เมื่อโลกยุคใหม่ถูก Reset ด้วย AI | Stage มนุษย์ต่างวัย Fest 2026

หลายคนคิดว่าโอกาสทางธุรกิจเป็นเรื่องของคนหนุ่มสาว แต่รู้ไหมว่าผู้ก่อตั้งบริษัทสตาร์ตอัปที่ขึ้น IPO (กระบวนการที่บริษัทเอกชนเสนอขายหุ้นของบริษัทให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก เพื่อระดมทุนไปขยายกิจการ และนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชน) มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 46 ปี

ในโลกยุคปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ได้เข้ามาปฏิวัติโลกธุรกิจโดยการทำให้ทุกคนกลับมาอยู่ที่ ‘เส้นสตาร์ตเดียวกัน’ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเด็กอายุ 10 ขวบหรือศาสตราจารย์อายุ 60 ปี ต่างก็เข้าถึงฐานความรู้และข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างเท่าเทียมกัน ประสบการณ์และการสะสมความรู้ในรูปแบบเดิมจึงถูกท้าทายด้วยความรวดเร็วและการพัฒนาของเทคโนโลยี แต่ถึงอย่างนั้นคนวัย 50+ ก็ยังคงมีข้อได้เปรียบที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ และถือเป็นข้อได้เปรียบที่มีมากกว่าเด็กรุ่นใหม่ที่อายุน้อยกว่าด้วย ไม่ว่าจะเป็น ต้นทุนทางประสบการณ์ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่หาซื้อไม่ได้ หรือต้นทุนทางปัญญาที่ช่วยให้รู้และตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร

มนุษย์ต่างวัย ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดเวิร์กช็อป‘50+ ก็เริ่มธุรกิจใหม่ได้ แค่มีตัวช่วยที่ใช่ เริ่มเลยไม่ต้องรอกับ SME Connext’ ในงานมนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ‘ลองGEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม’ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12-14 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ Impact Exhibition Center Hall 6 เพื่อชวนคนวัย 50+ ที่อยากเริ่มต้นธุรกิจ มาเรียนรู้วิธีคิด วางแผน และเล่าเรื่องธุรกิจให้น่าสนใจ ต่อยอดความถนัด และปรับเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตให้กลายเป็นโอกาสใหม่ พร้อมทำความรู้จัก SME Connext ตัวช่วยที่จะทำให้ผู้ประกอบการวัย 50+ ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์

โดยมีคุณอนิศ โอสถานุเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนธุรกิจและการสร้างแบรนด์ผ่านการเล่าเรื่อง (Storytelling) เจ้าของเพจ StorytellingForum และคุณสน จันทร์ศุภฤกษ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้าบุรุษ suitcube (สูทคิวบ์) ให้เกียรติเป็นวิทยากรในครั้งนี้

ทำไมการเริ่มต้นธุรกิจในวัย 50+ จึงเป็นข้อได้เปรียบ ?

คนวัย 50+ ที่อยากเริ่มต้นธุรกิจมีข้อได้เปรียบหลายอย่างที่ทำให้สามารถเป็นผู้ประกอบการได้ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ AI ทำไม่ได้ และเด็กรุ่นใหม่อาจจะมีต้นทุนที่สะสมไว้น้อยกว่า เพราะคนอายุ 25 ปี อาจต้องใช้เวลาประมาณ 25-30 ปี จึงจะสามารถสะสมต้นทุนทั้งหมดได้ครบทั้ง 4 อย่าง นั่นคือ

1. Human Capital : ทุนมนุษย์ หรือมูลค่าทางเศรษฐกิจ ของความรู้ ทักษะ ความสามารถ

และประสบการณ์ที่สะสมมาหลายสิบปีที่อยู่ในตัวบุคคล ซึ่งจะช่วยในการมองคนว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถตัดสินแทนเราได้

2. Social Capital : ทุนด้านเครือข่ายหรือความสัมพันธ์กับผู้คนที่สามารถไว้วางใจได้ การมีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่สะสมมานาน เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างรายได้จากคอมมูนิตี้ ( Community Economy)

3. Reputational Capital : ทุนด้านชื่อเสียงหรือความน่าเชื่อถือที่สร้างมาตลอดชีวิต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการโน้มน้าวลูกค้า

4. Wisdom Capital : ทุนทางปัญญาหรือความสามารถในการรู้และประเมินได้ว่า ‘อะไรควรทำ’ และ ‘อะไรไม่ควรทำ’ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความผิดพลาดในการทำธุรกิจ

