สรุปข้อคิดจาก นิ้วกลมนั่งเล่า ‘ปัญญาไม่ประดิษฐ์’

มนุษย์ต่างวัยรีวิวทอล์กโชว์ “นิ้วกลมนั่งเล่า ปัญญาไม่ประดิษฐ์” มีแง่คิดอะไรดี ๆ ที่ได้จากโชว์ครั้งนี้บ้าง อยากชวนเพื่อน ๆ อ่านกัน

คุณเอ๋ นิ้วกลมเริ่มต้นเปิดประเด็นว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนโลก แต่ชวนเราตั้งคำถามว่า AI มีบทบาทเข้ามาเปลี่ยนมุมมอง วิธีคิด และความเป็นมนุษย์ของเราหรือไม่ แล้วเราจะใช้มันอย่างไรโดยไม่หลงลืมความเป็นมนุษย์ของตัวเอง

AI กำลังเข้ามามีบทบาทกับความเป็นมนุษย์ของเราในด้านไหนบ้าง

1.ร่างกาย

ทุกวันนี้ เรามีเทคโนโลยีมากมายที่ช่วยติดตามสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น Smartwatch หรือแหวนอัจฉริยะที่คอยวัดอัตราการเต้นของหัวใจ คุณภาพการนอน การออกกำลังกาย และข้อมูลอีกมากมาย ยิ่งวัดได้ละเอียดมากขึ้น เรากลับยิ่งรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองมีข้อบกพร่องมากขึ้น เราเริ่มเปรียบเทียบคะแนนการนอน เปรียบเทียบค่า Heart Rate หรือ VO₂ Max กับคนอื่น จนบางครั้งลืมถามตัวเองว่า วันนี้เรามีความสุขหรือเปล่า

“AI กำลังพยายามทำให้มนุษย์ก้าวข้ามข้อจำกัดของร่างกาย ทั้งการมีสุขภาพที่ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น  แต่บางที ความเป็นมนุษย์อาจไม่ได้อยู่ที่การเอาชนะข้อจำกัดเหล่านั้น หากแต่อยู่ที่การยอมรับว่า ร่างกายของเรามีขีดจำกัดแต่ในขณะที่มันมีข้อจำกัดเราก็มีความสุขกับข้อจำกัดนั้นได้”

“ไม่มี AI ตัวไหน ไม่มี Smartwatch ตัวไหน ที่บอกเราว่าวันนี้เราหัวเราะไปแล้วกี่ครั้ง”

2.เวลา

เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ทุกอย่าง เร็วขึ้น และเต็มไปด้วยทางลัด จนบางครั้งเราอาจไม่ทันรู้ตัวว่า กำลังสูญเสียอรรถรสของชีวิต เทคโนโลยีพยายามหาทางลัดให้เราทุกเรื่อง ตั้งแต่ Google Maps ที่พาเราไปถึงจุดหมายเร็วขึ้นไม่กี่นาที ไปจนถึง AI ที่สามารถสรุปหนังสือทั้งเล่ม หรือวรรณกรรมอย่าง สามก๊ก หรือ Harry Potter ให้เหลือเพียงไม่กี่บรรทัด เราอาจได้สาระสำคัญ แต่สิ่งที่หายไปคือรายละเอียด อารมณ์ ความรู้สึก และประสบการณ์ระหว่างทาง เช่นเดียวกับการเดินทาง ที่คุณเอ๋ นิ้วกลมบอกว่า บางทีการเดินทางก็ไม่ได้หมายถึงการไปถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด แต่ประสบการณ์และความงดงามระหว่างเส้นทางต่างหากที่มีคุณค่าและมีความหมาย

“เราไม่สามารถลัดเวลากับทุกเรื่องได้ แต่แม้ว่าเราจะลัดเวลาไม่ได้ช่วงเวลาที่มันไม่ได้ลัดเวลาไปนั่นแหละ ที่มันเพิ่มความหมายให้กับชีวิตเรา”

