เมื่อเด็กเจน Z รวมพลังทำเว็บช่วยน้ำท่วม พร้อมระบบ AI แจ้งเตือนภัยแบบเรียลไทม์ ด้วยงบ 0 บาท ในเวลา 3 ชั่วโมง

Rangjai (แรงใจ) เว็บแอปพลิเคชันช่วยน้ำท่วม ที่ให้คนปักหมุดแจ้งพิกัดและสิ่งที่ต้องการความช่วยเหลือได้ พร้อมระบบแจ้งเตือนภัยแบบเรียลไทม์ ผลงานของกลุ่มเยาวชน Gen Z ที่พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี AI เชื่อมต่อข้อมูลสำคัญที่กระจัดกระจายอยู่ในที่ต่าง ๆ มารวมไว้ในที่เดียว เพื่อทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว และตรงตามความต้องการมากที่สุดในช่วงภาวะวิกฤต

เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ข้อมูลสำคัญมักอยู่คนละที่ ทั้งการแจ้งเตือนสถานการณ์ จุดปลอดภัย ศูนย์พักพิง ช่องทางขอความช่วยเหลือ หรือข้อมูลสำคัญจากหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้ต้องเสียเวลาไปค้นหาข้อมูลจากหลายช่องทาง ทั้งที่จริง ๆ แล้วทุกคนกำลังต้องการข้อมูลอย่างรวดเร็วและถูกต้องมากที่สุด

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดเว็บแอปพลิเคชัน Rangjai (แรงใจ) ที่พัฒนาขึ้นโดยกลุ่มเยาวชนจิตอาสาเพจแรงใจ นำทีมโดย ‘เชน’ ชัยวัฒน์ สมมิตร บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพื่อรวบรวมข้อมูลสำคัญและช่องทางการช่วยเหลือที่จำเป็นไว้ในที่เดียว พร้อมระบบแจ้งเตือนสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ประสบภัยกับหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐ ให้ผู้คนสามารถรับรู้ข้อมูลสำคัญ และเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดภาวะวิกฤต โดยทั้งหมดนี้ ใช้เวลาในการพัฒนาเว็บไซต์แค่ 3 ชั่วโมง และไม่ได้ใช้งบประมาณใด ๆ ในการเขียนเว็บไซต์เลยแม้แต่บาทเดียว

โดยปกติแล้วข้อมูลต่าง ๆ มักจะอยู่ในรูปแบบของข้อความ และโพสต์ออนไลน์ ทีมแรงใจจึงนำข้อมูลเหล่านั้นมาทำเป็น Data Visualization (การแปลงข้อมูลออกมาเล่าเป็นภาพ) ในรูปแบบของแผนที่ เพื่อให้คนเข้ามาดูได้ง่ายขึ้น

จุดเด่นของ Rangjai (แรงใจ) คือการนำข้อมูลที่เดิมมักอยู่ในรูปแบบข้อความหรือโพสต์ออนไลน์ มาจัดระเบียบและทำเป็น Data Visualization หรือการแปลงข้อมูลให้เข้าใจง่ายในรูปแบบแผนที่ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถดูสถานการณ์ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้จากภาพรวมเดียวและรู้ตำแหน่งที่แน่นอนในการเกิดวิกฤต เช่น จุดไหนที่มีน้ำท่วมขัง จุดไหนต้องเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง จุดไหนที่ฝนกำลังตก ฯลฯ

ถ้าเกิดน้ำท่วมหรือภัยพิบัติ เราสามารถใช้ Rangjai ทำอะไรได้บ้าง?

Rangjai (แรงใจ) เป็นศูนย์รวมของข้อมูลสำคัญต่าง ๆ เช่น รายงานสถานการณ์สดและข่าวสารต่าง ๆ, แจ้งเตือนภัยพิบัติที่เกิดในพื้นที่ต่าง ๆ แบบเรียลไทม์, รวบรวมข้อมูลจุดพักพิงและจุดฝากรถ, รวบรวมข้อมูลศูนย์อพยพ, รวบรวมเบอร์โทรฉุกเฉินสำหรับขอความช่วยเหลือทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานจิตอาสา รวมทั้งระบบแจ้งขอความช่วยเหลือที่แสดงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย หรือจิตอาสาเข้าช่วยเหลือ