หลักขายก่อนสร้างทีหลัง

เริ่มจากการหาลูกค้าคนแรก

โลกสมัยใหม่ไม่จำเป็นต้องสร้างระบบใหญ่โตหรือต้นทุนสูง ๆ ก่อนถึงจะเริ่มขายหรือทำธุรกิจได้ เราสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้เลย จากการหาลูกค้าคนแรกให้เจอก่อน ที่สำคัญคืออย่าเริ่มจากคนสนิทหรือคนใกล้ตัว เพราะคนกลุ่มนี้จะสนับสนุนเรา เพราะเราเป็นเพื่อน เป็นคนใกล้ชิด แต่อาจไม่ได้ชอบหรืออยากได้สินค้าของเราจริง ๆ ถ้าเราหาลูกค้าคนแรกได้ก็แปลว่าธุรกิจของเรามีทางไปต่อ แต่ถ้าเราหาลูกค้าแค่ 1 คนยังไม่ได้ ก็อย่าเพิ่งคิดที่จะไปขายให้คน 100 คน

เสนอขายก่อนมีของ

ถ้าเรามีไอเดียอยู่ เราอาจนำไอเดียนั้นไปเล่าให้กับคนที่เราคิดว่าเขาสนใจ หรืออาจเป็นลูกค้าเราได้ แล้วลองถามเขาว่า ถ้าเราทำสินค้าหรือบริการนั้นขึ้นมาจริง ๆ เขาคิดว่ามันควรจะมีราคาประมาณเท่าไร

ถ้าไม่มีใครซื้อต้องปรับ Idea ทันที

ถ้าเราลองหาลูกค้าแล้ว ไม่มีคนสนใจ แปลว่าของชิ้นนั้นยังขายไม่ได้ แต่อย่าเพิ่งเลิกทำ ให้ปรับไอเดียก่อน แล้วค่อยเริ่มลงทุน เพราะบางคนทำสินค้ามาดีแล้ว แต่อาจจะติดที่แพ็กเกจจิ้ง ถ้าทำแพ็กเกจจิ้งสวย ๆ ก็อาจช่วยให้คนสนใจสินค้ามากขึ้น เพราะบางครั้งของหรือสินค้าอาจเหมือนกันหมด แต่ถ้าใครเล่าเรื่องให้สินค้านั้นได้ดีกว่า ก็จะทำให้คนสนใจมากกว่า

สร้างระบบโดยใช้ AI เป็นตัวช่วย

การใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการทำงาน โดยการป้อนคำสั่งเข้าไปในระบบเหมือนเวลาที่เราเทรนด์พนักงาน เช่น ป้อนคำสั่งให้ AI ช่วยเขียนเว็บไซต์ วิเคราะห์คู่แข่ง หรือสร้างแชตบอตตอบลูกค้า ซึ่งการใช้ AI ช่วยในการทำงาน จะทำให้คนคนเดียวสามารถดูแลและจัดการระบบในการทำธุรกิจหลาย ๆ อย่างได้ หรือที่เรียกว่า Solopreneur

โมเดล 3 โซน (3-Zone Model) ที่ต้องมีในการเริ่มต้นธุรกิจ

1. โซนความเชี่ยวชาญที่ตัวเองมี (Zone of Expertise) : ต่อยอดจากสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในชีวิตการทำงาน เช่น ถ้าเคยทำงานเป็นหมอ หลังจากเกษียณแล้ว ก็สามารถที่จะทำคอนเทนต์ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพได้

2. โซนเครือข่ายความสัมพันธ์ (Zone Of Connection) : ใช้เครือข่ายและความสัมพันธ์ ที่สะสมมาเป็นต้นทุน อาจเริ่มจากคนกลุ่มเล็ก ๆ 5-10 คน ก็ได้ แล้วลองเปิดกลุ่ม facebook เปิด Line OpenChat รวมคนที่สนใจเรื่องเดียวกันไว้ด้วยกัน ยิ่งเรามีคนรู้จักเยอะ หรือรวมคนได้เยอะเท่าไร ก็ยิ่งเป็นโอกาสในการสร้างธุรกิจและรายได้มากเท่านั้น

3. โซนการทำในสิ่งที่ตัวเองรัก (Zone Of Passion) : ทำสิ่งที่รักและตลาดยอมจ่าย เริ่มจากจุดเล็ก ๆ เช่น ถ้าเป็นคนชอบทำอาหาร เราก็เปิดร้านอาหารตามสั่ง แล้วสร้างเรื่องเล่าที่น่าสนใจหรือมีเอกลักษณ์ (Storytelling) ให้กับสินค้าหรือสิ่งที่เราทำ ถ้าเราเล่าเรื่องได้ดีจนเป็นที่สนใจ หรือสร้างอิมแพ็คในตลาดได้ ก็จะทำให้คนให้ความสนใจสิ่งที่เราทำมากขึ้น เพราะทุกวันนี้มีหลายคนที่ยอมจ่ายให้กับเรื่องราวเหล่านี้ เรื่องราวที่มีคุณค่าที่สามารถสร้างมูลค่าได้