3. ความสัมพันธ์

ในเรื่องของความสัมพันธ์ AI ถูกออกแบบมาให้เป็นผู้ช่วยที่เข้าใจเรา ตอบในสิ่งที่เราอยากฟัง และแทบไม่เคยขัดใจเรา แต่ความสัมพันธ์ของมนุษย์ไม่ได้เป็นแบบนั้น ความสัมพันธ์ของมนุษย์ไม่ได้ราบรื่นไปทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคนที่ใกล้ชิดกับเราที่สุด ทุกความสัมพันธ์ล้วนมีแรงเสียดทานและความขัดแย้ง แต่แรงเสียดทานนี้เอง คือสิ่งที่ทำให้เราเรียนรู้ที่จะรับฟัง ปรับตัว ให้อภัย และเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น

“AI ถูกออกแบบมาให้ไม่มีแรงเสียดทานและไม่ขัดใจเรา ในขณะที่มนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบ มาแบบนั้น มนุษย์ก็เป็นแบบที่เขาเป็น แล้วเขาก็ไม่ได้สนใจเรามากขนาดนั้นหรอกว่าสิ่งที่เขาเป็น จะมากระทบเรายังไง แต่การขัดใจเรานั่นแหละ จะเป็นสิ่งที่ช่วยขัดเกลาให้เราเป็นคนที่น่ารักขึ้น”

และ AI กำลังทำให้มนุษย์พลาด ‘ความรู้สึกทางใจ’ แบบไหนไปบ้างโดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัว

ใส่ใจ

เวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ความหมายไม่เท่ากัน หนึ่งประเด็นที่คุณเอ๋ นิ้วกลมหยิบมาเล่าคือแนวคิดเรื่อง “เวลา” ของชาวกรีกโบราณ ซึ่งแบ่งเวลาออกเป็น 2 แบบ คือ Chronos เวลาที่วัดได้ด้วยนาฬิกาและปฏิทิน และ Kairos เวลาที่วัดไม่ได้ด้วยตัวเลข แต่รับรู้ได้จากความหมายและความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจ

“เวลาแบบ Chronos จะถามว่า คุณใช้เวลากี่นาที กี่ชั่วโมง แต่เวลาแบบ Kairos จะถามว่า คุณรู้สึกยังไงกับมัน และมันมีความหมายกับคุณยังไง”

Kairos จึงเกิดขึ้นเมื่อเราใส่ใจผู้คน เหตุการณ์ และปัจจุบันตรงหน้าในวันที่ AI ทำให้เรามุ่งเน้นความเร็วและประสิทธิภาพมากขึ้น เรากำลังให้ความสำคัญกับ Chronos มากเกินไป จนหลงลืมช่วงเวลาอันมีความหมายแบบ Kairos หรือเปล่า

สะใจ

คุณเอ๋ นิ้วกลมยกตัวอย่างอาจารย์ประยูร จรรยาวงษ์ ศิลปินผู้ใช้เวลาหลายปีฝึกวาดภาพ ฝึกตวัดพู่กันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้ลายเส้นมีชีวิตและไม่แข็ง จนในที่สุดผลงานของท่านได้รับการยอมรับและคว้ารางวัลระดับโลก คุณค่าของความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กระบวนการฝึกฝน การค่อย ๆ ทำในสิ่งที่เคยทำไม่ได้ จนวันหนึ่งทำได้อย่างชำนาญ ความรู้สึก “สะใจ” เกิดขึ้นหลังจากความพยายาม  คือประสบการณ์ที่มีคุณค่าของการเป็นมนุษย์

แต่ในวันนี้ AI สามารถสร้างผลงานในสไตล์เดียวกันได้ภายในไม่กี่วินาที จึงชวนให้เราตั้งคำถามว่า แม้เราจะได้ผลลัพธ์เร็วขึ้น แต่ระหว่างทางนั้น เรากำลังหลงลืมความสุขจากการลงมือฝึกฝน และความภูมิใจที่เกิดจากการค่อย ๆ เติบโตด้วยตัวเองหรือเปล่า

