‘The Right Mindset’ หนังสือเล่มใหม่ของ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ และคณะ ที่ชวนสร้าง Mindset ที่ใช่ ด้วยการกลับมารู้ใจตัวเอง

Mindset ที่ใช่ ไม่ได้เริ่มจากการบังคับใจให้ดี แต่เริ่มจากการรู้ว่าตอนนี้ ‘ใจ’ ตัวเองเป็นอย่างไร ดังนั้น หนังสือเล่มแรกที่คนเราต้องอ่านก็คือใจของตัวเอง

มนุษย์ต่างวัยมีโอกาสไปร่วมงานเปิดตัวหนังสือ ‘The Right Mindset : กรอบ ความคิดที่ใช่’   และ Exclusive Fan Meeting กับ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ที่จัดขึ้นที่ Club Siam Glowfish  อาคาร Siam Patumwan House ชั้น 11 เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา จึงขอนำข้อคิดบางส่วนที่ได้จากงานครั้งนี้มาฝากเพื่อน ๆ ชาวมนุษย์ต่างวัย ที่อาจกำลังมองหาแนวทางในการสร้าง Mindset ที่ใช่ในแบบของตัวเอง

Mindset คือ ‘กระดุมเม็ดแรก’ ของชีวิต

Mindset ไม่ใช่แค่ความคิดหนึ่งความคิด แต่คือชุดความคิดที่ร้อยเรียงต่อกันมาเป็นระบบ ถ้าเราเริ่มต้นด้วยความเห็นที่ถูกต้อง หรือ ‘สัมมาทิฐิ’ (ความเห็นชอบ จากหลักมรรค 8) ความคิด การตัดสินใจ และการกระทำหลังจากนั้นก็มักจะไหลไปในทางที่ดี แต่ถ้าเราติด ‘กระดุมเม็ดแรก’ ติดผิด เม็ดต่อ ๆ ไปก็จะผิดตามไปด้วย และสุดท้ายผลลัพธ์ที่ออกมาจากการตัดสินใจหรือการกระทำนั้น ๆ ก็จะผิดเพี้ยนไปทั้งหมด

เหตุผลที่ Mindset เปลี่ยนยาก ก็เพราะมันถูก ‘เซ็ต’ ไว้แล้ว เหมือนเรซินที่แข็งตัวไปแล้ว การจะเปลี่ยนจึงไม่ใช่แค่คิดใหม่เล็ก ๆ แต่เหมือนต้องหลอมใหม่ทั้งก้อน ซึ่งต้องใช้ทั้งการสะสมประสบการณ์ที่ดี การทำความดี และความกล้าที่จะ “ไม่เชื่อตัวเอง” ในบางครั้ง กล้าที่จะออกจากกรอบความคิดเดิมที่เราคุ้นเคย

ความแตกต่างระหว่าง ‘คนทำดี’ กับ ‘คนใจดี’

หลายครั้งเราอาจสอนกันให้เป็นคนทำดี แต่ในมุมมองทางพุทธศาสนา สิ่งสำคัญกว่านั้นคือการเป็น คนใจดี เพราะการทำดีเป็นเรื่องของการกระทำภายนอก แต่ใจดีเป็นเรื่องของสภาพใจภายใน

คนทำดีอาจทำเพราะอยากได้ผลตอบแทน อยากให้คนชม หรือมีความโลภบางอย่างแฝงอยู่

แต่คนใจดี คือคนที่ใจเป็นกุศลจริง ๆ ใจผ่องใส และค่อย ๆ ละอกุศลในตัวเองได้

สิ่งหนึ่งที่ขวางความเจริญของคนจำนวนมากคือ ‘ความกลัว’ ไม่ว่าจะกลัวโดนตำหนิ กลัวคนไม่ยอมรับ กลัวล้มเหลว ฯลฯ ความกลัวเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ทำให้คนเราติดอยู่ใน Comfort Zone เหมือนอยู่ในไข่แดง ไม่กล้าออกไปเติบโต และทำให้เกิดความรู้สึก ‘ขาดแคลน’ อยู่ตลอด เมื่อชุดความคิดยังอยู่ในกรอบเดิม ๆ ต่อให้วันนี้คนคนนั้นจะมีเงิน 10 ล้าน ชีวิตเขาก็อาจติดอยู่แค่นั้น และไปไม่ถึง 100 ล้านหรือ 1,000 ล้าน เพราะ Mindset ยังอยู่ที่เดิม

