จะดีกว่าไหมหากผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการจากภาครัฐได้ด้วยแหล่งข้อมูลเดียว ?
เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ประกาศความร่วมมือบูรณาการส่งเสริม SMEs ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ประกอบการ ภายใต้ระบบงานหนึ่งรหัส หนึ่งผู้ประกอบการ (SME ONE ID) ร่วมกับ 9 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, สำนักงานสถิติแห่งชาติ, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, กรมวิทยาศาสตร์บริการ, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย, องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) ,สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SME ไทยได้เข้าถึงบริการภาครัฐได้ง่ายขึ้น และเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
โดยคุณธนัฏฐ์ภร บุญธรธนาทรัพย์ ผู้อำนวยฝ่ายการสนับสนุนองค์ความรู้และระบบให้บริการ SME สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กล่าวว่า
“SME ONE ID มีเป้าหมายเชื่อมโยงข้อมูลผู้ประกอบการให้เป็นฐานข้อมูลกลางที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ SME ใช้รหัสเดียวเข้าถึงบริการภาครัฐได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมช่วยลดการยื่นเอกสารซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ
“ปัจจุบัน สสว. เปิดให้ลงทะเบียนผ่านหลายช่องทาง เช่น แอปฯ ทางรัฐ และ SME Connext โดยมีข้อมูลผู้ประกอบการกว่า 1.1 ล้านราย ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล วิสาหกิจชุมชน และผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจ รวมถึงมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานรัฐ สถาบันการเงิน และรัฐวิสาหกิจอย่างต่อเนื่อง”
ความร่วมมือในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน แต่เป็นอีกก้าวสำคัญในการทำให้บริการภาครัฐเข้าใกล้ผู้ประกอบการมากขึ้น ผ่านระบบ SME ONE ID เมื่อข้อมูล บริการ สิทธิประโยชน์ และองค์ความรู้จากหลายหน่วยงานเชื่อมถึงกัน ผู้ประกอบการก็จะมีโอกาสค้นหาบริการที่เหมาะกับธุรกิจของตนได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะ การยกระดับมาตรฐาน การเข้าถึงแหล่งทุน หรือการต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ
เพราะบริการที่ดี ไม่ได้วัดจากจำนวนโครงการที่มีอยู่เท่านั้น แต่ต้องเป็นบริการที่ผู้ประกอบการเข้าถึง เข้าใจ และนำไปใช้ได้จริง เพื่อให้ SME ไทยมีเวลาและพลังไปโฟกัสกับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างเต็มที่

“สสว. ต้องการเชื่อมบริการภาครัฐสำหรับผู้ประกอบการ SME ให้ใช้งานง่ายและต่อเนื่องมากขึ้น ขณะนี้เราเชื่อมโยงข้อมูลกับ 26 หน่วยงาน ช่วยลดการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน โดยผู้ประกอบการสามารถใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เพื่อเข้าถึงบริการที่เกี่ยวข้องได้สะดวกขึ้น
“นอกจาก SME ONE ID แล้ว เรายังมีแอปพลิเคชัน SME Connext ที่รวบรวมโครงการ มาตรการ และสิทธิประโยชน์สำหรับ SME ไว้ในที่เดียว เพียงดาวน์โหลดแอปฯ ผู้ประกอบการก็สามารถติดตามข่าวสารและเลือกใช้บริการของ สสว. ได้อย่างครบถ้วน
“ในแอปฯ มีทั้ง SME Coach สำหรับรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ, SME Academy 365 สำหรับเรียนรู้และพัฒนาทักษะธุรกิจ และ BDS หรือบริการสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจ ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายผ่านคูปองสนับสนุนสูงสุด 50–80% และบางบริการสูงสุดถึง 90% ครอบคลุมกว่า 500 รายการ เช่น ค่าออกบูธ การยกระดับมาตรฐานสินค้า และการตรวจวิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์
“ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าถึงงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ยังสามารถใช้บริการ Thai SME-GP ซึ่ง สสว. ร่วมดำเนินการกับกรมบัญชีกลาง เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับงานภาครัฐ โดย SME Connext จะได้รับแต้มต่อด้านราคา และสินค้า Made in Thailand จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมีมูลค่าราว 1.3–1.5 ล้านล้านบาทต่อปี จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับ SME ไทย
“เราเชื่อว่าการสนับสนุน SME ที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่มีบริการที่หลากหลาย แต่ต้องทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงบริการเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่ SME Connect จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าถึงข้อมูล บริการ และโอกาสจากภาครัฐและ สสว. เพื่อเชื่อมทุกโอกาสให้ SME ไทยก้าวต่อไป เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน”

