วันแม่ปีนี้ ชวนแม่มาใช้เวลาร่วมกันที่ QUALY Design Space กับ QUALY MALAI WORKSHOP เวิร์กช็อปร้อยมาลัยจากพลาสติกรีไซเคิล

วันแม่ปีนี้ “มนุษย์ต่างวัย” พาไปเวิร์กชอปร้อยมาลัย และพูดคุยกับ คุณใจ๋ – ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ เจ้าของแบรนด์ Qualy แบรนด์ของใช้ที่นำดีไซน์ มาเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้และขยะ ให้กลับมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า ใช้งานได้จริง และสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องความยั่งยืน

หลายคนอาจคุ้นตากับผลิตภัณฑ์ของ Qualy ที่นำวัสดุรีไซเคิลมาสร้างสรรค์เป็นของใช้ในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงงานออกแบบที่หยิบเอาเรื่องราวและวัฒนธรรมไทยมาตีความใหม่ เช่น พระรอด และ พระปิดตา จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ

ตลอดเส้นทางการทำงาน Qualy ได้รับรางวัลด้านการออกแบบมาแล้วมากมาย ล่าสุดคือ Prime Minister’s Export Award 2026 สาขา Best Design, รางวัลชนะเลิศ DEmark Award 2026 รางวัลด้านการออกแบบระดับประเทศ และ Good Design Award จากประเทศญี่ปุ่น

แต่ Qualy ในวันนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นแบรนด์ของใช้ที่มีงานดีไซน์เป็นจุดเด่น หากย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้น ธุรกิจนี้เคยเป็นเพียงโรงงานในตึกแถวที่รับผลิตชิ้นส่วนพลาสติก ก่อนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อ คุณใจ๋ ทายาทรุ่นที่ 2 เข้ามารับช่วงต่อ และมองเห็นโอกาสที่จะนำความรู้ด้านการผลิตที่มีอยู่เดิม มาต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์และงานออกแบบ เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสิ่งที่มีอยู่มากกว่าการผลิตตามคำสั่งของลูกค้า

ทายาทรุ่น 2 ของโรงงานผลิตชิ้นส่วนพลาสติก ที่เข้ามาปรับทิศทางของแบรนด์ใหม่ จากรับจ้างผลิตสู่การสร้างแบรนด์ของตัวเอง

“ผมเกิดมากับโรงงานเลย คุณพ่อก่อตั้งโรงงานประมาณช่วงปี 1976 ตั้งแต่ยังไม่มีอะไร ช่วงแรกทำในตึกแถวเล็ก ๆ  ตอนนั้นเราเกิดและโตอยู่ในบ้านที่เป็นโรงงาน ก็เลยคุ้นเคยกับการผลิตมาตลอด

“ครอบครัวเรารับงาน OEM ราคาก็ถูกมาก แล้วเราเห็นมาตลอดว่าสินค้าที่เรามีส่วนผลิต มันถูกนำไปขายในราคาที่สูงกว่านั้น เลยรู้สึกว่าอยากมีธุรกิจ มีสินค้าของตัวเอง อยากสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสิ่งที่เราทำ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่สามารถทำออกมาได้ เพราะมันยังขาดองค์ประกอบหลายอย่าง เราขายไม่เป็น และยังไม่มีรูปแบบงานของเราเอง งานรับจ้างก็เข้ามาเรื่อย ๆ เราเลยทำงานรับจ้างก่อน ทำให้ไม่มีโอกาสได้ปั้นสินค้าของตัวเองจนเป็นรูปเป็นร่าง

“มีอยู่ยุคหนึ่งที่การเข้ามาของประเทศจีนทำให้งาน OEM งานรับจ้างผลิตในอุตสาหกรรมมันดรอป ๆ ลง จนโรงงานต่าง ๆ ทยอยปิดกันไป จนผมเรียนจบสาขา Industrial Design แล้วกลับมาช่วยงานที่บ้าน ก็เริ่มคิดว่าน่าจะทำสินค้าของตัวเองได้และการสร้างแบรนด์ของตัวเองจึงเป็นทางเลือกในการรักษาธุรกิจและพนักงานเก่าแก่เอาไว้ด้วย”