เทคนิคบริหารใจและอารมณ์

วิธีหนึ่งคือการสังเกตใจตัวเองเหมือน สัญญาณไฟจราจร

ไฟเขียว คือใจเป็นกุศล ใจสบาย ใจผ่องใส ฯลฯ

ไฟแดง คือใจเป็นอกุศล โกรธ กลัว อยากเอาชนะ อยากเอาคืน ฯลฯ

กฎง่าย ๆ คือ ถ้าตอนนั้นใจเป็นไฟแดง ห้ามตัดสินใจเรื่องสำคัญ เพราะการตัดสินใจตอนอารมณ์ไม่ปกติ ผลลัพธ์ที่ตามมามักจะทำให้เกิดปัญหาหรือความเสียหายในระยะยาว ส่วนอีกแนวคิดหนึ่งคือ การ ‘ตบทิ้ง’ เวลาเจอเรื่องแย่ ๆ คนแย่ ๆ หรือปัญหางี่เง่า ให้เรามองเหมือนโคลนกระเด็นใส่กระจกรถ หน้าที่ของเราไม่ใช่ลงไปวิเคราะห์ว่าโคลนมาจากไหน ใครทำ ทำไมถึงโดน

แต่คือเปิดที่ปัดน้ำฝนแล้ว ‘ตบทิ้ง’ ทันที เพื่อจะได้มองเห็นทางข้างหน้า และสามารถไปต่อได้ถึงจุดหมายปลายทาง

สิ่งสำคัญที่คนเราควรสะสมทุกวันอาจไม่ใช่แค่เงินในบัญชี แต่คือ ‘แต้มสติ’ เพราะการรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง คือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่จะติดตัวเราไปได้ตลอดชีวิต

การสร้าง ‘กัลยาณมิตร’ (กุ้ยเหริน)

หลายคนเก่งมาก แต่โตช้า เพราะคิดว่าต้องทำทุกอย่างคนเดียว ไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้ การยึดติดว่าต้องพึ่งตัวเองตลอด เข้าใจคำว่า ‘อัตตาหิ อัตตโน นาโถ’ หรือ ‘ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน’ แบบผิด ๆ อาจทำให้เราไม่เปิดใจรับความช่วยเหลือจากใครเลย ทั้งที่ในความเป็นจริงคนที่เติบโตเร็ว มักมี ‘กัลยาณมิตร’ หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า ‘กุ้ยเหริน’  คือคนดี ๆ ที่คอยช่วย คอยแนะนำ คอยชี้ทางสว่างให้ชีวิต แต่กฎง่าย ๆ ของเรื่องนี้คือ ถ้าอยากเจอกุ้ยเหริน เราต้องเริ่มจากการเป็นกุ้ยเหรินให้คนอื่นก่อน เป็นคนให้ก่อน สนับสนุนคนอื่นก่อน แล้ววันหนึ่งคนที่เก่งกว่า สูงกว่า เขาจะมองเห็น และเดินเข้ามาในชีวิตของเราเอง

Mindset สำคัญของ ‘พ่อแม่’ และ ‘ผู้นำ’ ยุคใหม่

ในโลกสมัยใหม่ คนที่เป็นพ่อแม่หรือผู้นำ อาจไม่ใช่คนที่รู้ทุกอย่าง หรือต้องเป็นคนสอนทุกเรื่อง แต่คือคนที่ทำหน้าที่เป็น Facilitator หรือ ผู้อำนวยความสะดวก ที่สร้างสภาพแวดล้อมให้ลูก ให้ทีม ให้คนรอบตัว ได้เรียนรู้ ได้ลองผิดลองถูก และคิดได้ด้วยตัวของเขาเอง

Mindset สำคัญ อีกอย่างที่ผู้นำควรมี คือ ‘ความพอเพียง’ ความพอเพียงไม่ใช่ความจน แต่คือความรู้สึกว่า ‘ใจของเราเต็ม’ เมื่อใจเต็ม เราจะไม่ทำธุรกิจเพื่อตัวเองอย่างเดียว แต่จะทำเพื่อคนอื่น เพื่อสังคม เพื่อคุณค่าบางอย่าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นรากฐานของความสำเร็จที่ยั่งยืนในระยะยาว

ในวันที่โลกเต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาล ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัญหา วิกฤตหรือสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่าง ๆ หลายคนอาจมีคำถามว่าแล้วเราจะสร้าง Mindset แบบไหนให้ชีวิตมีความสมดุล

ท้ายที่สุดแล้ว Mindset ที่ใช่ อาจไม่ใช่การคิดดี คิดบวกอยู่ตลอดเวลา หรือการพยายามเป็นคนเก่งและประสบความสำเร็จให้มากที่สุด แต่คือการรู้จักใจตัวเอง เข้าใจความกลัวของตัวเอง กล้าปรับความคิดเดิม ๆ สะสมกำลังสติ สะสมกำลังใจที่ดี และค่อย ๆ เติบโตจากข้างใน เพราะเมื่อเราติดกระดุมเม็ดแรกของชีวิตได้ถูกต้อง เรื่องอื่น ๆ ในชีวิตก็จะค่อย ๆ เรียงตัวในทางที่ถูกที่ควรตามไปด้วย แล้ววันหนึ่งเราอาจพบว่า ความสำเร็จที่มีความหมายมากที่สุดในชีวิต อาจไม่ใช่การมีมากกว่าคนอื่น แต่คือการมีใจที่เต็ม และอยู่กับตัวเองได้ด้วยความเข้าใจในความจริงของชีวิต

Credits

Author

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