“ในผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบางหรือมีโรคประจำตัว เมื่อติดไข้หวัดใหญ่ อาการอาจหนักกว่าคนทั่วไป และเกิดภาวะแทรกซ้อนได้บ่อยกว่า ทั้งทางระบบหายใจ รวมถึงระบบหัวใจและหลอดเลือด
“แม้ไข้จะลดและดูเหมือนหายดีแล้ว แต่ในช่วงหนึ่งสัปดาห์แรกหลังติดเชื้อ ความเสี่ยงหัวใจขาดเลือดยังสูงกว่าคนที่ไม่เคยติดเชื้อ เพราะร่างกายเพิ่งผ่านภาวะอักเสบมา จึงไม่ควรชะล่าใจ”
บุพการีที่เคารพ คุยกับ นพ.ชัยศิริ วรรณลภากร อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจและหลอดเลือด ถึงอันตรายจากไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุ อาการที่ลูกหลานต้องเฝ้าระวัง เหตุผลที่ต้องฉีดวัคซีนทุกปี รวมถึงความแตกต่างระหว่างวัคซีนขนาดมาตรฐานกับ High-Dose เพื่อให้แต่ละครอบครัวเลือกแนวทางป้องกันที่เหมาะกับสุขภาพของพ่อแม่
ไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุ ไม่ได้แค่หายช้ากว่า แต่เสี่ยงป่วยหนักกว่า
“เมื่ออายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันอาจต่ำกว่าคนวัยหนุ่มสาว เมื่อติดไข้หวัดใหญ่จึงอาจหายยาก หายช้า อาการรุนแรง และเกิดภาวะแทรกซ้อนได้บ่อยกว่า
“ถ้าเราเป็นลูกที่กำลังดูแลพ่อแม่ อาจใช้เกณฑ์เดียวกับเวลาที่ตัวเองเป็นหวัดไม่ได้ ไม่ใช่คิดว่าให้กินยาแล้วรอประมาณ 5–7 วันก็น่าจะหาย เพราะผู้สูงอายุอาจมีผลกระทบต่อเนื่องตามมาได้”
ไข้หวัดใหญ่ไม่ได้กระทบแค่ปอด แต่อาจอันตรายถึงหัวใจ
“ไข้หวัดใหญ่อาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจ เช่น หลอดเลือดหัวใจตีบ หัวใจขาดเลือด หรือหัวใจล้มเหลว
“เชื้อไวรัสอาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบโดยตรง หรือเกิดผลกระทบทางอ้อมจากการอักเสบในร่างกาย เมื่อติดเชื้อลงปอด ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง กล้ามเนื้อหัวใจก็อาจขาดเลือดหรือขาดออกซิเจนตามมาได้
“โดยเฉพาะในช่วงหนึ่งสัปดาห์แรกหลังติดเชื้อ แม้ไข้จะลดหรือดูเหมือนหายแล้ว ความเสี่ยงหัวใจขาดเลือดยังสูงอยู่ โดยอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 5–10 เท่า เพราะการอักเสบอาจทำให้ผนังหลอดเลือดฉีกขาด เกิดลิ่มเลือดอุดตัน และนำไปสู่ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้”
สัญญาณแบบไหนที่ลูกหลานไม่ควรรอดูอาการ
“หากผู้สูงอายุมีอาการหายใจเร็ว หอบเหนื่อย ซึมลง แน่นหน้าอก หรือหายใจไม่สะดวก ควรพาไปพบแพทย์ ถ้ายังเดิน ทำกิจกรรม รับประทานอาหาร และพักผ่อนได้ตามปกติ อาจเฝ้าสังเกตอาการต่อได้ แต่ถ้าเริ่มทำกิจวัตรไม่ได้ กินอาหารไม่ได้ หรือเหนื่อยผิดปกติ ก็ไม่ควรรอดูอาการอยู่ที่บ้าน”
วัคซีนยังจำเป็น แม้ป้องกันการติดเชื้อไม่ได้ 100%
“การป้องกันทำได้หลายทาง ทั้งการสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในพื้นที่ชุมชน และการฉีดวัคซีนเพื่อลดความเสี่ยงป่วยรุนแรง โดยทั่วไปแนะนำให้ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง หากปีนี้ยังไม่ได้ฉีดก็สามารถฉีดได้ เพราะเราคาดเดาไม่ได้ว่าจะไปสัมผัสเชื้อเมื่อไร
“จุดประสงค์ของวัคซีนไม่ใช่ป้องกันการติดเชื้อได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้ฉีดแล้วก็ยังติดไข้หวัดใหญ่ได้ แต่สิ่งสำคัญคือช่วยลดโอกาสป่วยหนัก ติดเชื้อลงปอด ต้องนอนโรงพยาบาล ใส่เครื่องช่วยหายใจ เกิดภาวะแทรกซ้อน หรือเสียชีวิต
“วัคซีนขนาดมาตรฐานยังมีประสิทธิภาพและสามารถใช้ได้ แต่ผู้สูงอายุบางท่านอาจตอบสนองต่อวัคซีนได้น้อยลง วัคซีน High-Dose จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น
“หลังฉีดอาจมีไข้ ปวดบวมบริเวณที่ฉีด หรือรู้สึกไม่สบาย โดยทั่วไปมักดีขึ้นภายในหนึ่งถึงสองวัน จึงควรเผื่อเวลาพักผ่อน และปรึกษาคุณหมอประจำตัวว่าวัคซีนแบบใดเหมาะกับสุขภาพของท่าน”
ป้องกันไว้ ดีกว่าเสี่ยงป่วยหนัก
“ถ้าเป็นโรคที่เราสามารถป้องกันได้ การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา เพราะเราคาดเดาไม่ได้ว่าจะหายไหม และหายแล้วจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมหรือเปล่า
“โดยเฉพาะถ้าคุณพ่อคุณแม่ของเรายังแข็งแรงอยู่ และเราอยากให้ท่านแข็งแรงต่อไป การป้องกันก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดครับ”