‘ต่างวัย Dialogue’ เมื่อบทสนทนาและการรับฟังเป็นสะพานเชื่อมเราให้เข้าใกล้กันมากกว่าเดิม

ในโลกที่เส้นแบ่งแห่งเจเนอเรชัน อาจเป็นเส้นกั้นที่ทำให้ความสัมพันธ์ของคนเราห่างกันมากขึ้น

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มนุษย์ต่างวัย จัดกิจกรรม ‘ต่างวัย Dialogue’ ขึ้น ที่โซน Playground ในงานมนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ‘ลองGEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม’ เมื่อวันที่ 12-14 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ Impact Exhibition Center Hall 6 เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนต่างวัย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใหญ่ Baby Boomer, Gen X ไปจนถึงรุ่นใหม่ Gen Y และ Gen Z  มาวางความเชื่อเดิม ๆ ลง แล้วหยิบ “การ์ดมนุษย์ต่างวัย” ขึ้นมาเปิดบทสนทนา แลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิดเห็นในเรื่องราวต่าง ๆ ของชีวิต ผ่านหัวข้อชวนคุยที่ออกแบบมาเพื่อให้เราได้เห็นว่า ภายใต้ความต่างของอายุ ทุกคนต่างมีความรู้สึก และความฝันไม่ต่างกัน และไม่ว่าจะอยู่เจนเนอเรชันไหน ทุกคนก็อยากมีความสุขและความสัมพันธ์ที่ดี

ขอบคุณผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนที่ได้มาใช้เวลาแบ่งปันประสบการณ์ดี ๆ ร่วมกัน หวังว่าทุกคนคงจะได้ประโยชน์จากกิจกรรมนี้ และสามารถนำข้อคิดบางอย่างที่ได้จากบทสนทนาและการฟังไปปรับใช้เพื่อสร้างสังคมใหม่ที่ไร้เส้นแบ่งของวัยไปด้วยกัน

“พอได้คุยกับคนหลายช่วงวัยก็พบว่า สุดท้ายแล้ว ถึงแม้เราจะมีประสบการณ์ต่างกัน แต่เราก็มีความคิดและเรื่องที่ให้ความสำคัญคล้าย ๆ กัน ไม่ว่าใครก็ให้ความสำคัญกับครอบครัวและความสุขเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ดังนั้น คำแนะนำที่เราได้ยินบ่อยจากผู้เข้าร่วมคือ ทำอะไรก็ได้ แต่ขอให้มีความสุข

“การเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ทำให้เราได้เห็นมุมมองและประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งจากคนที่มีความสุขกับจุดที่ตัวเองยืนอยู่ และคนที่อาจไม่ได้มีความสุขกับชีวิตปัจจุบันมากนัก จนรู้สึกว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาก็อยากวางแผนชีวิตให้ดีกว่านี้ ซึ่งมันทำให้เราได้ย้อนกลับมาคิดถึงชีวิตของตัวเอง และคิดว่าอยากเอาหลาย ๆ อย่างไปปรับใช้

ที่บอกว่าคนเจน Z ไม่สนใจเรื่องของคนอื่น หรือสนใจแต่เรื่องของตัวเองมันอาจไม่จริงทั้งหมด เพราะสุดท้ายแล้วเราก็อยู่ในสังคมเดียวกัน โดยเฉพาะคนรุ่นหนูเองก็เริ่มตระหนักมากขึ้นว่าตอนนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย จะเห็นว่าเรื่องนี้ถูกพูดถึงบ่อยทั้งในห้องเรียนและบนโซเชียลมีเดีย ดังนั้นเรื่องนี้ยิ่งเป็นเรื่องที่คนรุ่นหนูควรให้ความสำคัญ เพราะนอกจากเราจะต้องรับมือกับผลกระทบจากสังคมสูงวัยแล้ว วันหนึ่งเราก็ต้องเติบโตไปเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมแบบนี้เหมือนกัน

