ALL Wheelchair & Sit to Stand นวัตกรรมที่ช่วยให้ออกกำลังกายได้ ในวันที่การออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน

ในวันที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ความท้าทายที่สำคัญอาจไม่ใช่แค่การมีชีวิตที่ยืนยาว แต่คือการมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพ และสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือคือการมีอายุยืนยาวไปพร้อมกับสุขภาพที่แข็งแรง ซึ่งวิธีที่ง่ายและให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนที่สุดในการดูแลสุขภาพก็คือ ‘การออกกำลังกาย’ อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ

สำหรับคนที่ยังแข็งแรง การเริ่มออกกำลังกายอาจต้องใช้แค่ใจและวินัย แต่สำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกาย เช่น ผู้สูงอายุที่เริ่มเข้าสู่ภาวะเปราะบาง (Frailty) หรือผู้พิการทางการเคลื่อนไหว การ ‘ขยับร่างกาย’ กลับเป็นโจทย์ที่อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

นั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ‘อาจารย์ปอ’ รศ. ดร.สายรัก สอาดไพร อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการพัฒนากีฬา คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มคิดและสร้างสรรค์นวัตกรรมต่าง ๆ ร่วมกับทีมอาจารย์และนักศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อช่วยในการฟื้นฟูร่างกายและการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ รวมทั้งผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ ให้สามารถกลับมาเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างปลอดภัย มั่นใจ และมีความสุขมากขึ้น

จุดเริ่มต้นของคนสร้างนวัตกรรม

“เมื่อก่อนเวลาที่เรามองศาสตร์ทางด้านการแพทย์หรือสุขภาพ ส่วนใหญ่มักจะพูดถึงการรักษาหรือการแก้ปัญหาสุขภาพ แต่การออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาเป็นศาสตร์การป้องกันที่มีอานุภาพ และมีประโยชน์มากเกินกว่าที่หลายคนจะมองเห็นคุณค่าของมัน ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ อีกทั้งตัวเองก็เป็นคนชอบเล่นกีฬาอยู่แล้วด้วย ก็เลือกเรียนด้านนี้

“พอเรียนจบ ทำงานเป็นอาจารย์ได้สักพักหนึ่ง เราก็ได้เจอกับนักศึกษาที่เป็นนักกีฬาวีลแชร์ นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนโลกของเราไปมาก เราเริ่มเข้าใจโลกของเขามากขึ้นว่า เขาอยากออกกำลังกาย มีกีฬาที่ชอบเล่น มีทุกอย่างเหมือนกับคนทั่วไป เพียงแต่เขายังขาดอุปกรณ์ที่จะช่วยสนับสนุน เรามองเห็นความฝันและเห็นข้อจำกัดของเขา ก็เลยคิดว่าน่าจะมีเทคโนโลยีบางอย่างที่จะช่วยทำให้เขาเล่นกีฬาได้ง่ายขึ้น

“เราก็เลยเข้าไปคุยกับทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ แล้วก็ได้ไอเดียออกมาว่าเราน่าจะทำเป็นตัวเซนเซอร์ติดรถเข็นเพื่อเอาไว้ให้โค้ชเก็บข้อมูลของนักกีฬาวีลแชร์ได้ง่ายขึ้น และนำข้อมูลที่ได้ไปช่วยพัฒนาศักยภาพของเขาต่อ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างนวัตกรรม ALL Wheelchair”

เมื่อล้อรถเข็นกลายเป็นสมาร์ทวอทช์ 

“สังคมไทยกลายเป็นสังคมสูงวัยมานานแล้ว แต่ปัญหาหนึ่งของบ้านเราคือการมีพื้นที่ออกกำลังกายให้ผู้สูงอายุน้อยมาก บางครั้งแค่พื้นฟุตพาทที่ใช้เดินก็ยังไม่ค่อยเรียบ ทางลาดบางที่ก็ไม่สามารถใช้งานได้จริง แม้แต่การขึ้นรถเมล์ก็ยังไม่สะดวก เราก็เลยคิดว่าถ้าอย่างน้อยเราช่วยให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือคนที่ต้องใช้วีลแชร์ สามารถออกกำลังกายที่บ้านได้ก็คงดี เราก็เลยออกแบบนวัตกรรมที่เรียกว่า ‘ALL Wheelchair’ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายที่มาพร้อมกับระบบเซนเซอร์ และเกมที่ช่วยส่งเสริมการออกกำลังกายของผู้ใช้วีลแชร์ โดยเราทำแท่นรองให้ผู้ใช้วีลแชร์สามารถออกกำลังกายอยู่กับที่ แล้วดีไซน์เกมให้เขาเล่น โดยใช้ล้อวีลแชร์แทนจอยสติ๊ก การใช้งานก็ไม่ยาก สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันติดตั้งในมือถือหรือไอแพดแล้วเชื่อมต่อขึ้นจอทีวีได้เลย โดยเกมที่ใช้จะแตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมาย เช่น ถ้าเป็นนักกีฬา ก็จะเน้นที่ความหนัก ความเร็ว แต่ถ้าเป็นผู้สูงอายุก็จะเน้นเป็นเกมง่าย ๆ ที่ช่วยฝึกสมอง ฝึกกล้ามเนื้อ

