โมเดล ‘ความสุข 3 มิติ’ ที่เปลี่ยนเชียงรายให้เป็น Wellness City เมืองที่ใคร ๆ ก็อยากย้ายมาอยู่

เคยสงสัยไหมว่าเมืองที่อยู่แล้วมีความสุขจริง ๆ หน้าตาเป็นอย่างไร? สำหรับเชียงรายเมืองแห่งความสุขคือเมืองที่พัฒนาขึ้นจากความรักความเข้าใจ ออกแบบโดยคนเชียงราย และตอบโจทย์ชีวิตของผู้คนในทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง

นครแห่งความสุข 3 มิติ

ชวนมาทำความรู้จัก “นครแห่งความสุข 3 มิติ” แนวคิดที่เปลี่ยนเชียงรายให้เป็น Wellness City เมืองที่ใคร ๆ ก็อยากย้ายมาอยู่ ผ่านวิสัยทัศน์ ‘คุณวันชัย จงสุทธานามณี’ – นายกเทศมนตรีคนปัจจุบันของเทศบาลนครเชียงราย 

อะไรที่ทำให้เมืองเหนือสุดเขตแดนสยามแห่งนี้ถึงกลายเป็น Wellness City เมืองต้นแบบที่สร้างความสุขให้ผู้คนได้จริงในทุกช่วงวัย ผ่านการทำงานร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือในทุกภาคส่วน

“ท้องถิ่นทุก ๆ ท้องถิ่นย่อมมุ่งหวังที่จะพัฒนาตัวเองให้เป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน สำหรับนครเชียงราย เราได้ร่วมกันระดมสมอง ปรึกษาหารือกับพี่น้องประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อหาคำตอบว่า ตัวตนที่เราอยากจะสื่อสารต่อสังคมคืออะไร จนได้ข้อสรุปร่วมกันว่าเราจะเป็น นครแห่งความสุขที่ครบ 3 มิติ คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ถ้าเราทำปัจจัยทั้ง 3 อย่างนี้ให้ดี เศรษฐกิจดีคนมีงานทำ สังคมน่าอยู่ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน แทบจะแยกไม่ออกเลยว่าเราพูดในมิติใดมิติหนึ่ง เพราะทั้ง 3 มิติจะต้องเดินหน้าไปพร้อม ๆ กัน” 

‘กินดี’ จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ความสุขทั้ง 3 มิติจะเกิดขึ้นได้ คนเชียงรายต้องมีสุขภาพดี เทศบาลเชียงรายจึงให้ความสำคัญกับ “อาหาร” ที่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนแข็งแรง ที่เชียงรายเห็นความสำคัญของการผลิตอาหารปลอดภัย เพื่อให้คนเชียงรายไม่ต้องเผชิญกับปัญหาสารเคมีที่ตกค้างในอาหาร ทำให้คนเชียงรายรู้ว่าผักที่กิน ‘ใครเป็นคนปลูกผักให้เรา’ เทศบาลนครเชียงรายสร้างระบบจัดการอาหารปลอดภัยที่อย่างเป็นระบบ สามารถบอกที่มาของอาหารได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยการดึงเอาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เครือข่ายรอบข้าง 8 แห่งมาร่วมเป็นพันธมิตร โดยเริ่มจาก

  • ต้นน้ำ – ไม่ใช่แค่การบอกให้ปลูก แต่เป็นการสื่อสารสองทาง เกษตรกรถึงขั้นบอกกับผู้บริโภคว่า “อยากกินหยังมาบอกได้จะปลูกฮือเจ้า” (อยากทานอะไรบอกได้ เดี๋ยวปลูกให้) เป็นความใส่ใจแบบคนบ้านใกล้เรือนเคียง โดยเทศบาลนครเชียงรายได้ผสานความร่วมมือกับเครือข่าย PGS เชียงราย และหน่วยงานพันธมิตร จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่แกนนำเกษตรกรในชุมชน เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านการทำแปลงเกษตรปลอดภัย พร้อมมุ่งยกระดับมาตรฐานไปสู่เกษตรอินทรีย์แบบพึ่งตนเอง (PGS)
  • กลางน้ำ – มีระบบประกันคุณภาพที่เข้มงวด ส่งผู้เชี่ยวชาญลงไปตรวจสารตกค้างทั้งในแปลงและในตลาด เพื่อให้มั่นใจ 100% ก่อนถึงมือเรา
  • ปลายน้ำ – โรงเรียนเทศบาลทั้ง 8 แห่งที่ดูแลเด็กกว่า 8,000 คน ที่นี่ใช้ ‘แอปพลิเคชันอาหารปลอดภัย’ เป็นด่านสุดท้ายเพื่อเช็กความถูกต้องและความปลอดภัยของวัตถุดิบตรงประตูโรงเรียน พร้อมมีนักโภชนาการดูแลเมนูให้ครบ 5 หมู่