เรื่องที่ผู้ประกอบการมักเจอเมื่อทำธุรกิจสำเร็จ

1. การทุจริตภายใน

แม้จะมีการวางระบบไว้ดีแค่ไหน แต่ปัญหาการโกงของพนักงานก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นเจ้าของธุรกิจจึงต้องวางระบบตรวจสอบที่รัดกุม

2. การลาออกของพนักงานที่มีความสามารถ

พอทำธุรกิจไปได้สักระยะ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่พนักงานเก่ง ๆ ที่เติบโตมากับองค์กร จะอยากลาออกไปทำธุรกิจของตัวเอง หรือไปเติบโตในองค์กรอื่น หน้าที่ของเจ้าของธุรกิจคือการสร้างระบบบันทึกงานที่ดี เพื่อให้คนทำงานสามารถส่งต่องานได้ทันทีอย่างครบถ้วน ไม่ตกหล่น

3. การแข่งขันและการเลียนแบบ

ถ้าหากเราทำธุรกิจได้ดี ประสบความสำเร็จ แน่นอนว่าเราก็มักจะเจอคู่แข่งหรือคนที่ทำสินค้าหรือบริการเลียนแบบสินค้าของเรา ดังนั้น เราจึงต้องรักษาจุดแข็งของแบรนด์ไว้ รวมทั้งสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

4. ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า

เป็นเรื่องธรรมดาที่การทำธุรกิจจะต้องมีทั้งช่วงที่ได้กำไรและช่วงที่ขาดทุน แต่การจะได้ยอดขายที่ยั่งยืนนั้นมักเกิดจากลูกค้าประจำหรือคนที่เป็นแฟนคลับเราจริง ๆ ไม่ใช่ลูกค้าขาจร เนื่องจากเขาจะช่วยสนับสนุนธุรกิจหรือแบรนด์ของเราในระยะยาว เพราะเขาชอบในสินค้าหรือสิ่งที่เราทำจริง ๆ ซึ่งเราจะเจอคนกลุ่มนี้ได้ก็ต่อเมื่อเราเริ่มได้รับคำชมหรือรีวิวโดยที่ไม่ได้ร้องขอ

SME CONNEXT ตัวช่วยของผู้ประกอบการไทย

สำหรับคนที่อยากทำธุรกิจ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน หรือเริ่มทำธุรกิจแล้วแต่อยากมีที่ปรึกษา สามารถเริ่มได้จากการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SME CONNEXT ที่พัฒนาขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของผู้ประกอบการ SME ไทย แบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น

1. ช่วยเชื่อมต่อการเข้าร่วมโครงการและกิจกรรมจาก สสว. เพื่อเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ และสะดวกสบายมากขึ้นเพียงขึ้นทะเบียน SME ONE ID รหัสเดียวเข้าถึงทุกบริการ

2. รับรู้ข่าวสารที่เกี่ยวกับ SMEs ก่อนใคร

SME CONNEXT รวบรวมข่าวสารที่จำเป็นจากสสว. ให้ผู้ประกอบการไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวงการ MSME

3. เจรจาธุรกิจได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์

ผู้ประกอบการสามารถพูดคุย เจรจาธุรกิจ รวมถึงออกเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ภายในแอปเดียว

4. เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ที่น่าเชื่อถือ

SME CONNEXT คือแอปพลิเคชันที่ถูกพัฒนามาเพื่อส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและย่อม ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน

นอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์และเต็มไปด้วยความรู้ที่มีประโยชน์สำหรับคนทำธุรกิจ เรียกได้ว่าเป็นแอปพลิเคชันสำหรับผู้ประกอบการอย่างแท้จริง

สุดท้ายในการทำธุรกิจมันจะไม่มีคำว่า Perfect มีแต่ Profit ดังนั้น อย่ารอจนพร้อมแล้วค่อยเริ่ม เพราะความพร้อมไม่มีอยู่จริง เรียนรู้จากการลงมือทำจริง เริ่มได้เลยจากสิ่งที่ตัวเองถนัดหรือทักษะที่มีอยู่แล้ว และสิ่งนั้นสามารถทำเงินได้เร็ว ทำไปก่อนแล้วค่อย ๆ ปรับจูนไอเดียตามปัญหาที่เจอหน้างาน ถ้าทำแล้วดีค่อยขยายระบบทีหลัง แต่ถ้าหากไม่รู้จริง ๆ ว่าตัวเองจะเริ่มต้นอย่างไร ให้เริ่มจากการสังเกตว่ามีเรื่องไหนบ้างที่คนรอบข้างมักจะมาขอให้เราช่วยบ่อย ๆ สิ่งนั้นแหละที่จะเป็นโอกาสธุรกิจสำหรับคุณ

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SME CONNEXT ได้ที่ https://m.smeconnext.com   

และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง ID Line: @smeconnext

Credits

Author

  • มนุษย์ต่างวัย

    Authorพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสังคมสูงวัยในมุมที่สนุก สร้างสรรค์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทุกวัย

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