ปรับตัวมาใช้พลาสติกรีไซเคิล เพื่อรับผิดชอบต่อโลกที่เราอยู่ร่วมกัน

“ตอนแรกเราใช้พลาสติกทั่วไป เพราะเราเน้นเรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า แต่หลังจากทำมาได้เกือบ 10 ปี ก็เริ่มมีกระแสต่อต้านพลาสติกมากขึ้น เพราะพลาสติกถูกมองว่าเป็นผู้ร้าย เป็นขยะที่ทำร้ายโลก รวมถึงเรื่องไมโครพลาสติกที่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย มันทำให้เรารู้สึกว่า ในฐานะที่เราเป็นนักสร้างสรรค์ เราไม่น่าจะทำอะไรที่มีส่วนในการทำลายโลกหรือทำร้ายผู้คน เราเลยเริ่มคิดว่า แล้วเราจะเปลี่ยนความสามารถที่เรามีอยู่ ให้ไปในทางบวกได้อย่างไร”

จากคำถามนั้น Qualy หันมาใช้พลาสติกรีไซเคิลในการผลิตช้ินงานแทนการใช้พลาสติกใหม่ แม้จะกระบวนการนั้นจะท้าทายกว่า ทั้งเรื่องของการควบคุมสี คุณภาพ และสิ่งเจือปน

“ยากทุกขั้นตอนเลย ตั้งแต่การหาแหล่งที่มาของขยะพลาสติก พอได้มาแล้วก็ยังใช้ไม่ได้ทันที ต้องนำมาจัดการให้สะอาด แบ่งประเภท และต้องควบคุมความสม่ำเสมอของวัตถุดิบ เพราะพลาสติกที่ได้มาแต่ละครั้งมีทั้งสี มีลวดลาย หรือมีการพิมพ์ต่าง ๆ ติดอยู่ เราไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะได้สีเดิมในปริมาณเท่าเดิมทุกครั้ง

“ตรงนี้เป็นความท้าทายในเรื่องการจัดหา และพอเข้าสู่ขั้นตอนการออกแบบก็มีความท้าทายอีก เพราะเราต้องออกแบบจากวัตถุดิบที่มีอยู่ เช่น มีพลาสติกสีฟ้าอยู่เท่านี้กิโลกรัม สีเขียวเท่านี้กิโลกรัม ขณะเดียวกัน คุณสมบัติของพลาสติกรีไซเคิลก็อาจไม่เหมือนวัตถุดิบใหม่ คุณภาพอาจลดลง เราก็ต้องคิดว่าจะออกแบบอย่างไรเพื่อแก้ปัญหาตรงนี้

“แม้แต่ในขั้นตอนการผลิตก็ยังมีอุปสรรค เพราะเราไม่สามารถผลิตชิ้นงานได้ราบรื่นเหมือนการใช้วัตถุดิบใหม่ที่มีความบริสุทธิ์และสม่ำเสมอ ทุกขั้นตอนจึงต้องอาศัยการออกแบบและการแก้ปัญหาไปพร้อม ๆ กัน ตอนเริ่มต้น เราต้องคิดก่อนว่าจะไปหาพลาสติกเหล่านี้มาจากไหน จะไปคุ้ยจากกองขยะ ไปเอาจากถังขยะ หรือจ้างซาเล้งเก็บให้ แต่ละวิธีก็มีความยาก เราเลยเริ่มจากการร่วมมือกับโรงงานก่อน โดยนำพลาสติกที่เสียจากกระบวนการผลิตมาใช้ เพราะอยู่ในที่เดียวกัน รวบรวมได้ง่าย และค่อนข้างสะอาด

“สินค้าเซตแรกของเราก็เกิดจากการร่วมมือกับบริษัทที่ทำเครื่องดื่ม เขามีขวดหรือบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตเสียและต้องจำหน่ายออกอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เราจึงเริ่มทดลองนำพลาสติกเหล่านั้นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์”

