เฮียม๋า อายุ 72 ปี : ช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์วัยเก๋า

read : WORK & BUSINESS

ถ้ารถมอเตอร์ไซค์คุณมีปัญหา “เฮียม๋า” ช่วยคุณได้

มนุษย์ต่างวัย : กว่าจะมาเป็นเซียนมอเตอร์ไซค์ได้ต้องมีอะไรบ้าง?

ชูชัย นำเจริญวุฒิ อายุ 72 ปี หรือ ที่คนรักไบค์เกอร์แบรนด์ฮอนด้าเรียกเขาว่า เฮียม๋า แห่งร้านนำเจริญวุฒิ “เฮียม๋า” ที่สั่งสมประสบการณ์การซ่อมรถมอเตอร์ไซค์มานานกว่า 60 ปี แค่ได้ยินเสียงรถที่ขับเข้ามา เขาก็รู้เลยว่าเป็นอะไร

ความเก๋าของ เฮียม๋า ไม่ได้มาฟรีๆ หรือมาเพราะโชคช่วย แต่มาจากอุปนิสัยที่ไม่หยุดเรียนรู้และเมื่อมีความรู้ ก็ไม่หวงวิชา แต่เลือกที่จะแบ่งปันโดยไม่กลัวว่าใครจะลุกขึ้นมาเป็นคู่แข่ง


มนุษย์ต่างวัย : จุดกำเนิดช่างมอเตอร์ไซค์สุดเก๋า มาจากอะไร?

เฮียม๋า : "แรกเริ่มที่บ้านผมเป็นร้านซ่อมเครื่องยนต์มาก่อน เกิดมาก็เห็นเครื่องยนต์ เรียกได้ว่าเป็นช่างมาตั้งแต่เกิด พอผมอายุ 9 ขวบพ่อแม่ให้ย้ายจากโรงเรียนจีน มาเรียนโรงเรียนไทย แล้วมันเรียนไม่รู้เรื่อง ก็เลยออก ออกจากโรงเรียนตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 ออกมาก็ต้องมาฝึกงานกับที่บ้าน ฝึกไปเรื่อยเปื่อย แต่ได้ทำทุกอย่าง ตั้งแต่ถอดนู่น ถอดนี่ เก็บเครื่องไม้เครื่องมือ หัดเชื่อมโลหะ ทำสีโป๊สี ที่ชอบเลยคือได้กลึงโลหะ ซ่อมเครื่องยนต์แล้วมาแต่งมอเตอร์ไซค์ จนวิทยายุทธแกร่งกล้า ก็ออกมาเปิดอู่ซ่อมเครื่องยนต์ และแต่งมอเตอร์ไซค์ที่ตัวเองชอบ ตั้งแต่ปี 2506 จน มีเงินเก็บอยู่ก้อนเลยสร้างอาคารพาณิชย์แล้วก็เอามอเตอร์ไซค์มาขาย ขายและซ่อมมาเกือบ 60 ปีแล้ว"


มนุษย์ต่างวัย : ทำไมถึงสนใจซ่อมมอเตอร์ไซค์ ?

เฮียม๋า : "มันเริ่มมาจากผมชอบขี่มอเตอร์ไซค์ เพราะมันพาเราไปเที่ยวไกลๆ ได้ และอีกอย่างพอได้ขี่มอเตอร์ไซค์แล้วรู้สึกเป็นอิสระ ทุกวันนี้ทั้งบ้านมีมอเตอร์ไซค์ของตัวเองสิบกว่าคัน สมัยหนุ่มๆ ก็มีแข่งประลองยุทธกับกลุ่มอื่นๆ แข่งจากบางนา กิโลสองไปถึงบางแสน ทีเดียวให้รู้เรื่องไปเลย ตกลงกันว่าใครเห็นทะเลคนสุดท้าย คนนั้นเลี้ยงข้าว ไม่มีแบบสมัยนี้จะต้องมาปิดถนนแว๊นแข่งกัน จนเดือดร้อนชาวบ้าน ขี่มอเตอร์ไซค์ไปด้วยซ่อมเครื่องไปด้วย จนในช่วงพ.ศ. 2531 เอารถฮอนด้ามาทำ แล้วตัวเองก็ลงแข่งแต่ไม่เคยชนะ เพราะด้วยความที่เราเป็นช่างทำเครื่องเองแข่งเอง ในตัวคนเดียวแล้วมันไม่จบ เราจะลังเล เราจะขี่โค้งนี้ยังไงในขณะเดียวกันรถมีปัญหาก็ต้องแก้ด้วย เลยแบ่งโซนเลยแล้วกันมาเป็นช่างแล้วให้เพื่อนเป็นคนขี่ก็ได้แชมป์ประเทศไทย"