“เรามีระบบเซนเซอร์ตรวจวิเคราะห์สัญญาณชีพพื้นฐานที่ข้อมือ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับการใส่สมาร์ทวอทช์ของคนทั่วไป โดยระบบนี้สามารถตรวจวัดข้อมูลสุขภาพต่าง ๆ ได้ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ค่าความเข้มข้นของออกซิเจนปลายนิ้ว ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีระบบเซนเซอร์ที่ติดตั้งอยู่บริเวณเพลาของล้อวีลแชร์ทั้ง 2 ข้าง ซึ่งช่วยตรวจวัดข้อมูลความเร่ง ความเร็วเฉลี่ย ระยะเวลาการใช้งาน ระยะทาง และพลังงานที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของวีลแชร์ เพื่อให้ผู้ใช้วีลแชร์สามารถประเมินศักยภาพของร่างกายตัวเองได้ ที่สำคัญคือเรามีระบบเซนเซอร์ที่ช่วยตรวจจับการล้มของวีลแชร์ พร้อมส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปที่ไลน์ของผู้ดูแลหรือคนในครอบครัวได้แบบเรียลไทม์ด้วย”

เปลี่ยน ‘ข้อจำกัด’ ให้เป็น ‘ความมั่นใจ’

“ตอนนั้นบ้านเรายังไม่ค่อยมีนวัตกรรมที่ทำเพื่อคนพิการ ก็เลยได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ตอนเราเอางานไปประกวดที่ต่างประเทศก็มีแต่คนชอบ เพราะเขาเห็นว่ามันมีประโยชน์และสามารถใช้กับคนใช้วีลแชร์ทั่วไปได้ อย่างบริษัทมัตซึนากะ (Matsunaga) ที่เป็นผู้ผลิตวีลแชร์ในประเทศญี่ปุ่น เขาก็สนับสนุนรถเข็นมาให้เราหลายคัน เพื่อนำไปใช้ในการวิจัยจนเราสามารถพัฒนานวัตกรรมของเราไปใช้ในกีฬาคนพิการได้ ซึ่งตอนนี้เราก็กำลังติดต่อขอนำอุปกรณ์ของเราเข้าไปให้ทีมนักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งลองใช้ ซึ่งเบื้องต้นเราได้นำอุปกรณ์ของเราไปใช้กับทีมนักกีฬาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งพอมีการนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วย ก็ทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น”

“นอกจากผลตอบรับที่ดีจากผู้ใช้งานจริง ‘ALL Wheelchair’ ยังมีรางวัลการันตีจากเวทีทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากการได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 (First Place Awards) จากการประกวด International ICT Innovative Services Awards 2024 (InnoServe) ที่ประเทศไต้หวัน และรางวัล Platinum Award ในโครงการแข่งขันทางด้านวิชาการและนวัตกรรมสมัยใหม่ประจำปีการศึกษา 2566 (Gear Talent) โดย สหพันธ์นิสิตนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (สนวท.) และรางวัลอื่น ๆ อีกหลายรางวัล ซึ่งทุกรางวัลที่เราได้ล้วนเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เด็ก ๆ ในทีมที่ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมนี้ขึ้นมาได้รับรู้ว่ามีคนเห็นคุณค่าในสิ่งที่พวกเขาทำด้วยความตั้งใจ”

การเคลื่อนไหวคือหัวใจของสุขภาพผู้สูงอายุ 

“พออายุ 60 ปีขึ้นไป กล้ามเนื้อของเราก็จะยิ่งลดลงไปเรื่อย ๆ จนทำให้ผู้สูงอายุจำนวนมากไม่สามารถที่จะลุกยืน หรือเดินได้ตามปกติ กระดูกก็จะมีความเปราะและความพรุนมากขึ้นโดยเฉพาะผู้หญิง ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง และอาจทำให้คนในครอบครัวมีภาระในการดูแลมากขึ้น แต่ถ้าหากผู้สูงอายุสามารถดูแลตัวเองได้ เขาก็จะมีชีวิตที่มีความสุข