วิธีแจ้งขอความช่วยเหลือ

1. เข้าสู่เว็บไซต์ https://rangjai-map.vercel.app/

2. ยืนยันตัวตนแล้วกดปุ่ม ‘แจ้งเหตุฉุกเฉิน’

3. ปักหมุดสถานที่หรือตำแหน่งที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วย

4. ระบุสิ่งที่ต้องการรับความช่วยเหลือ เช่น อาหาร,ยา,ของใช้จำเป็น,ความต้องการทางการแพทย์

5. รอรับการติดต่อ (ระบบจะแสดงข้อมูลที่แจ้งไว้ในแผนที่ให้เจ้าหน้าที่หรือจิตอาสาเห็น)

(เมื่อได้รับความช่วยเหลือแล้ว รบกวนลบหมุดที่ปักไว้ในแผนที่ออก เพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน และให้เจ้าหน้าที่จัดสรรกำลังในการให้ความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง)

จากข้อมูลหลังบ้านและการลงพื้นที่จริงของทีมงาน พบปัญหาว่า ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ มักจะไม่สามารถเดินทางออกมารับของบริจาคได้ ในขณะเดียวกัน ระบบของภาครัฐมักให้ข้อมูลกระจายตามหน่วยงานและรับเรื่องผ่านทางโทรศัพท์เป็นหลัก ซึ่งอาจเกิดปัญหา Human Error สายซ้อน หรือดำเนินการล่าช้า แพลตฟอร์มแรงใจจึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเปลี่ยนรูปแบบการช่วยเหลือ โดยเปิดให้ผู้ประสบภัยส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ปักหมุดพิกัด แนบรูปถ่ายสภาพน้ำท่วมจริง ระบุจำนวนสมาชิกในครอบครัว และเลือกความต้องการฉุกเฉิน เช่น น้ำดื่ม อาหาร ยารักษาโรค หรือเครื่องสูบน้ำ จากนั้นทีมงานจิตอาสาจะคัดกรองและประสานส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานกู้ภัยใกล้เคียง เช่น ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904, กองทัพบก, กรุงเทพมหานคร (กทม.), จส.100 และมูลนิธิต่าง ๆ ทำให้เจ้าหน้าที่มองเห็นภาพรวมของพื้นที่ และจัดเตรียมยานพาหนะหรืออุปกรณ์เข้าไปช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดและเพียงพอ

“อย่างเมื่อวานที่ผมได้มีการลงพื้นที่ตามหมุดที่แจ้งขอความช่วยเหลือเข้ามา ก็ทำให้เห็นปัญหาหน้างานว่าเราไม่สามารถช่วยทุกคนได้อย่างทั่วถึง เพราะทีมต้องถอนกำลังกลับเนื่องจากมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า ทำให้เรานำอาหาร น้ำดื่ม และของใช้ต่าง ๆ เข้าไปได้ไม่เพียงพอกับจำนวนคนที่ต้องการรับความช่วยเหลือ”

ปัจจุบันเว็บไซต์ ‘Rangjai (แรงใจ)’ มีคนเข้าใช้งานแล้วเกือบ 30,000 คน ในอนาคตทีมแรงใจมีความตั้งใจที่จะสร้างทีมเยาวชนจิตอาสาขยายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ เช่น ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฯลฯ เพื่อสร้างเครือข่ายที่ยั่งยืนในการดูแล ต่อยอด และพัฒนาระบบช่วยเหลือ ไม่ใช่แค่การทำเว็บไซต์หรือระบบขึ้นมาแบบเฉพาะกิจ แล้วพอจบวิกฤตก็ปิดตัวไป หรือไม่สามารถใช้งานต่อได้

การรับมือภัยพิบัติอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยความร่วมมือจากคนหลายภาคส่วน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีและการจัดการข้อมูล หากภาครัฐเปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้เข้ามาเสนอไอเดียและทดลองพัฒนาวิธีใหม่ ๆ ก็อาจเกิดนวัตกรรมมากมายที่ช่วยให้ประเทศไทยรับมือกับภัยพิบัติได้ดีขึ้น

ติดตามข้อมูลเว็บไซต์ และแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่ https://rangjai-map.vercel.app/

Credits

ผู้เขียน

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