การเชื่อมโยงเกษตรกรเข้ากับโรงเรียนและร้านอาหารต้นแบบเช่นนี้ นอกจากจะเสริมสร้างเรื่องสุขภาพแล้วยังเป็นการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เงินไหลเวียนอยู่ในชุมชนอีกด้วย

“การจะทำให้ชุมชนมีความสุขคนในชุมชนต้องมีสุขภาพดี และการจะมีความสุขดีก็ต้องเริ่มจากอาหารปลอดภัย ตำบลรอบนอกอาจจะมีพื้นที่ใหญ่เป็นต้นทางในการเพาะปลูก เทศบาลเราเป็นพื้นที่โซ่ข้อกลางทำหน้าที่จำหน่ายจ่ายแจกขับเคลื่อนทิศทางร่วมกันไปสู่ปลายน้ำคือผู้บริโภค การทำให้อาหารปลอดภัยจึงเป็นการพึ่งพาอาศัยกันที่ทำให้สำเร็จได้ทั้ง 3 มิติ”

เชียงรายไม่เนือยนิ่ง เพราะมีพื้นที่ให้วิ่งทุกวัน

ตัวเมืองเชียงรายตั้งอยู่ในพื้นที่โอบล้อมด้วยภูเขา ลำน้ำ และผืนป่าเขียวขจี อากาศเย็นสบายตลอดปี องค์ประกอบด้านภูมิประเทศที่ดีแบบนี้ ช่วยส่งเสริมความคิดที่ว่าธรรมชาติและการขยับร่างกายคือยาลดความเสี่ยงโรคได้

เพื่อลดพฤติกรรม นั่ง ๆ นอน ๆ อุดอู้อยู่แต่ในบ้านที่เป็นต้นเหตุสำคัญของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดัน ความเครียด และภาวะโดดเดี่ยวทางสังคมโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เทศบาลนครเชียงรายจึงจัดสรรพื้นที่เมืองขนาด 60.85 ตารางกิโลเมตร ให้มีสวนสาธารณะต้นแบบถึง 5 แห่ง และมีสวนสาธารณะสำหรับออกกำลังกาย 19 แห่ง ซึ่งความเด่นของสวนที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่ถูกออกแบบให้ “งดงาม กว้างขวาง ทันสมัย และใกล้ชิดธรรมชาติ” เพื่อทำหน้าที่เป็นห้องนั่งเล่นสีเขียวที่เปิดกว้างและเข้าถึงได้ง่ายสำหรับคนทุกกลุ่ม

‘เชียงรายไม่เนือยนิ่ง’ คอนเซ็ปต์ที่การรณรงค์ให้คนออกมาขยับร่างกายในแบบที่ตัวเองรัก  ลองจินตนาการภาพสวนสาธารณะที่มีตั้งแต่กลุ่มคุณป้าเต้นรำวงย้อนยุค คุณลุงสนุกกับแอโรบิก โชว์เสต็ปบาสโลบ ไปจนถึงละอ่อนไถเซิร์ฟสเกต การออกแบบพื้นที่ที่เข้าใจความหลากหลายของเจเนอเรชันแบบนี้ ช่วยลดช่องว่างระหว่างวัยและส่งผลบวกต่อสุขภาพจิตของคนในเมืองเป็นอย่างมาก

สุขภาพอยู่ในมือ(ถือ)คุณ 

การกินดีและการออกกำลังกายคือปราการด่านแรกในการป้องกันโรค แต่ในความเป็นจริงของชีวิต การดูแลสุขภาพที่ครบวงจรต้องรองรับทั้ง “ช่วงเวลาที่แข็งแรง” และ “ช่วงเวลาที่เจ็บป่วย” นี่คือเหตุผลที่เทศบาลนครเชียงรายนำเทคโนโลยีเข้ามาเชื่อมต่อช่องว่างทางสังคมด้วยแอปพลิเคชัน ‘บริการด้วยใจ’ นวัตกรรมสุขภาพที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้มีไว้สำหรับคนรุ่นใหม่เท่านั้น แอปฯ ทำหน้าที่เสมือนมีสถานบริการสุขภาพติดตามตัวที่สามารถใช้งานได้ทุกวัย ทุกที่ และทุกเวลา ซึ่งชาวเชียงรายสามารถเช็กสุขภาพเบื้องต้นอย่าง เบาหวาน ความดัน หรือดัชนีมวลกายได้ง่าย ๆ ผ่านมือถือ

แอปพลิเคชันยังสามารถจองคิวรับบริการทางการแพทย์และกิจกรรมสุขภาพ ช่วยลดเวลาการรอ โดยสามารถกดจองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการจองคิวทำฟัน ทำกายภาพบำบัด รับการตรวจรักษาด้วยแพทย์แผนไทย หรือเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่าง ๆ

แต่นอกจากการดูแลผ่านแอปพลิเคชันแล้ว เทศบาลนครเชียงรายยังมีบริการของ ‘ศูนย์กายอุปกรณ์’ หากใครเจ็บป่วยต้องการรถเข็นหรือเตียงผู้ป่วย ก็สามารถจองผ่านแอปได้ฟรี และที่สำคัญมีบริการส่งอุปกรณ์ให้ถึงบ้าน โดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ นวัตกรรมแบบนี้ที่ทำให้บริการสาธารณสุขกลายเป็นเรื่องของความเท่าเทียมที่ไม่ว่าคุณจะรวยหรือจน ก็เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้

ใครไม่แคร์ แต่นครเชียงรายแคร์ – ฟื้นฟูหัวใจและร่างกายของผู้สูงอายุด้วยคลินิกดูแลสุขภาพกลางวัน (Day Care)

จังหวัดเชียงราย มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือผู้สูงอายุรวมประมาณ 284,877 ถึง 294,813 คน คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 23.31 ถึง 24.53 ของประชากรทั้งหมดในจังหวัด จัดอยู่ในอันดับที่ 9 ของจังหวัดที่มีประชากรสูงอายุมากที่สุดในไทยในปี พ.ศ. 2567 ซึ่งทำให้พื้นที่ดังกล่าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับเข้มข้น

ในยุคสังคมสูงวัย เทศบาลนครเชียงรายเลือกที่จะดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวมผ่านศูนย์ Daycare หรือคลินิกดูแลสุขภาพกลางวันที่มีทีมหมอ เภสัชกร และนักกายภาพบำบัด ดูแลครบจบในที่เดียว โดยแบ่งการดูแลออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ ดังนี้

  • การบริการที่ศูนย์แบบครบวงจร – ผู้สูงอายุสามารถเข้ามาใช้บริการและดูแลรักษาสุขภาพที่ศูนย์ได้ตลอดทั้งวัน มีการจัดกิจกรรมที่ให้ผู้สูงวัยได้เรียนรู้และลงมือทำจริง โดยเฉพาะในเรื่องของโภชนาการและการฝึกออกกำลังกายที่เหมาะสมและที่ศูนย์แห่งนี้เป็นพื้นที่ให้ผู้สูงอายุได้พบปะพูดคุยและร่วมกิจกรรมกับกลุ่มเพื่อนวัยเดียวกัน ช่วยลดความเครียดและทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • บริการดูแลและฟื้นฟูถึงบ้าน – หากผู้สูงอายุมีข้อจำกัดทางร่างกายจนไม่สามารถเดินทางมาที่ศูนย์เองได้ ทางศูนย์ Daycare จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปดูแลฟื้นฟูร่างกายให้ถึงที่บ้าน โดยทีมที่ลงพื้นที่จะประกอบไปด้วยบุคลากรทางการแพทย์แบบครบครัน ได้แก่ คุณหมอ เภสัชกร และนักกายภาพบำบัด เพื่อให้การดูแลรักษาเป็นไปอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง

หนึ่งในผู้รับบริการที่ Daycare เล่าให้เราฟังว่าเขาเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรังทั้งเบาหวานและความดันที่อาการหนักจนกล้ามเนื้ออ่อนแรง ลุกไม่ได้ และที่สำคัญคือพูดไม่ได้เลยมานานถึง 6 เดือน แต่หลังจากเข้าโครงการ Daycare และได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง เขากลับมาเดินได้และกลับมาสื่อสารได้อีกครั้ง แถมยังมีรอยยิ้มที่สดใส สนุก และยังอยากมาที่นี่ทุกวัน นับว่าเป็นการช่วยสร้างทั้งความสุขและคืนชีวิตชีวาให้กับผู้สูงอายุในชุมชนได้อย่างแท้จริง