“สำนักงานสถิติแห่งชาติมีภารกิจหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การผลิตข้อมูล การบริหารจัดการระบบสถิติ และการให้บริการรวมถึงการพัฒนาบุคลากร เรามุ่งพัฒนาข้อมูลของประเทศให้มีมาตรฐาน เชื่อมโยง แลกเปลี่ยน และแบ่งปันระหว่างกันได้อย่างต่อเนื่อง โดยยกระดับระบบสถิติแห่งชาติให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถบูรณาการข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ที่ผ่านมา สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ขับเคลื่อนการบูรณาการข้อมูล เราได้ดำเนินโครงการพัฒนาฐานข้อมูลสถานประกอบการของประเทศ หรือ Common Frame ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
“ในปี 2569 เรายังได้ขยายความร่วมมือเพิ่มอีก 3 หน่วยงาน ได้แก่ สสว. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรมการปกครอง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสถานประกอบการให้ผู้ประกอบการและประชาชนเข้าถึง และใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ง่ายขึ้น ในระยะต่อไป
“การเชื่อมโยงข้อมูลจะดำเนินการผ่านกระบวนการ Common Frame โดยแต่ละหน่วยงานยังคงเป็นเจ้าของข้อมูลและมีบทบาทตรวจสอบ ปรับปรุง และยืนยันความถูกต้องของข้อมูลของตนเอง ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บข้อมูล และทำให้ข้อมูลมีความเป็นปัจจุบันมากขึ้น
“ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนพัฒนาประเทศ การดำเนินงานของภาครัฐ และการตัดสินใจของภาคธุรกิจเอกชนด้วย จึงขอขอบคุณ สสว. ที่ผลักดัน SME ONE ID ซึ่งเป็นอีกจุดเชื่อมสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่การใช้ข้อมูลร่วมกันบนฐานข้อมูลเดียว และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“ปัจจุบันนโยบายด้านอุตสาหกรรม 4.0 และการใช้ข้อมูลเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หน่วยงานของเรามีบทบาทหลักด้านการประเมิน การรับรอง และการทดสอบ ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือข้อมูลขององค์กร ล้วนมีความสำคัญต่อผู้ประกอบการ SME
“ข้อมูลเหล่านี้คือรากฐานสำคัญในการวิเคราะห์และบริหารจัดการธุรกิจ ผู้ประกอบการสามารถนำตัวเลขและผลการทดสอบไปใช้ประกอบการตัดสินใจ เพื่อลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย และต่อยอดสร้างคุณค่าให้กับสินค้าและบริการได้ ซึ่งจะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันของ SME และภาคธุรกิจไทยโดยรวม
“ในปีนี้ ต้องขอขอบคุณ สสว. ที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการผ่านโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับ SME ที่ต้องใช้บริการทดสอบ อบรม หรือตรวจสอบ ซึ่งเป็นอีกกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถยกระดับมาตรฐานและสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง”

“สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นองค์การมหาชนเพียงแห่งเดียวในสังกัดกระทรวงแรงงาน มีภารกิจหลักในการส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลมอบหมายต่อจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
“ต้องยอมรับว่า SME จำนวนไม่น้อยมีข้อจำกัดด้านเงินทุน จึงอาจมองการลงทุนด้านความปลอดภัยเป็นต้นทุน แต่หลังจากนี้ เราต้องการทำให้ผู้ประกอบการเห็นว่าความปลอดภัยไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็นสิ่งที่นำไปสู่ความปลอดภัยของทุกชีวิต และสร้างประโยชน์ให้ธุรกิจได้ด้วย
“จากสถิติการประสบอันตรายของกองทุนเงินทดแทน ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักงานประกันสังคม พบว่าอุบัติเหตุกว่าร้อยละ 50 เกิดขึ้นใน SME และกว่าร้อยละ 90 กรณีที่รุนแรงถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการยังต้องการความรู้และการเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยมากขึ้น
“สสพท. ไม่ได้เข้าไปส่งเสริมเรื่องความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว แต่พร้อมช่วย SME ยกระดับต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการนำสินค้าออกสู่ตลาด เรามีหลักสูตรอบรม ชุดความรู้ และมาตรฐานต่าง ๆ ให้ผู้ประกอบการนำไปใช้ได้”

