กายฟิต เงินพร้อม ใจสมดุล ความสัมพันธ์ดี 4 บัญชีชีวิตที่ทุกคนควรใส่ใจ เพื่อสร้างชีวิตยืนยาวให้มีคุณภาพ

ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้น ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมอายุยืนและติดอันดับ 5 ของประเทศที่มีคนอายุ 100 ปีมากที่สุดในโลก แต่จำนวนปีของชีวิตที่เพิ่มขึ้นมานั้นจะเป็นความโชคดีหรือความน่ากังวลของชีวิต ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราสร้างสมดุลให้กับบัญชีชีวิตของตัวเองได้ดีแค่ไหน

แผนชีวิตและแผนการเงินที่เราเตรียมไว้ยาวนานและเพียงพอที่จะทำให้เรามีชีวิตที่มั่นคงได้ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลกนี้หรือเปล่า

มนุษย์ต่างวัยร่วมกับกรุงเทพประกันชีวิตจัดเวิร์กช็อป ‘ชวนเช็กบัญชีชีวิต’ ให้กับคน 3 กลุ่มใหญ่ที่มีแนวโน้มว่าจะต้องใช้ชีวิตที่ยืนยาวขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ นั่นคือ คนเตรียมเกษียณ คนกลุ่มเดอะแบกหรือแซนด์วิชเจเนอเรชัน และคนโสดหรือคนที่แต่งงานแล้วแต่ไม่มีลูก เพื่อชวนทุกคนมาสำรวจตัวเองและจัดสมดุลให้กับชีวิตและการเงิน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีเงินพอใช้ไปได้ยาวมากกว่าหรือเท่ากับอายุขัยของตัวเอง สามารถพึ่งพาตัวเองได้ในวันที่เรายังอยู่และไม่ทิ้งภาระไว้ให้กับคนข้างหลังในวันที่จากไป

เวิร์กช็อปนี้จัดขึ้นในงานมนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ‘ลองGEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม’ เมื่อวันที่ 12-14 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ Impact Exhibition Center Hall 6 โดยมี ‘อาจารย์รัก’ ดร.อัจฉรา โยมสินธุ์ อาจารย์จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน  ‘คุณปุ๊’ ดุษณี เกลียวปฏินนท์ CFP® ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนเกษียณและการบริหารการเงินส่วนบุคคล และ ‘คุณลูกหมู’ นฤมล บุญสนอง CFP® กรรมการสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ให้เกียรติเป็นวิทยากรในเวิร์กช็อปครั้งนี้ และมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมเวิร์กช็อปทั้ง 3 วันกว่า 300 คน

ในเวิร์กช็อปนี้ทุกคนจะได้เรียนรู้วิธีการสร้างสมดุลชีวิตและการเงินเพื่อเตรียมพร้อมสู่การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพรวมทั้งมองเห็นว่าการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างแท้จริงนั้นไม่ได้เกิดจากความมั่นคงทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใส่ใจและดูแลชีวิตให้ครบในทุกด้าน ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ การเงิน และความสัมพันธ์ เพราะทุกอย่างล้วนเป็นรากฐานของชีวิตที่มีความสุขและมีคุณภาพอย่างยั่งยืน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนเตรียมเกษียณ เดอะแบก หรือเป็นคนโสดก็ตาม

ชวนเช็กบัญชีชีวิต 4 ด้าน

ชีวิตที่ดีไม่ได้เกิดจากแผนการเงินที่มั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสมดุลของบัญชีชีวิตทั้ง 4 ด้าน เราจึงต้องเช็กบัญชีชีวิตทุกด้านให้มีความสมดุล เพื่อออกแบบชีวิตที่ยืนยาวให้มั่นคงและมีความสุข