‘ทรัพยากรมนุษย์’ คือหัวใจของการพัฒนาเมือง

หัวใจสำคัญที่ทำให้ ‘นครแห่งความสุข 3 มิติ’ ของเชียงรายสำเร็จ คือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายที่มี ทั้งมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และ หน่วยงานภาครัฐ อย่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่มาร่วมทำงานเพื่อเชื่อมโยงมิติต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

“การพัฒนาเมืองที่แท้จริงต้องควบคู่กับการพัฒนาคน และเป้าหมายการพัฒนาเมืองของเราคือการส่งผ่านความสุขที่ยั่งยืนไปสู่อนาคตให้กับลูกหลานและเด็กในรุ่นหลัง เพื่อให้พวกเขามีชีวิตที่ดีกว่าเราในวันนี้ 

“เราบ่มเพาะคนผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการส่งเสริมศักยภาพรอบด้าน ทั้งความหลากหลายทางวิชาการ การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ตลอดจนการกีฬาและการออกกำลังกาย เพื่อสร้างเด็กเชียงรายให้เป็นคนดี มีจิตใจดี มีจิตสาธารณะ มีระเบียบวินัย และมีความรู้ เพื่อเป็นต้นแบบหรือโมเดลให้กับสังคม

“เทศบาลเราสนับสนุนเยาวชนอย่างเต็มที่ผ่านระบบทุนการศึกษา จัดให้มีหอพักฟรีแบบติดเครื่องปรับอากาศ มีระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีให้ใช้งาน โดยเรามีครูพี่เลี้ยงคอยดูแลอย่างเข้มงวด การบ่มคนขึ้นมาหนึ่งคนไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความตั้งใจจริงร่วมกันของทั้งผู้บริหารโรงเรียน คณะครู ข้าราชการเทศบาล และที่สำคัญที่สุดคือความเข้าใจและร่วมมือจากพ่อแม่ผู้ปกครองที่จะมาเป็นพลังขับเคลื่อนไปด้วยกัน”

‘เชียงราย’ ท้องถิ่นหัวแถวของประเทศ

“หากเปรียบเทียบเชียงรายในอดีตกับปัจจุบัน จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนมาก ที่ผ่านมาเมืองเราเคยประสบปัญหาน้ำท่วม ปัญหาน้ำเสีย และปัญหาขยะจำนวนมหาศาล แต่ด้วยพลังแห่งความรักและความสามัคคีของคนเชียงราย วันนี้ปัญหาเหล่านั้นหมดไปแล้ว และเรากำลังเดินหน้าต่อยอดเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

“วันนี้เราปักหมุดเมืองเชียงรายให้เป็นเมืองแห่งโอกาสในหลายด้าน เช่น สปอร์ตซิตี้ (Sport City), เมืองดอกไม้งาม, เมืองวัฒนธรรม และนครแห่งการเรียนรู้ ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนทำงาน ครูบาอาจารย์ และนักเรียนทุกคน

“สำหรับก้าวต่อไป พอเรามองไปยังประเทศต้นแบบอย่างญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์ เราก็ยังมีระยะทางอีกยาวไกลที่ต้องพัฒนาเพื่อขยับคุณภาพชีวิตให้เทียบเท่า แต่ผมเชื่อมั่นในพลังความคิด ความสามารถ และความพร้อมของคนเชียงราย ด้วยความร่วมมือร่วมใจและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกัน เป้าหมายสูงสุดของเราคือการนำพาเทศบาลนครเชียงรายก้าวขึ้นเป็นท้องถิ่นแถวหน้าของประเทศในเร็ววันอย่างแน่นอน”

วันนี้เชียงรายไม่ได้มองแค่ความสำเร็จของตัวเอง แต่พร้อมที่จะเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้เพื่อส่งต่อโมเดลนี้ให้กับเมืองอื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้คำว่า ‘นครแห่งความสุข’ เกิดขึ้นได้จริงในทุกพื้นที่ เพราะเมืองที่ดี เริ่มต้นได้จากพลังของพวกเราทุกคน

Credits

ผู้เขียน

  • Authorพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสังคมสูงวัยในมุมที่สนุก สร้างสรรค์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทุกวัย

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