“สวทช. มีบริการสนับสนุนภาคเอกชน โดยเฉพาะ SME อย่างครบวงจร ตั้งแต่สิทธิประโยชน์ทางภาษี การพัฒนาบุคลากร โครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การรับจ้างวิจัย และการร่วมวิจัย ด้านการพัฒนาบุคลากร เรามีโครงการ Career for the Future ซึ่งจัดอบรมเพื่อ Upskill และ Reskill ในเทคโนโลยีขั้นสูง มีผู้เข้าร่วมอบรมประมาณ 9,000–10,000 คนต่อปี
“ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เรามีอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็น Innovation Ecosystem สำหรับผู้ประกอบการ มีอุทยานอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือ Software Park บนถนนแจ้งวัฒนะ สำหรับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัล รวมถึง Food Innopolis และโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศที่มีศูนย์วิเคราะห์และทดสอบต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับ Central Lab ด้วย
“ในด้านทรัพย์สินทางปัญญา สวทช. มีบริการบริหารจัดการ IP และอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ผลงานวิจัย โดยมีผู้ประกอบการนำผลงาน IP ของ สวทช. ไปใช้ไม่น้อยกว่า 350 รายการต่อปี นอกจากนี้ เรายังมีงานรับจ้างวิจัยมากกว่า 400 โครงการต่อปี และงานร่วมวิจัยมากกว่า 130 โครงการต่อปี
“สำหรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี มีตัวอย่าง 3 กลไกสำคัญ กลไกแรก สำหรับบริษัทที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และบัตรส่งเสริมครบกำหนดแล้ว สามารถนำรายได้ 1–5% ต่อปีมาบริจาคเข้ากองทุนของ สวทช. และนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ 200% กลไกที่สอง สำหรับบริษัทที่ไม่ได้รับบัตรส่งเสริม แต่ดำเนินงานวิจัยและพัฒนา หรือ R&D สามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักลดหย่อนภาษีได้ 200% เช่นกัน โดยต้องได้รับการรับรองโครงการ R&D จาก สวทช. ก่อน และกลไกสุดท้าย คือการยกเว้นภาษี Capital Gains สำหรับ Startup ที่ได้รับการรับรอง ภายใต้เงื่อนไขของอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีเป้าหมายที่กำหนด
“สำหรับผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นและยังไม่มีสถานที่หรืออาคารของตนเอง แต่ต้องการทำงานใกล้ชิดกับนักวิจัยและศูนย์วิเคราะห์ทดสอบ สามารถเข้ามาใช้พื้นที่ของเราได้ ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างบริการและกิจกรรมที่ สวทช. พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ SME เพื่อช่วยต่อยอดงานวิจัย ยกระดับเทคโนโลยี และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน”

“เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมเศรษฐกิจอนาคตของประเทศไทย ปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานราว 1 ล้านคน และมีผู้ประกอบการนิติบุคคลประมาณ 90,000 ราย โดยราว 95% เป็น SME ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ CEA สามารถเชื่อมโยงการทำงานกับ สสว. ได้
“CEA มีโครงการที่ให้บริการแก่ผู้ประกอบการ SME หลายโครงการ เช่น Thailand Content Market และ Thailand Content Lab ที่สนับสนุนโปรดิวเซอร์และผู้กำกับในการพัฒนา IP ใหม่ ๆ โดยผลงานจากโครงการเริ่มออกสู่ตลาดแล้ว รวมถึงซีรีส์เรื่อง ‘ทนายปีศาจ’ และในปีนี้จะมีผลงานออกอากาศอีก 2 เรื่องทาง MonoMax และ one31
“เรายังมีโครงการ Thailand Creative House ที่สนับสนุนผู้ประกอบการให้ขยายตลาดและสร้างโอกาสทางธุรกิจในต่างประเทศ โดยทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและสถานทูตไทยในต่างประเทศ
“ในปีนี้ CEA เริ่มปรับระบบเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับ สสว. ใน 2 เรื่องสำคัญ เรื่องแรกคือการปรับระบบการลงทะเบียนเข้าสู่ SME ONE ID และเรื่องที่สองคือการเชื่อมโยงข้อมูล บริการ และองค์ความรู้ เช่น หลักสูตรออนไลน์ต่าง ๆ เข้ากับ สสว. เพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และกลุ่มอื่น ๆ สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากบริการและองค์ความรู้ของ CEA ได้ นี่เป็นโอกาสที่ดีที่ CEA จะได้ทำงานร่วมกับ สสว. และหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการสร้างสรรค์ไทยให้เติบโตต่อไป”