เฮียม๋า : "ผมไม่ใช่เซียนนะแต่ผมมีความเก๋าอยู่พอตัว และมีคุณสมบัติที่ช่างทุกคนต้องมีคือ อยากรู้ อยากที่จะเรียนรู้เครื่องยนต์อยู่ตลอด อย่างที่สองคืออยากสัมผัส ที่ผมเลือกซ่อมแค่ยี่ห้อเดียวเพราะผมจะต้องรู้ให้ลึก รู้ให้จริงและจบปัญหามันให้ได้ ช่วงแรกเรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่ช่วงที่ทำทีมแข่งผมโชคดีตรงที่ฮอนด้าส่งคนมาสอนการใช้เครื่องเทส Dyno (เครื่องมือที่ใช้ทดสอบหากำลังงาน แรงบิดของรถยนต์) การจูนเครื่อง ผมก็เรียนรู้จากตรงนั้นให้มากที่สุด ยิ่งเรียนรู้มาก ยิ่งทำให้เก๋ามากขึ้น เมื่อก่อนผมแค่ได้ยินเสียงรถฮอนด้าขับผ่านผมยังรู้แล้วว่าเป็นรถอะไร ทุกวันนี้พอเป็นช่างลูกค้าขี่รถเข้ามา ผมได้ยินเสียง ก็รู้แล้วว่าอะไรเสีย ผมรู้หมด อย่างเช่น ถ้าข้อเหวี่ยงมีปัญหามันเสียงจะดังกริ๊งเวลาเดินคันเร่ง เสียงวาล์ว เสียงกระเดื่อง มันจะดังเวลาเดินเครื่องเบา สมัยก่อนผมกับผู้ช่วยสองคนเคยเปลี่ยนหัวฉีดวันละ 25 คัน เพราะพอเราชำนาญเราก็มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ

"ถ้าเป็นรถฮอนด้าผมแต่งได้หมดแต่ผมจะแต่งตามความจำเป็น ใช้งานได้จริงคุ้มค่าด้วย จะทำให้เร็วผมไม่ทำนะ มันไม่ปลอดภัยสำหรับคุณผมจะทำไปทำไม ผมทำเอาประหยัดน้ำมัน เน้นความคงทน แล้วถ้ารถมันเร็วขึ้นนั่นคือกำไรของคุณ ผมจะไม่เปลี่ยนแคม ไม่เปลี่ยนวาล์ว ไม่ลูกชัก ไม่ลูกโต ของเดิมที่เขาออกแบบมาก็ดีอยู่แล้ว 

มนุษย์ต่างวัย : ทำงานมา 60 ปี มีหลักการทำงานอย่างไร?

เฮียม๋า : "หลักการทำงานของผมมีแค่อย่างเดียวคือ อย่าโกงลูกค้า ทุกวันนี้ใครมีปัญหาก็มาปรึกษาผมได้ฟรีนะ ช่างซ่อมแถวๆ นี้ก็เข้ามาปรึกษาผมก็แนะนำให้ความรู้เขา ไม่ใช่ว่าเรามองเขาว่าเป็นคู่แข่งนะ ผมสอนหมด ทุกคนที่เข้ามาเป็นเพื่อนผมหมด ลูกค้าหรือช่างซ่อมหลายคนโทรมาจากต่างหวัด ผมก็แนะนำสิ่งที่ดีที่สุดให้คุ้มค่ากับเขามากที่สุด"

มนุษย์ต่างวัย : ทำงานมานาน ไม่เบื่อหรือคิดจะเลิกบ้างเหรอ ?

เฮียม๋า : "ลูกๆ ก็เรียนจบมีงานมีการทำไปหมดแล้ว เขารู้อยู่แล้วว่าเขาห้ามเราไม่ได้ ก็คนมันเป็นช่างมาทั้งชีวิต ร่างกายสัมผัสน้ำมันเครื่องทุกวันจนผิวหนังแพ้ พวกเขาก็ห้ามแต่ห้ามผมไม่ได้ เพราะอย่างที่หนึ่งคือไม่อยากอยู่เฉยๆ อย่างที่สองคือพอได้ทำงานได้คุยกับคนอื่นตลอดเวลา มันสนุก อย่างที่สามเจอปัญหามันก็ได้คิด ต้องแก้ให้ได้ มันเป็นการท้าทาย พอทำงานเราได้คิด ได้ออกแรง ได้ขยับตัว

"ถ้าไม่ทำอะไรเลยสมองมันจะฝ่อ สมองมันจะกลวง ชีวิตไม่มีเวลาว่าง ชิมช็อปใช้ เบี้ยผู้สูงอายุ ผมก็ไม่เอา ก็เพราะว่าผมมีปัญญาหาเงินได้ ผมจะไปเอาของเขาทำไม เรามองว่าเราทำงานได้ จนกว่าจะลุกไม่ไหว ตอนนี้เราช่วยตัวเองได้ เราก็ต้องพึ่งตัวเองได้ แล้วก็ให้คนอื่นพึ่งเราได้ด้วย" 

RELATED