“สมัยก่อนพ่อแม่เราบอก 1 2 3 4 เราก็ต้องทำตาม แต่เวลาเราสื่อสารกับเด็กรุ่นใหม่ เราต้องขายความคิด เสนอมุมมองให้เขา ไม่ได้สั่ง แต่พูดหรือบอกให้เขายอมรับในคำแนะนำของเรา ซึ่งต้องใช้ทักษะในการสื่อสารมากขึ้น มันไม่ใช่การบอกว่า “ต้องทำตามที่แม่บอกนะ” แต่มันคือการพูดให้เขาได้เห็นและเข้าใจในมุมของเรา

“ตอนที่เราเป็นลูก พ่อแม่ก็คาดหวังให้เราเก่ง เราดี คนภายนอกก็มองว่าเราเก่ง เจออะไรก็น่าจะผ่านไปได้ แต่จริง ๆ แล้วข้างในเราก็ต้องการกำลังใจเหมือนกัน พอเกษียณแล้วเลยคิดว่า ถึงเวลาที่ต้องกลับมาดูแลหัวใจของตัวเองบ้าง มันไม่ใช่ว่าชีวิตที่ผ่านมาไม่ดีนะ แต่ที่ผ่านมาเราทำเพื่อคนอื่น ทำเพื่อพ่อแม่มาเยอะแล้ว ตอนนี้ก็อยากมีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น

“ตั้งใจมางานนี้เพราะเห็นว่ามีกิจกรรมเยอะ พอเดินเข้ามาโซนนี้ ก็เห็นเขานั่งแชร์กันอยู่ ก็เลยเดินเข้ามาดู เพราะอยากรู้ว่าเขาทำอะไรกัน แล้วก็ได้พูดคุยกับคนอื่น ๆ ผ่านการ์ดที่มีคำถามให้แต่ละคนได้แชร์มุมมองของตัวเอง ได้ฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย ก็โชคดีที่ตัดสินใจเดินเข้ามา เพราะได้ประโยชน์มาก

“เราได้เรียนรู้ว่าคนแต่ละเจเนอเรชันมีแนวคิดที่แตกต่างกัน ถึงแม้จะได้คำถามเดียวกัน แต่คำตอบก็ไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละคนเติบโตมาในสิ่งแวดล้อม การเลี้ยงดู และสภาพสังคมที่ต่างกัน แต่ถ้าเราจะอยู่ร่วมกัน เราต้องปรับตัวเข้าหากัน ถึงจะมีความสุข

เราคิดว่าการมีการ์ดเกมแบบนี้ดีมาก บางทีคำถามอาจดูสั้น แต่จริง ๆ แล้วตอบยากมาก มันทำให้เราได้คิดวิเคราะห์มากขึ้น เพราะปกติคนเราคิดอะไรก็มักจะพูดออกไปเลย แต่พออ่านคำถาม เราก็ต้องหยุดคิดนิดหนึ่งว่าเราอยากสื่ออะไรออกไป

“ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำกิจกรรมที่ต้องคุยกับคนแปลกหน้ามาก่อนเลย นี่เป็นครั้งแรก ตอนที่เห็นงานนี้ในเฟซบุ๊ก ก็รู้สึกว่ากิจกรรมโซน Playground น่าสนใจมาก ก็เลยลองมาเล่น มานั่งคุยเลย แล้วพอได้มาคุยกับคนอื่นแบบนี้ ก็รู้สึกเหมือนได้เปิดโลก ได้ข้อคิดที่เราไม่เคยคิดมาก่อน พอได้ฟังความคิดเห็นจากหลาย ๆ คน ก็เห็นว่าจริง ๆ แล้วทุกอย่างมันยืดหยุ่น และปรับเปลี่ยนได้เสมอ

