“คนไทยต้องตื่นรู้ทางการเงินอย่างเร็วที่สุด” คุยกับ แอนนาเบล คชนันทน์ บทเรียนที่ควรรู้ก่อนจะไม่รอด เพราะโลกเปลี่ยนไปแล้ว

ความลับของการเป็น “ผู้รอด” ในภาวะวิกฤตด้านการเงินที่โลกกำลังเผชิญ

สรุปประเด็นสำคัญจากรายการมนุษย์ต่างวัย Talk กับ ประสาน อิงคนันท์ EP.78 ที่ชวน มนุษย์ต่างวัย Talk กับ ประสาน อิงคนันท์ ชวนคุยกับ แอนนาเบล คชนันทน์ Private Banker ที่ปัจจุบันเธอทำงานอยู่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเจ้าของเพจ Annabel – Your Wealth Architect ที่มีผู้ติดตามกว่า 100,000 คน มาพูดคุยกันในประเด็นว่าอะไรคือนิสัยทางการเงินที่ต้องเปลี่ยน เพื่อไปต่อในปี 2026 ถ้าอยากเป็นหนึ่งในคนที่รอดจากวิกฤตครั้งนี้

อย่ามองเงินเป็นแค่การ “เก็งกำไร” แต่เงินคือ “การออกแบบ”

คนไทยส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นภาพเงินกันอย่างถูกต้องเราเห็นเงินเป็นแค่การเกร็งกำไร แต่เราไม่เคยเข้าใจเงินจริง ๆ เลยว่าดังนั้นที่ใช้คำว่าสถาปนิกทางการเงินเพราะอยากให้คนรู้ว่าเงินคือการออกแบบไม่ใช่แค่การเทรดเงินคือการออกแบบชีวิตของคุณ เหมือนสถาปนิกที่ออกแบบบ้าน

เราต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าเราต้องการอะไร? ความสุขที่แท้จริงของคุณอยู่ที่ไหน? และคุณต้องการเกษียณเมื่อไหร่? มันคือการออกแบบทั้งหมด

เรื่องของการเทรด การดูกราฟ เป็นเรื่องเล็กมาก เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเทคนิคแต่มันคือการวางแผนในชีวิต

สร้างบ้านต้องมีรากฐาน การเงินก็เช่นกัน

การวางแผนการเงินเปรียบเสมือนการสร้างบ้าน หากคุณรีบเอาเงินไปตกแต่งห้อง หรือ(ลงทุน) โดยที่ฐานรากยังไม่แน่น มันคือการ “สร้างปราสาทบนผืนทราย” ที่พร้อมจะถล่มทันทีที่เกิดวิกฤตหรือโดนเลิกจ้าง

  • รากฐานของบ้าน เปรียบเสมือนการมีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี และมีประกันสุขภาพ/ชีวิตที่ครอบคลุม เพื่อไม่ให้วิกฤตเพียงครั้งเดียวทำลายทรัพย์สินทั้งชีวิต
  • โครงสร้าง บ้านเปรียบเสมือนผนังบ้านที่แข็งแรง รายได้ต้องมากกว่ารายจ่ายเสมอ หากคุณยังมีหนี้บัตรเครดิตแล้วพยายามไปลงทุน นั่นคือวิธีคิดที่ผิดมาก เพราะไม่มีการลงทุนไหนให้ผลตอบแทนชนะดอกเบี้ยหนี้ที่คุณแบกอยู่ได้
  • การตกแต่ง บ้านเปรียบเหมือนกับ การลงทุน เมื่อฐานรากแข็งแรงแล้ว จึงค่อยออกแบบห้องต่างๆ เช่น พอร์ตเกษียณที่เน้นความปลอดภัย และพอร์ตเก็งกำไรเพื่อความตื่นเต้น

บ้าน รถ ไม่ใช่เครื่องหมายของความสำเร็จเสมอไป

สำหรับคนไทย การมีบ้านและรถคือเครื่องแสดงว่าตนเองประสบความสำเร็จแล้วในชีวิต มักถูกใช้เป็น KPI ในการวัดความสำเร็จที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดเมื่อมีการเปรียบเทียบกันในสังคม

