หลายคนมักเข้าใจว่า “สมองเสื่อม” เป็นเรื่องของผู้สูงอายุและมีแค่โรคอัลไซเมอร์เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ภาวะสมองเสื่อมอาจมีจุดเริ่มต้นจากปัญหาสุขภาพที่สะสมเป็นเวลานาน โดยที่เราไม่รู้ตัวเลยว่าพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันกำลังค่อย ๆ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดสมองเสื่อมในอนาคต
NCDs ต้นทางที่นำไปสู่สมองเสื่อม
ปัจจุบันผู้คนมีสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตมากขึ้น ผลที่ตามมาคือเราเคลื่อนไหวน้อยลงและมีพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไป เช่น การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน การใช้ลิฟต์แทนบันได หรือการบริโภคอาหารสำเร็จรูปเป็นประจำ ซึ่งพฤติกรรมสะสมเหล่านี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs (โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) ได้ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง ฯลฯ
หากปล่อยให้โรคเหล่านี้ดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับการดูแล นอกจากจะส่งผลต่อร่างกายโดยรวมแล้ว ยังสร้างความเสียหายต่อหลอดเลือดและเนื้อสมองด้วย เพราะจะทำให้การไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองลดลง จนเซลล์สมองค่อย ๆ เสื่อมสภาพและตายลง ซึ่งในระยะยาวอาจนำไปสู่ภาวะสมองเสื่อมได้ อาจารย์สิรินทรย้ำว่า “ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เราจะพบผู้ป่วยโรคหัวใจหรือผู้ที่มีภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต แล้วมีอาการสมองเสื่อมตามมา เพราะโรคเหล่านี้ล้วนมีรากฐานมาจากความผิดปกติของหลอดเลือดเช่นเดียวกัน”
ร่างกายไม่ได้ส่งสัญญาณเตือนทันที เริ่มปรับพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้
ปัญหาสุขภาพจำนวนมากไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว เช่น หลอดเลือดที่ค่อย ๆ ตีบลงทีละน้อย ซึ่งความน่ากลัวคือ ถึงแม้หลอดเลือดจะตีบไปแล้ว 50% แต่ร่างกายก็อาจยังไม่แสดงอาการ โดยอาจารย์ได้เปรียบเปรยว่า “ร่างกายมันถูกออกแบบให้ยอมตาย ดีกว่ายอมสารภาพบาปกับพวกคุณว่าฉันจะแย่แล้ว” กว่าเราจะเริ่มสังเกตอาการ ร่างกายก็แย่ลงมากแล้ว ดังนั้น ถ้าอยากอยู่ยืนยาวแบบมีคุณภาพ เราควรเริ่มปรับการใช้ชีวิตของตนเองตั้งแต่วันนี้ อย่าคิดว่าทำในวัย 40 50 60+ แล้วจะไม่ทัน เพราะอย่างน้อยเราก็ยังชะลออาการไว้ได้
สมองเสื่อมไม่ใช่สมบัติของความชรา
เรื่องน่ารู้คือสมองเสื่อมไม่ได้อยู่ดี ๆ ก็โผล่มา และไม่ใช่ผู้สูงอายุทุกคนที่จะเป็น นอกจากอัลไซเมอร์แล้ว ยังมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่มีภาวะสมองเสื่อมจากโรค NCDs ซึ่งเป็นผลของปัญหาสุขภาพที่สะสมเป็นเวลานาน อาจารย์สิรินทรเล่าว่า เคยเห็นหลายคนที่มีอายุเกือบ 100 ปีโดยไม่เป็นสมองเสื่อมเลย ดังนั้นอย่าคิดว่าเมื่ออายุมากขึ้นทุกคนจะต้องเผชิญกับภาวะนี้ เพราะเราสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้หากดูแลตัวเองดีพอ
3 เรื่องที่ควรทำเพื่อห่างไกลสมองเสื่อม
1. ดูแลตัวเองให้ดี : กินให้เป็น นอนให้ดี มีสังคม ฝึกร่างกาย และใช้สมองอยู่เสมอ
2. ระวังโรคและปัจจัยเสี่ยง : ระวังเรื่องความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมัน การได้ยินและการมองเห็น รวมทั้งการใช้ยา โดยเฉพาะยากลุ่ม Anticholinergic (ยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งสารสื่อประสาทในสมอง)
3. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายสมอง : งดบุหรี่ เลิกเหล้า ไม่เศร้าซึม ระวังอุบัติเหตุที่อาจส่งผลกระทบถึงสมอง และหลีกเลี่ยง PM 2.5
ปัจจุบันคนเราอายุยืนยาวขึ้น สิ่งที่ควรให้ความสำคัญจึงไม่ใช่เพียงแค่การมีชีวิตอยู่ให้นานที่สุด แต่คือการมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ เพราะคงไม่มีใครอยากใช้ช่วงเวลาบั้นปลายไปกับการค่อย ๆ สูญเสียความทรงจำ จำตัวเองไม่ได้ หรือหลงลืมคนที่รัก ดังนั้น เริ่มดูแลตัวเองและทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะสุขภาพสมองในวันข้างหน้าล้วนถูกกำหนดจากพฤติกรรมที่เราสะสมตั้งแต่วันนี้
Stage มนุษย์ต่างวัย Fest 2026
Session: โรคในโลกอายุยืน: “สมองเสื่อม” โรคแพ็กเกจของการมีอายุยืน
โดย ผศ. พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน
ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
