“สำหรับเรา สิ่งที่ทำให้คนต่างวัยอยู่ร่วมกันได้แบบจอย ๆ มีอยู่ 2 อย่าง คือ การสื่อสาร กับ ความเข้าใจ เดี๋ยวนี้คนชอบแบ่งแยกกันด้วยเจเนอเรชัน แต่ถ้าเราสื่อสารกันว่าตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ เราตั้งใจฟังและให้เกียรติเขา ทำให้เขารู้สึกว่าเราเป็นพวกเดียวกัน แบบฉันเข้าใจเธอนะ แต่ในยุคของฉันก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน แล้วอีกฝ่ายพยายามทำความเข้าใจ มันก็ไปด้วยกันได้อย่างมีความสุข

“เรื่องความสัมพันธ์กับคนในบ้าน ถ้าเป็นกับผู้ใหญ่จะไม่ค่อยมีปัญหา เพราะเราโตมากับเขา แต่ถ้าเป็นเด็กเราจะเห็นความต่างค่อนข้างเยอะ เวลาอยู่กับเด็ก ๆ เราต้องฟังเขาและระวังคำพูดบางคำ อย่างคำว่าเถียงสำหรับบางเจน เขาอาจไม่ได้มองว่ากำลังเถียง แต่เขาแค่กำลังเสนอความคิดเห็น เพราะฉะนั้นเราก็ต้องปรับวิธีพูด บางทีเราก็ต้องเป็นฝ่ายเปิดใจก่อน เหมือนค่อย ๆ ละลายพฤติกรรมให้เขาไว้ใจเรา

การมีเครื่องมืออย่างการ์ดเกมช่วยให้คนต่างวัยคุยกันง่ายขึ้น เพราะมันทำให้เราเห็นว่าคนอื่นก็มีความคิดที่ต่างจากเรา แล้วเราก็เอาสิ่งที่ได้ไปปรับใช้กับคนที่บ้านหรือคนที่เราเจอในชีวิตประจำวันได้ ยิ่งเป็นการชวนกันคุยแบบดีพทอล์ก ยิ่งทำให้เราได้เข้าใจอีกฝ่ายในมุมที่ลึกขึ้น” 

“เรามีอาชีพแม่ค้าเลยได้คุยกับคนแปลกหน้าเป็นปกติอยู่แล้ว แต่รู้สึกว่าประสบการณ์ระหว่างคุยกับลูกค้ากับการคุยในกิจกรรมนี้ต่างกัน เพราะกิจกรรมนี้ได้คุยกันแบบลึก ๆ จนได้รู้ชีวิตและมุมมองของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน บางทีคุยเรื่องเดียวกันแต่มันได้เห็นมุมมองหลายอย่าง

“เราชอบฟังเรื่องราวของแต่ละคน บางเรื่องอาจเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพูดในบ้าน เพราะกลัวโดนว่า คนในบ้านจะเห็นด้วยหรือเปล่า แต่พอมาอยู่ในกิจกรรมนี้ ต่างคนต่างไม่รู้จักกัน เลยกล้าพูด กล้าเล่าให้กันฟังมากกว่า

“หลายครั้งเราก็เคยเจอเหตุการณ์ความไม่เข้าใจกันกับคนอื่น บางคนก็บอกว่าให้ปล่อยมัน ช่างมัน เขาทำอะไรก็ได้อย่างนั้น พอเราฟังแล้วก็เหมือนเจอคนที่เข้าใจ และทำให้เรารู้สึกสบายใจขึ้น

การเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ทำให้โลกเรากว้างขึ้น เห็นชัดขึ้นว่าความคิดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แม้จะเป็นเรื่องเดียวกันก็คิดต่างกันได้ ดังนั้น เวลาทำอะไร เราก็ต้องคิดถึงใจเขาใจเรา คิดในมุมคนอื่นบ้าง บางครั้งเวลามีคนเล่าอะไรให้ฟัง เราอาจเผลอพูดว่า แบบนี้ไม่ใช่ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว เราควรฟังเขาพูดให้จบก่อน และที่สำคัญคือคิดก่อนพูดทุกครั้ง แล้วทุกอย่างมันจะดีเอง

Credits

Author

  • มนุษย์ต่างวัย

    Authorพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสังคมสูงวัยในมุมที่สนุก สร้างสรรค์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทุกวัย

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