1.บัญชีสุขภาพกาย : เพราะสุขภาพที่ดีคือความมั่งคั่งที่แท้จริง หากร่างกายไม่แข็งแรง บัญชีอื่น ๆ ก็ไม่มีความหมาย ถ้ากายพัง ต่อให้มีเงินพันล้านมาคูณ ผลลัพธ์ก็เป็นศูนย์ เพราะเงินทั้งหมดจะหายไปกับค่ารักษาพยาบาล ดังนั้น เราควรตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี ปรับการใช้ชีวิตที่ทำให้เกิดสาเหตุของโรค โดยเฉพาะกลุ่มโรค NCDs ที่เกิดจากพฤติกรรมสะสมของเราเอง เพื่อลดความเสี่ยงค่ารักษาพยาบาลในระยะยาว รวมถึงการมีแผนรองรับค่าใช้จ่ายจากการเจ็บป่วยที่ไม่คาดคิด เพราะหากเรามีบัญชีสุขภาพกายที่ดี เราก็จะสามารถพึ่งพาตัวเองได้ และใช้ชีวิตได้อย่างอิสระในแบบที่เราต้องการ

2.บัญชีสุขภาพใจ : ถ้าหากเรามีร่างกายที่แข็งแรง แต่สุขภาพใจไม่ดี ก็อาจจะทำให้เกิดความเจ็บป่วยตามมาได้ เราควรใส่ใจกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง ฝึกรับมือและจัดการกับความเครียด สร้างความเข้มแข็งทางใจอยู่เสมอ การที่เรามีบัญชีสุขภาพใจที่ดี เราจะมีความมั่นคงทางใจ มีสติ และสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตได้ หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือเรื่องราวที่เราไม่ได้คาดคิดหรือเตรียมตัวมาก่อน

3.บัญชีการเงิน : สุขภาพการเงินที่มั่นคงจะทำให้ชีวิตมีความพร้อมและสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของชีวิตในระยะยาวได้ เงินที่เราหามาได้ ไม่สำคัญเท่ากับเงินที่เหลือเก็บ การวางแผนการเงินที่ดี เราต้องดูทั้ง “งบดุล” (รวยไม่รวย) ซึ่งทุกคนต้องทำ และทำย้อนหลังไปอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อให้เห็นภาพรวมของมูลค่าทรัพย์สินและหนี้สินที่แท้จริง ณ ปัจจุบันของตัวเอง และ “งบกระแสเงินสด” (รอดไม่รอด) ทำเพื่อเช็กว่าเรามีรายรับและรายจ่ายอะไรบ้าง ซึ่งจะช่วยตรวจสอบและประเมินสภาพคล่อง ช่วยควบคุมพฤติกรรมการใช้จ่าย การวางแผนชำระหนี้ และวางแผนนำเงินไปลงทุน หรือเตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน และเตรียมพร้อมเพื่อเป้าหมายชีวิตที่ต้องการในอนาคตได้ง่ายขึ้น

4.บัญชีความสัมพันธ์ : ความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างคือสิ่งที่ช่วยประคองใจเราในช่วงเวลายาก ๆ ของชีวิต และเป็นเกราะป้องกันความเหงา โดยเฉพาะในวันที่เราอายุมากขึ้น ถ้าหากเรามีบัญชีความสัมพันธ์ที่ดี วันหนึ่งที่เราต้องจากไป หรือช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง สิ่งที่เราเตรียมไว้จะทำให้คนที่เรารักก็ยังสามารถใช้ชีวิตต่อได้อย่างไม่ลำบาก

การเตรียมพร้อมทางการเงินสำหรับคนแต่ละกลุ่ม

  • กลุ่มคนโสดหรือแต่งงานแต่ไม่มีบุตร

คนกลุ่มนี้มักจะมีความกังวลหลัก ๆ คือ กลัวเงินไม่พอใช้ ไม่มีคนดูแล กลัวตกยุคเทคโนโลยี และกลัวการจากไปโดยไม่มีคนจัดการทรัพย์สิน วิธีการเตรียมพร้อมหลัก ๆ คือ เตรียมพร้อมเรื่องค่ารักษาพยาบาลไว้ ด้วยการทำประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง และไม่ลืมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง วางแผนเรื่องคนที่จะมาช่วยดูแลในอนาคต พร้อมทั้งทำพินัยกรรมหรือระบุผู้รับผลประโยชน์ให้ชัดเจน

