รถถึงระยะ เรารีบจองคิวเข้าศูนย์
แต่พอร่างกายเริ่มส่งสัญญาณ เรากลับบอกตัวเองว่า “คงไม่เป็นอะไร”
เหนื่อยง่ายขึ้น เพราะอายุมากแล้วหรือเปล่า?
แน่นหน้าอก เพราะกินอิ่มเกินไปหรือเปล่า?
ยังอายุน้อยอยู่ ไม่น่าจะเป็นโรคหัวใจหรอก
บทสรุปจากรายการ มนุษย์ต่างวัย TALK สนทนากับ นพ.นิวิธ กาลรา อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ ชวนทำความเข้าใจว่า ทำไมเราไม่ควรรอให้หัวใจมีอาการรุนแรงก่อนค่อยเริ่มดูแล ชวนสังเกตความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ รวมถึงแนวทางการตรวจรักษาที่เหมาะกับแต่ละคน ไปจนถึงการดูแลตัวเองเพื่อให้ยังใช้ชีวิตและดูแลคนที่รักได้
อายุยังน้อย ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง
คุณหมอเล่าถึงคนไข้อายุไม่ถึง 30 ปี ที่มีอาการจุกแน่นและเริ่มหายใจไม่ค่อยออก แต่เข้าใจว่าเป็นโรคกระเพาะ เมื่อกินยาแล้วไม่ดีขึ้น อาการปวดกลับรุนแรงขึ้นจนต้องเรียกรถฉุกเฉิน ก่อนตรวจพบว่าเป็นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และต้องได้รับการขยายหลอดเลือดฉุกเฉิน
หลังการรักษา ยังพบว่าคนไข้มีไขมันในเลือดสูงมาก โดยเจ้าตัวไม่เคยรู้มาก่อน เพราะคิดว่าตัวเองอายุเพียงยี่สิบกว่า จึงยังไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ สิ่งที่น่าคิดจากเรื่องนี้คือ บางครั้งความมั่นใจว่า “เราไม่น่าจะเป็น” อาจทำให้เรามองข้ามสิ่งที่ร่างกายกำลังบอก
อย่าอธิบายทุกความเหนื่อยด้วยคำว่า “แก่แล้ว”
หนึ่งในประเด็นที่คุณหมอชวนสังเกต คือความเหนื่อยที่เปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ใช่แค่ถามว่า “วันนี้เหนื่อยไหม” แต่ลองถามว่า “สิ่งที่เคยทำไหว วันนี้ยังทำได้เหมือนเดิมหรือเปล่า”
- เคยขึ้นบันไดได้ต่อเนื่อง แต่ตอนนี้ต้องหยุดเกาะราวพัก
- เคยเดินระยะเดิมได้สบาย แต่วันนี้เหนื่อยกว่าที่เคย
- ทำกิจวัตรตามปกติ แต่เริ่มรู้สึกหายใจไม่ทันหรือไม่สบายตัว
ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจไม่ได้เชื่อมโยงถึงโรคหัวใจเสมอไป แต่ก็ไม่ควรรีบสรุปเองว่าเป็นเพราะอายุ นอนน้อย หรือแค่ไม่ฟิต โดยเฉพาะเมื่อเกิดซ้ำหรือต่อเนื่อง ควรนำไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
ส่วนอาการแน่นหรือถูกกดทับกลางหน้าอก อาการร้าวไปแขน หลัง คอ หรือกราม รวมถึงหายใจไม่อิ่ม เป็นสัญญาณที่ควรให้ความสำคัญ หากสงสัยภาวะหัวใจขาดเลือด ควรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที ไม่ต้องรอถึงวันนัดตรวจสุขภาพ
ฟังเสียงร่างกายในวันนี้
อีกคำถามที่หลายคนสงสัยคือ “เพิ่งตรวจสุขภาพไป ทำไมถึงมาป่วยได้?”
คุณหมออธิบายว่า โรคแต่ละโรคดำเนินไปไม่เหมือนกัน บางโรคค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง ขณะที่บางโรคอาจมีความเปลี่ยนแปลงรวดเร็วในบางช่วง ผลตรวจสุขภาพจึงเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับวางแผนดูแลตัวเอง แต่ไม่ควรกลายเป็นเหตุผลให้มองข้ามอาการใหม่ที่เกิดขึ้นภายหลัง
สิ่งเล็ก ๆ ที่คุณหมอแนะนำคือ สร้าง “อัลบั้มสุขภาพ” ไว้ในโทรศัพท์ เก็บผลเลือด ผลตรวจ และรูปหรือรายชื่อยาที่ใช้ไว้ด้วยกัน เมื่อไปพบแพทย์จะได้เปิดดูได้ทันที และช่วยให้เล่าประวัติของตัวเองได้ครบถ้วนมากขึ้น
ดูแลสุขภาพวันนี้ เพื่อให้ยังได้อยู่ในชีวิตของคนที่รัก
คุณหมอเล่าว่า ในช่วงเริ่มทำงานเคยให้คนไข้เป็นอันดับหนึ่ง และวางสุขภาพตัวเองไว้อันดับรองลงมาตลอดจนวันที่ตัวเองป่วย จึงเห็นชัดว่าความสามารถในการดูแลคนไข้ลดลงมาก การดูแลตัวเองจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้ดูแลคนอื่นได้เต็มกำลัง
การแบ่งเวลามาดูแลสุขภาพจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลความสัมพันธ์ด้วย เพราะเมื่อเราแข็งแรง เราก็มีโอกาสได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำสิ่งที่รัก และอยู่เคียงข้างกันได้นานขึ้น
เราเช็กระยะรถ เพราะอยากให้รถยังพาเราไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัย หัวใจของเราเองก็เช่นกัน หัวใจดวงนี้สามารถพายานพาหนะที่เรียกว่า “ชีวิต” ให้ไปต่อได้ ให้เราได้อยู่กับคนที่รัก ไปทำสิ่งที่อยากทำ จึงไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการรุนแรงก่อน ค่อยหันมาถามว่า “ถึงเวลาดูแลหัวใจแล้วหรือยัง”