“โปรดักต์แรกที่เราเริ่มทำจากวัสดุรีไซเคิล เป็นคอลเลกชันสัตว์ทะเลครับ หลังจากคอลเลกชันแรกออกมา ก็เริ่มมีองค์กรที่ทำเรื่องการจัดการขยะเข้ามาพูดคุยกับเรา เพราะเห็นว่าเราสามารถนำพลาสติกที่เลิกใช้แล้วกลับมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่รวบรวมถุงพลาสติก หรือโครงการที่จัดการกับขยะจากอุปกรณ์ประมง”

“บางอย่างเราเองก็ไม่เคยทำมาก่อน อย่างเศษแหหรือถุงพลาสติก แต่เราก็คิดว่าไม่เป็นไร ลองดู เพราะถ้าทำได้ มันก็น่าสนใจมาก เราจะได้ทำผลิตภัณฑ์จากสิ่งที่เคยเป็นขยะจริง ๆ อย่างถุงพลาสติกใช้แล้ว หรือแม้แต่ซากแห

“วิธีนี้ทำให้เรายังสามารถใช้ทรัพยากรที่เรามีอยู่เดิมได้ ทั้งพนักงาน เครื่องจักร อุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงทักษะด้านการออกแบบ ทุกอย่างยังนำมาใช้ได้หมด เพียงแต่ต้องพัฒนาและปรับกระบวนการไปอีกขั้น เพื่อให้สามารถทำงานกับวัสดุที่เราอาจยังไม่คุ้นเคย แล้วองค์ความรู้ของครอบครัวเรามีอยู่แล้ว เรามีโรงงาน มีเครื่องจักร ระบบการผลิตอยู่แล้ว เพียงแต่ความยากของการทำวัสดุรีไซเคิลทำให้คนอื่นอาจไม่อยากทำ แต่การร่วมมือกับองค์กรที่ทำเรื่องการจัดการขยะ ทำให้การได้มาซึ่งพลาสติกง่ายขึ้น เราไม่ต้องไปเก็บขยะเอง หรือคิดว่าจะต้องตั้งจุดรับขยะเพราะเราสามารถซื้อวัตถุดิบที่ผ่านการจัดการมาแล้วได้ เช่น เม็ดพลาสติกจากโครงการที่รวบรวมถุงพลาสติก หรือซื้อขวดพลาสติกที่ซาเล้งเก็บมา แล้วนำมาผ่านกระบวนการของเราเอง”

แบรนด์ที่ผู้คนนึกถึงเมื่อต้องการสินค้าที่มีทั้ง ความคิดสร้างสรรค์ และความยั่งยืน

คุณใจ๋ตั้งใจให้ Qualy เป็นแบรนด์ที่ผู้คนนึกถึงเมื่อต้องการผลิตภัณฑ์ที่ผสานทั้ง ความคิดสร้างสรรค์ และ ความยั่งยืน เข้าด้วยกัน โดยเชื่อว่างานออกแบบไม่ควรมีหน้าที่เพียงทำให้สิ่งของสวยงาม แต่สามารถเป็นเครื่องมือในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับวัสดุและสิ่งของที่เคยถูกมองว่าไร้ค่าได้

“เราอยากเป็นแบรนด์ที่เอาของที่คนไม่สนใจแล้ว หรือพูดง่าย ๆ ก็คือเอาขยะมาเปลี่ยนเป็นของที่คนอยากได้ อยากใช้ในทุกวัน อยากให้ Qualy เป็นแบรนด์ที่คนจะนึกถึงเมื่ออยากได้ของที่มีทั้งความคิดสร้างสรรค์และความยั่งยืน”

“ในวันนี้เราอาจมีแรงบันดาลใจจากอะไรที่เป็นไทย ๆ มากขึ้น เพื่อให้คนรู้สึกว่า ของไทยเองก็สามารถสร้างสรรค์และยั่งยืนได้”

หนึ่งในโปรดักต์ชิ้นใหม่ของ Qualy ที่สะท้อนวิธีคิดนี้ได้อย่างชัดเจน คือ “มาลัย” ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นของตกแต่ง แต่ถูกออกแบบให้กลับมาใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