  • กลุ่มวัยใกล้เกษียณ

ไม่ควรมีภาระหนี้เกิน 45-50% ของรายได้ และควรระวังการสร้างหนี้ใหม่โดยเฉพาะหลังวัย 55 ปีไปแล้ว ไม่ควรลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งเกิน 15% ของพอร์ต (รวมถึงทองคำ) หลายคนคิดว่าบ้านที่อยู่หรือรถที่ขับคือความมั่งคั่ง แต่ในทางบัญชีชีวิต เราต้องมองตามความจริง เวลาลงรายการทรัพย์สิน อย่าใช้ราคาที่ซื้อมา แต่ให้ใช้ราคาตลาดในปัจจุบันว่าถ้าขายวันนี้จะได้เงินเท่าไร เพื่อให้เห็นภาพรวมของความมั่งคั่งที่ถูกต้อง

เตรียมเงินสำรองฉุกเฉินให้เพียงพออย่างน้อย 3-6 เดือน สำหรับอาชีพทั่วไป และ 12 เดือนสำหรับอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง อย่าลืมเช็กสิทธิสวัสดิการที่มีอยู่ เช่น ประกันสังคม สิทธิบัตรทอง ฯลฯ และวางแผนรับมือ “ค่าใช้จ่ายสุขภาพ” ในระยะยาวด้วย เพราะค่ารักษาพยาบาลส่วนใหญ่ (ประมาณ 80%) มักเกิดขึ้นในช่วงหลังเกษียณ

  • กลุ่มเดอะแบก

ข้อควรระวังของคนกลุ่มนี้คือค่าใช้จ่ายเรื่องสุขภาพอาจเป็นค่าใช้จ่ายหลักของครอบครัวที่มักจะมาแบบไม่ได้คาดคิด ดังนั้น ควรพิจารณาเรื่องแผนประกันสุขภาพในช่วงที่อายุยังไม่มาก หรือช่วงที่สุขภาพของทุกคนยังดีอยู่ เพราะประกันสุขภาพจะเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงได้

และการลงทุนจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้มีเงินสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน แต่ทั้งนี้จะต้องคำนึงถึงสภาพคล่องและความเสี่ยงด้วย นอกจากนี้ควรระวังเรื่องการถูกหลอกโอนเงินจากแก๊ง Call Center หรือมิจฉาชีพทางโทรศัพท์ พูดคุยและให้ข้อมูลเรื่องราวเหล่านี้กับคนในครอบครัวอยู่เสมอ ตั้งสติก่อนให้ข้อมูลส่วนตัวหรือโอนเงิน และแยกบัญชีสำหรับใช้สแกนจ่ายออกจากบัญชีเงินออมหลัก เพื่อป้องกันการสูญเสียเงินจนหมดบัญชี อย่าแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว ให้สื่อสารกับคนในครอบครัวอยู่เสมอ หากรู้สึกว่าปัญหามันหนักจนจัดการไม่ไหวก็ให้หาตัวช่วย และก่อนช่วยเหลือคนอื่น ต้องทำให้ตัวเองแข็งแรงก่อน

แม้การเงินจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่าที่เราจะเปิดใจเรียนรู้ เริ่มต้นวางแผนการเงินและสร้างสมดุลชีวิตตั้งแต่วันนี้ เพราะสิ่งที่น่ากลัวในวันที่เราอาจต้องอยู่ยาวขึ้นไม่ใช่การที่เราจากไปแล้วแต่ยังใช้เงินไม่หมด แต่คือการใช้เงินหมดก่อนที่เราจะตาย และคุณภาพชีวิตที่ดีนั้นจะเกิดขึ้นได้ไม่ใช่แค่จากแผนการเงินที่มั่นคงเท่านั้น แต่คือการที่เรารักษาสมดุลให้กับทุกบัญชีชีวิตได้ทั้งร่างกาย จิตใจ การเงิน และความสัมพันธ์

Credits

Author

  • มนุษย์ต่างวัย

    Authorพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสังคมสูงวัยในมุมที่สนุก สร้างสรรค์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทุกวัย

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