แค่สวยหรือนั่งสบายเท่านั้น แต่ยังคิดถึงการใช้งานจริงในระยะยาว ว่าเมื่อทุกคนเข้ามาอยู่บนโซฟาตัวนี้แล้ว จะรู้สึกสบายพอที่จะนั่งต่อ อยู่ต่อ และใช้เวลาร่วมกันได้นานขึ้น

“สำหรับ Comfyhomies โซฟาที่ดีอาจไม่ได้เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้าน แต่เป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่ทำให้ คนในบ้านได้กลับมาใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น”

บ้านที่มีคนทุกวัย ไม่จำเป็นต้องมีสไตล์เดียว

เวลาพูดถึงการแต่งบ้าน เรามักคิดว่าบ้านหนึ่งหลังควรมีสไตล์ที่ชัดเจนและไปในทิศทางเดียวกันทั้งหลัง แต่สำหรับบ้านที่มีสมาชิกหลายวัย คุณเทนมองว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น

“ไม่ต้องยึดติดว่าบ้านหลังนี้ต้องโมเดิร์นทั้งหลัง เพราะในความเป็นจริง คนแต่ละคนมีความชอบและฟังก์ชันการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน บ้านที่ทุกอย่างถูกออกแบบให้เป็นสไตล์เดียวกันอาจดูสวยและลงตัวในวันที่ถ่ายภาพ แต่เมื่อเข้าสู่การใช้ชีวิตจริง สมาชิกแต่ละคนก็ยังมีความเป็นตัวเอง มีของที่ชอบ และมีวิธีใช้พื้นที่ที่ไม่เหมือนกันอยู่ดี”

“บางคนอาจชอบความโมเดิร์น ขณะที่อีกคนชอบเฟอร์นิเจอร์ไม้หรือเก้าอี้หวาย สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องถูกตัดออกเพียงเพราะไม่เข้ากับสไตล์หลักของบ้าน เพราะของบางชิ้นไม่ได้มีคุณค่าแค่ในเรื่องดีไซน์ แต่ยังเป็นตัวแทนของความชอบ ความทรงจำ และเรื่องราวของคนในบ้าน

“โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ การเปิดพื้นที่ให้พ่อแม่หรือปู่ย่าตายายได้เลือกของที่ตัวเองชอบเข้ามาอยู่ในบ้าน จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันทำให้เขารู้สึกว่า นี่คือบ้านของฉันไม่ใช่แค่บ้านที่ตัวเองเข้ามาอยู่อาศัย”

การออกแบบบ้านสำหรับครอบครัวที่มีหลายช่วงวัย อาจไม่ใช่การพยายามทำให้ทุกคนชอบสิ่งเดียวกัน หรือทำให้บ้านมีสไตล์ที่เหมือนกันทั้งหลัง แต่คือการสร้างพื้นที่ที่เปิดรับความแตกต่างของสมาชิกทุกคน

“สุดท้ายแล้ว บ้านจึงไม่จำเป็นต้องมีสไตล์เดียวทั้งหลัง แต่ควรมีเรื่องราวของทุกคนอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน เพราะบ้านที่น่าอยู่ที่สุด อาจไม่ใช่บ้านที่สวยที่สุดในรูป แต่คือบ้านที่ทุกคนรู้สึกว่า ตัวเองมีตัวตน มีบทบาท และเป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังนี้จริง ๆ”

Credits

ผู้เขียน

  • Authorพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสังคมสูงวัยในมุมที่สนุก สร้างสรรค์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทุกวัย

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