“ไอเดียของมาลัยนี้มาจากความอยากนำเสนอความเป็นไทยให้เข้ากับชีวิตประจำวันมากขึ้น เราเห็นว่ามาลัยเดิมใช้สำหรับคล้องแขน คล้องสิ่งต่าง ๆ เราเลยเชื่อมโยงกับสายคล้องโทรศัพท์ อยากเอาความเป็นไทยใส่เข้าไป แล้วทำให้คนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับของเราได้ด้วย”

“ก่อนหน้านี้เราก็ทำผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นไทยมาก่อน ทั้งพระ ใบตอง หรือปิ่นโต มาลัยก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราอยากหยิบมาตีความใหม่ และจริง ๆ แล้วมาลัยสามารถใช้ซ้ำได้ เราไม่จำเป็นต้องซื้อดอกไม้ใหม่ทุกครั้ง

“เรามองว่ามาลัยในปัจจุบันไม่ควรเป็นแค่สิ่งที่เอาไว้ไหว้พระหรือเป็นของที่ใช้แล้วจบเหมือนมาลัยดอกไม้สดที่มีอายุเพียง 2–3 วัน แต่เราอยากเก็บฟังก์ชันและความหมายแบบเดิมเอาไว้ แล้วทำให้มันเข้ากับการใช้งานมากขึ้นสำหรับคนยุคปัจจุบัน ร้อยไม่ยาก ใช้ซ้ำได้ และอยู่กับเราไปได้นาน ๆ สุดท้ายมันก็คือการตอบโจทย์เรื่องวัฒนะธรรม เราอยากให้วัฒนธรรมยังอยู่ต่อไปได้ และสามารถวิวัฒนาการให้เข้ากับชีวิตของคนในปัจจุบันได้”

และท้ายที่สุด สิ่งที่ทำให้คุณใจ๋ภูมิใจอาจไม่ใช่เพียงรางวัลที่ได้รับ แต่คือการได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากความตั้งใจของตัวเองถูกนำไปใช้จริง และสร้างความหมายบางอย่างให้กับชีวิตของผู้คน เพราะสำหรับ Qualy คุณค่าของการออกแบบไม่ได้จบลงเมื่อผลิตภัณฑ์เสร็จสมบูรณ์ แต่เริ่มต้นขึ้นเมื่อสิ่งที่เราสร้างได้เดินทางออกไปและมีความหมายในชีวิตของใครบางคน

“ตอนนี้เราทำเองหมดเลย ตั้งแต่ดีไซน์ ผลิต ไปจนถึงขาย เพราะการที่เราทำเองทุกขั้นตอน ทำให้เรามองภาพได้ลึกขึ้น และเห็นการทำงานเป็นวงจรมากขึ้นว่า พอเสร็จจากขั้นตอนหนึ่งแล้ว มันจะไปต่อที่ไหน”

“ตอนที่เราผลิตอย่างเดียว เรามองไม่เห็นหรอกครับว่าตอนที่เป็นชิ้นงาน มันจะออกมาเป็นยังไง ตอนออกแบบเป็นยังไง เพราะลูกค้าออกแบบมาแล้วส่งให้เราผลิต เราอาจทำแค่ชิ้นส่วนหนึ่งเพื่อไปประกอบกับอีก 40–50 ชิ้นส่วนของคนอื่น พอไปรวมกับของคนอื่นแล้ว มันจะกลายเป็นอะไร แต่ตอนนี้เวลาเราเห็นคนใช้แบรนด์ของเรา มันรู้สึกภูมิใจกว่า เพราะเรารู้สึกว่ามันเป็นงานของเรา บางอย่างคนอาจมองว่าเป็นของใช้เล่น ๆ สนุก ๆ แต่สุดท้ายมันกลับไปเปลี่ยนชีวิตของบางคนได้