“จริง ๆ แล้วการออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาเป็นสิ่งที่สำคัญกับคนทุกช่วงวัย แต่สำหรับผู้สูงอายุ ที่เริ่มมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง ไม่ค่อยเคลื่อนไหว เนื่องจากความไม่มั่นใจในการใช้ชีวิต ในขณะที่เรามองไปที่ประเทศญี่ปุ่น เขากลับมียิมสำหรับผู้สูงอายุ มีเมืองที่เหมาะกับการเดินออกกำลังกาย แต่บ้านเรากลับไม่ได้เน้นการออกแบบ หรือผลิตอะไรที่เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุเท่าไร ถึงมีก็มีในจำนวนจำกัด หรือมีใช้แค่เฉพาะตามศูนย์การแพทย์ ทำให้อุปกรณ์เหล่านี้เข้าไม่ถึงคนทุกกลุ่มโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชนหรือตามต่างจังหวัด

“อาจารย์ยืนยันเลยว่าสิ่งสำคัญที่เราควรจะให้กับผู้สูงอายุ คือการให้เขาได้เคลื่อนไหว ให้เขาออกไปเดิน ออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ถ้าเรากังวลว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับเขา เราไม่ควรห้าม แต่ควรสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเขามากกว่า หรือถ้าหากเขามีโรคประจำตัว มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว ก็อาจจะปรึกษาแพทย์ หรือหาอุปกรณ์เพื่อช่วยให้เขายังได้เคลื่อนไหวร่างกายอยู่ ไม่ใช่ปล่อยให้เขานอนนิ่ง ๆ ไม่ลุกไปไหน”

เก้าอี้ที่ช่วยให้คนติดเตียงกลับมายืนได้

“เวลาลงพื้นที่ชุมชนเรามักจะเจอผู้สูงอายุที่ติดเตียงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งพื้นฐานสำคัญในการฟื้นฟูผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบาง คือทำให้เขาลุกขึ้นมาได้ เพราะถ้าเขาลุกได้ เดี๋ยวเขาก็จะยืนได้ เราก็เลยคิดนวัตกรรมขึ้นมาเรียกว่า ‘Sit to Stand’ (เครื่องออกกำลังกายและกายภาพบำบัดสำหรับการฝึกลุกยืน) ที่เป็นเก้าอี้ที่รับกับสรีระของผู้สูงอายุ มีพนักพิงให้ เวลานั่งผู้สูงอายุจะได้ไม่ต้องกลัวหงายหลัง นอกจากนี้ เรายังออกแบบให้สามารถปรับแรงดันให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวและกำลังกล้ามเนื้อของผู้สูงอายุ ตั้งแต่ช่วยพยุงน้ำหนัก 100% ไปจนถึงการลดแรงช่วยเพื่อให้ผู้ใช้ได้ฝึกกล้ามเนื้อ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้สูงอายุที่กลัวการล้ม ทำให้เขาสามารถลุกขึ้นยืนได้มากถึงวันละ 30-50 ครั้ง ซึ่งมากกว่าการใช้แรงผู้ดูแลช่วยพยุง แล้วเมื่อกล้ามเนื้อเขาเริ่มแข็งแรงขึ้น เขาก็จะเริ่มมั่นใจ และอยากฝึกเดิน

“แต่เรื่องการลุกขึ้นยืนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้สูงอายุทุกคน เพราะผู้สูงอายุบางคนก็ไม่กล้ายืน ไม่กล้าเดิน เพราะกลัวล้ม หรืออาจจะเคยล้มแล้วกระดูกหัก ต้องนอนรักษาตัวอยู่นาน การให้เขากลับมายืนอีกครั้งจึงเป็นเรื่องยากมาก เราก็บอกเขาว่า ค่อย ๆ ทำ ไม่ต้องรีบ ลองนั่งดูก่อน เพราะคนที่ไม่ได้ลุกขึ้นมานั่งหรือยืนนาน ๆ ตอนฝึกครั้งแรก ๆ จะหน้ามืด เพราะร่างกายยังไม่ชิน แต่หลักการออกกำลังกายสำหรับการฟื้นฟู คือ ไม่ต้องฝืน ใน 1 วันยืนให้ได้สัก 1 นาทีก็พอแล้ว ถ้าแข็งแรงขึ้นค่อยเพิ่มเวลา เคยมีเคสผู้ป่วยที่เป็นสโตรกแล้วติดเตียง แต่เขาใช้อุปกรณ์ ‘Sit to Stand’ ในการฟื้นฟูร่างกายจนสามารถกลับมาเดินและใช้ชีวิตได้

“เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นคนที่เคยเจ็บป่วยแล้วมีอาการดีขึ้น หรือได้รับการฟื้นฟูจนไม่ต้องมีภาวะติดเตียงจากการใช้อุปกรณ์ของเรา อย่างบางคนผ่าตัดเข่ามา แล้วเขาไม่อยากเดิน เพราะรู้สึกเจ็บ หรือไม่มั่นใจในการเดิน แต่พอมีตัวช่วยอย่าง ‘Sit to Stand’ ก็ทำให้เขามั่นใจว่ามันปลอดภัย แล้วเขาก็จะค่อย ๆ กล้าลุกขึ้นยืน แล้วพอเขายืนได้ เขาก็จะเริ่มเดินได้ หรือหากถ้าเขายังไม่มั่นใจในการเดิน เราก็มี Space Walker (อุปกรณช่วยฝึกเดิน) ที่จะช่วยให้เขาออกกำลังกายได้อย่างมั่นใจมากขึ้น”

งานที่สร้าง ‘ความหมาย’ ให้กับชีวิต  

“อาจารย์ดีใจที่ได้เห็นข้อมูลว่าทุกวันนี้ผู้สูงอายุให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและหันมาออกกำลังกายมากขึ้น รวมทั้งลูกหลานก็ให้การสนับสนุนมากขึ้นด้วย เพราะ ‘การออกกำลังกาย’ เป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ เมื่อไรก็ตามที่เราเจ็บป่วยไปแล้ว เราจะไม่สามารถย้อนกลับไปเหมือนเดิมได้ ดังนั้น การป้องกันสำคัญกว่าการรักษา เพราะบางครั้งถ้าเกิดความผิดปกติกับร่างกายเราก็อาจจะรักษาไม่หาย แต่ถ้าเราป้องกันก่อน หรือรีบฟื้นฟูหลังจากที่เกิดปัญหา เราก็สามารถที่จะกลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง

“การออกแบบนวัตกรรมที่จะช่วยฟื้นฟูการออกกำลังกายของผู้สูงอายุ ควรจะต้องมีราคาไม่แพงมาก ใช้งานง่าย ไม่มีความซับซ้อน และเข้าถึงคนได้ทุกระดับ สำหรับอาจารย์ ‘Sit to Stand Trainer’ เป็นนวัตกรรมที่วิเศษมาก เพราะมันช่วยเปลี่ยนคนที่นอนอยู่ให้ลุกขึ้นยืนและเดินได้เลย โดยที่บางคนไม่ต้องใช้วอล์กเกอร์ด้วยซ้ำ

“ในอนาคตอาจารย์อยากทำฟิตเนสผู้สูงอายุที่เป็นที่ที่มีทั้งพื้นที่ฟื้นฟูร่างกายและกิจกรรมผ่อนคลายต่าง ๆ เช่น บอร์ดเกม ร้องเพลง ฯลฯ เหมือนอย่างฟิตเนสผู้สูงอายุของประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้เป็นโมเดลต้นแบบและขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ อยากสร้างเครื่องมือออกกำลังกายสำหรับอวัยวะต่าง ๆ ที่เหมาะกับผู้สูงอายุให้ครบทุกส่วน เช่น แขน นิ้ว ข้อเท้า ฯลฯ เพราะจริง ๆ แล้วร่างกายของผู้สูงอายุมีปัญหาค่อนข้างเยอะ หากเรามีพื้นที่ที่เหมาะกับการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุก็จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางด้านสาธารณสุขของประเทศได้อย่างมหาศาล เพราะถึงอย่างไรการใช้เงินในการดูแลรักษาก็มากกว่าการใช้เงินเพื่อส่งเสริมการป้องกันโรค

“ทุกวันนี้บ้านเรายังมีคนทำงานด้านนี้น้อยมาก ๆ อาจารย์คิดว่าสิ่งที่เป็นอุปสรรคที่สำคัญอาจเป็นการที่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในการสร้างสรรค์นวัตกรรมแต่ละชิ้นให้ออกมาเป็นรูปร่างและสามารถใช้งานได้จริง นอกจากนี้ในการทำงานก็ยังมีต้นทุนค่อนข้างสูง ซึ่งในจุดนี้หากภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างจริงจังมากขึ้น เราอาจจะสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมต่าง ๆ ได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย ที่สำคัญงานแบบนี้ไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องอาศัยองค์ความรู้ที่หลากหลายจากทีมสหวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เช่น การดูแลผู้สูงอายุ การออกแบบ การผลิตอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ ฯลฯ ซึ่งต้องใช้พลังความร่วมมือร่วมใจเป็นอย่างมาก

อาจารย์คิดว่าเราโชคดีมากที่ได้มาอยู่ตรงจุดนี้ เรารู้สึกว่าเรากำลังทำสิ่งที่มีคุณค่า ที่ช่วยให้ชีวิตเรามีความหมายมากขึ้น เรามีทีมที่ดี ที่มีเป้าหมายเดียวกัน ที่สำคัญมันเป็นสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข และเราคงจะพยายามทำต่อไปให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

Credits

Authors

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