ปัจจุบันมีการอวดบ้านและรถผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การโชว์บ้านหลังใหญ่ตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งบางครั้งทำให้คนลืมมองไปว่าเบื้องหลังของสิ่งเหล่านี้มักมาพร้อมกับหนี้สิน หากไม่ได้ซื้อด้วยเงินสด ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านในประเทศไทยสูงกว่าในยุโรปมาก โดยในไทยอาจต้องจ่ายดอกเบี้ยถึง 5% ในขณะที่ยุโรปหรือสวิตเซอร์แลนด์อาจจ่ายเพียงประมาณ 1% กว่าๆ เท่านั้น แต่คนสวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้อยากมีบ้านขนาดนั้น พวกเขามองว่าหากไม่เสียเงินไปกับการผ่อนบ้าน แล้วนำเงินนั้นไปลงทุนและใช้วิธีเช่าบ้านแทนจะดีกว่า

เลิกสะสม “Status” แล้วสร้าง “Safety”

ความผิดพลาดใหญ่หลวงของคนไทยและเอเชียคือการผูกความรวยไว้กับ “ภาพลักษณ์” (Status) แอนนาเบลเคยใช้เงินเก็บทั้งหมดเพื่อซื้อแบรนด์เนม แต่เมื่อมาเรียนต่อที่อังกฤษกลับไม่มีใครใช้สิ่งเหล่านี้เลย

ในสวิตเซอร์แลนด์: ความรวยเท่ากับความปลอดภัย (Safety) และความอ่อนน้อม (Humble) มหาเศรษฐีระดับพันล้านที่นั่นขี่จักรยานมาธนาคาร และรู้สึก “อาย” หากต้องใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ดังนั้น Lifestyle Inflation: กับดักที่น่ากลัวที่สุดคือเมื่อเงินเดือนสูงขึ้น แต่หนี้กลับสูงตามเพราะการเปรียบเทียบในสังคม หากคุณยังใช้ KPI ความสำเร็จเป็นยี่ห้อรถ คุณไม่มีวันเข้าถึงความมั่งคั่งที่แท้จริง

เงินคือเรื่องของ Mindset

ที่สวิตเซอร์แลนด์เด็กๆ จะเริ่มเรียนรู้เรื่องเงินตั้งแต่อายุประมาณ 7 ขวบ ครูจะมีสมุดให้บันทึกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาใช้เงินไปกับอะไร และต้องบอกเหตุผลประกอบด้วย เช่น ซื้อทำไม? สิ่งนี้สำคัญกับชีวิตอย่างไร? และหากไม่ซื้อจะสามารถเก็บออมไว้เพื่อสร้างรายได้ในอนาคตได้อย่างไร ?

การสอนเด็กไม่ใช่แค่เรื่องการคำนวณเงิน แต่คือการสร้าง Mindset ในการวางแผนชีวิต ตัวอย่างเช่น เด็กอายุ 16 ปีในสวิตเซอร์แลนด์เริ่มรู้แล้วว่าต้องวางแผนอย่างไรเพื่อให้ตนเองอยู่รอดได้ในวัยเกษียณตอนอายุ 60 ปี

ความรู้ทางการเงินคืออาวุธชนิดเดียวที่จะช่วยให้คุณรอด เรื่องการเงินคุณปล่อยปะละเลยแบบเดิมไม่ได้แล้ว เรื่องการลงทุนถ้าไม่เข้าใจเรื่องนี้คุณเสียโอกาส เพราะทุกวิกฤตมันคือโอกาส เพราะถ้าคุณมีความรู้เรื่องการเงินมันคือพลังที่แท้จริง

Credits

Author

  • นันท์นภัส โอดคง

    Creativeครีเอทีฟตัวกลม อารมณ์ดี รักภูเขา หลงรัก จ.เชียงใหม่ ชอบการเดินทาง enjoy กับการกินอาหารท้องถิ่น สนุกกับการรู้จักคนใหม่ๆ อนาคตที่ฝันไว้สูงสุดคืออยากเป็นคนที่ถูกหวย

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