“มีคนส่งฟีดแบ็กมาให้เราดูว่า เขาเอาผลิตภัณฑ์ของเราไปให้ลูกใช้ เพราะลูกเป็นคนสมาธิสั้น พอได้ใช้แล้วเขารู้สึกว่าลูกแพนิกน้อยลง หรือบางคนก็เอานกหวีดของเราไปให้ลูกใช้ เพราะอยากให้ลูกปลอดภัย มันทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราสร้างสามารถส่งต่ออะไรบางอย่างให้คนอื่นได้”

“เมื่อก่อนเราอาจเห็นของของเราอยู่ในหม้อหุงข้าว หรือเป็นชิ้นส่วนที่คนเอาไปจับไปใช้ แต่วันนี้เราได้เห็นผลิตภัณฑ์ของเราที่มีคนใช้จริง ๆ และเขารู้ว่านี่คือแบรนด์ของเรา มันเป็นความรู้สึกที่ภูมิใจมาก”

“แน่นอนว่าการที่เราได้รางวัลจากการประกวด เราก็ภูมิใจ แต่ความภูมิใจเหล่านั้นอาจไม่เท่ากับฟีดแบ็กจากผู้ใช้ เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมันมีคุณค่าจริง ๆ”

พวงมาลัยที่ใครก็ร้อยได้

ช่วงเทศกาลวันแม่ “มนุษย์ต่างวัย” ได้ลองมาร้อยมาลัยที่ Workshop ของ Qualy ซึ่งเปิดให้คนทั่วไปเข้ามาออกแบบและลงมือทำพวงมาลัยในแบบของตัวเอง

หากพูดถึง “การร้อยมาลัย” หลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นงานฝีมือที่ทำได้ยาก ต้องอาศัยทั้งความชำนาญและความประณีต แต่ Workshop นี้กำลังชวนให้การร้อยมาลัยกลายเป็นกิจกรรมที่ใคร ๆ ก็สามารถลองทำได้ แม้จะไม่เคยมีพื้นฐานด้านงานฝีมือมาก่อน

ภายใน Workshop นำดอกไม้ที่เราคุ้นเคยจากการร้อยมาลัย เช่น ดอกรัก ดอกพุด และดอกกุหลาบ มาจำลองขึ้นใหม่ด้วยพลาสติกรีไซเคิล ก่อนนำมาออกแบบให้กลายเป็นพวงมาลัยที่ใช้งานได้จริง โดยมีเชือกถักที่มีลักษณะคล้ายเส้นด้ายเป็นตัวเชื่อมแต่ละชิ้นเข้าด้วยกัน

ความสนุกอยู่ที่เราไม่ได้ต้องทำตามแบบเดียวกันทั้งหมด แต่สามารถออกแบบพวงมาลัยของตัวเองได้ตั้งแต่ต้น เลือกชนิดและสีของดอกไม้ จัดเรียงในรูปแบบที่ชอบ หรือถ้าร้อยไปแล้วรู้สึกว่ายังไม่ใช่ ก็สามารถแกะออกแล้วลองจัดใหม่ได้ จนกว่าจะได้พวงมาลัยที่ตรงกับความชอบของตัวเอง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำในทุกขั้นตอน

เมื่อร้อยเสร็จแล้ว ยังมีอีกหนึ่งขั้นตอนให้เลือกกลิ่นที่ชอบเติมลงไป ก่อนจะได้พวงมาลัยหนึ่งพวงที่ไม่ได้เป็นเพียงของที่ซื้อสำเร็จรูป แต่เป็นชิ้นงานที่เกิดจากการเลือกและลงมือทำด้วยตัวเอง ตั้งแต่ดอกแรกจนถึงชิ้นสุดท้าย

หากใครสนใจสามารถเข้าไปร่วมทำกิจกรรมได้ที่ 📍 QUALY Design Space
131 ซอยเจริญราษฎร์ 7 แยก 7 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ 10120
🗓️ เปิดทุกวันอังคาร–ศุกร์
⏰ 13.00–17.00 น.

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Workshop ที่  https://www.facebook.com/share/p/19K3CoEdte/

ป้ายกำกับ:, , ,

Credits

ผู้เขียน

  • Authorพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสังคมสูงวัยในมุมที่สนุก สร้างสรรค์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทุกวัย

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