ซาบซึ้งใจ

คุณเอ๋ นิ้วกลมเล่าเรื่องการเดินทางที่ไอซ์แลนด์ ซึ่งสิ่งทำให้เขาซาบซึ้งกับการเดินทางครั้งนี้ ไม่ใช่ดอกไม้ที่ผลิบาน แต่คือ “มอส” ที่ค่อย ๆ ใช้เวลาเติบโตนับพันปีบนพื้นลาวา เมื่อมอสเติบโต ก็เป็นจุดเริ่มต้นให้ผืนลาวาเริ่มกลายเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์พอที่จะให้ดอกไม้มีโอกาสงอกงาม

ชีวิตของเราก็ไม่ต่างกัน เบื้องหลังความสำเร็จของคนคนหนึ่ง มักมี “มอส” ที่คอยหล่อเลี้ยงเสมอ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ครู เพื่อน หรือผู้คนที่อยู่เคียงข้างในวันที่ยังไม่มีใครมองเห็นเรา “ความซาบซึ้งใจ” เกิดจากการมองเห็นคุณค่าของผู้คน สิ่งเล็ก ๆ และช่วงเวลาธรรมดาในชีวิต คือประสบการณ์ที่ AI ไม่สามารถสร้างให้เราได้

Longevity อาจไม่สำคัญเท่า Quality

ทุกวันนี้ โลกกำลังพูดถึง Longevity หรือการมีอายุยืนมากขึ้น แต่คุณเอ๋ นิ้วกลมชวนตั้งคำถามว่า เราเพียงแค่มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น หรือเรามีช่วงเวลาที่มีคุณภาพมากขึ้นด้วย

หากแต่ละวันหมดไปกับการไถโทรศัพท์ เสพข่าวดราม่า หรือปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่เคยใส่ใจกับผู้คนและสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ต่อให้อายุยืนขึ้น ชีวิตก็อาจไม่ได้มีความหมายมากขึ้น เวลาที่มีคุณค่า จึงไม่ได้วัดจากจำนวนปีที่เราใช้ชีวิต แต่วัดจากช่วงเวลาที่เราใส่ใจอย่างเต็มที่กับชีวิต

ช่วงท้ายของทอล์กคุณเอ๋ นิ้วกลม ทิ้งข้อคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า มนุษย์ทุกคนมีเวลาอยู่บนโลกอย่างจำกัด และนั่นเองคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่า

การตระหนักว่าสักวันหนึ่งทุกสิ่งจะต้องสิ้นสุดลง ไม่ได้มีไว้เพื่อให้เรากลัวความตาย แต่เพื่อเตือนให้เราเห็นคุณค่าของคนที่ยังอยู่ตรงหน้า คนที่เรายังโทรหาได้ ยังกอดได้ ยังบอกรักหรือกล่าวคำขอโทษได้ เพราะวันหนึ่ง สิ่งเหล่านั้นอาจเหลือเพียงความทรงจำ

“ปัญญาของมนุษย์คือปัญญาที่รู้ว่าทุกสิ่งจะต้องสิ้นสุดลง แต่การที่เรารู้ว่าทุกสิ่งจะสิ้นสุดลงนั่นแหละที่ทำให้มันมีค่า รวมถึงชีวิตเราด้วย”

ท้ายที่สุดแล้ว ทอล์กครั้งนี้ไม่ได้ชวนให้เรากลัว AI แต่ชวนให้กลับมาตั้งคำถามว่า เราจะใช้เทคโนโลยีอย่างไร โดยไม่สูญเสียความเป็นมนุษย์ เพราะสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย ไม่ใช่ความเร็ว ประสิทธิภาพ หรือตัวเลข แต่คือการได้หัวเราะ ได้รัก ได้อยู่กับผู้คนที่สำคัญ และได้ใช้ทุกช่วงเวลาที่มีอย่างเต็มหัวใจ

Credits

Author

  • มนุษย์ต่างวัย

    Authorพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสังคมสูงวัยในมุมที่สนุก สร้างสรรค์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทุกวัย

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