“กรมวิทยาศาสตร์บริการเป็นหนึ่งในหน่วยงานภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาระบบนิเวศด้านโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ หรือ National Quality Infrastructure คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์ ผ่านกระบวนการตรวจสอบและพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการ เรามุ่งพัฒนาห้องปฏิบัติการให้มีความสามารถและศักยภาพ เพื่อให้ผลการทดสอบผลิตภัณฑ์เป็นไปตามข้อกำหนด มาตรฐาน และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยให้สินค้าสามารถขึ้นทะเบียนและแข่งขันได้ทั้งในตลาดไทยและตลาดต่างประเทศ
“กรมวิทยาศาสตร์บริการมีแนวทางช่วยเหลือ SME อยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ SME ที่มีห้องปฏิบัติการของตนเอง หรือดำเนินธุรกิจห้องปฏิบัติการ เพื่อทำ QC หรือตรวจสอบคุณสมบัติบางประการให้ผู้ประกอบการรายอื่น เราจะช่วยพัฒนาและส่งเสริมหน่วยตรวจสอบและรับรองให้สามารถนำระบบคุณภาพและมาตรฐานไปใช้ได้อย่างถูกต้อง
“ส่วนที่สองคือ SME ที่มีไอเดียใหม่หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ และต้องการนำสินค้าเข้าสู่ตลาด แต่ยังจำเป็นต้องมีมาตรฐานรองรับ ในส่วนนี้ เราจะทำงานแบบ Co-creation โดยนำองค์ความรู้ด้านมาตรฐาน การรับรองระบบงาน และมาตรวิทยา มาร่วมออกแบบให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ เพื่อพัฒนาไปสู่มาตรฐานที่ใช้งานได้จริง
“เราทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย ห้องปฏิบัติการ และผู้ให้บริการเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยให้ SME พัฒนาสินค้าให้ตรงตามมาตรฐานที่จำเป็น ตั้งแต่การออกแบบและทดสอบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเข้าสู่ระบบคุณภาพ ซึ่งจะช่วยให้สินค้านำออกสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น และต่อยอดเป็นสินค้านวัตกรรมในเชิงพาณิชย์ได้”

“ภารกิจหลักของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยคือการวิจัย พัฒนา และบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสู่ภาคอุตสาหกรรม วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง นอกจากนี้ เรายังให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ และรับรองระบบคุณภาพตามมาตรฐานต่าง ๆ เพื่อรองรับการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม
“เราพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านบริการและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ปัจจุบันเราให้บริการภาคอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร ทั้งการวิเคราะห์และทดสอบ การตรวจสอบผลิตภัณฑ์ การสอบเทียบเครื่องมือและอุปกรณ์ ตลอดจนการทดสอบความชำนาญของห้องปฏิบัติการ
“เทคโนโลยีและนวัตกรรมของเราครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม ธุรกิจเกษตร เครื่องจักรกลการเกษตร บรรจุภัณฑ์ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พลังงาน การขนส่งทางราง อุตสาหกรรมยา เครื่องจักรกล วัสดุ และไบโอพลาสติก รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เรากำลังขับเคลื่อนและจะเปิดให้ผู้ประกอบการใช้บริการต่อไป
“ในด้านกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการ เราทำงานร่วมกับหน่วยงานเครือข่าย เช่น สวทช. และ สสว. ผู้ประกอบการที่มาใช้บริการของเราในด้านการลงทุนวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม สามารถใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีได้ 200% ตามเงื่อนไขที่กำหนด”






