"เกษียณคลาส" ห้องเรียนออนไลน์ โดนใจวัยเกษียณ ที่จะทำให้ชีวิตแฮปปี้แบบสุดๆ

read : SOCIETY

ก่อนช่วงโควิด- 19 ระบาด ผู้สูงวัยที่ยังคงแอคทีฟและรักการเรียนรู้ก็มักจะไปรวมกลุ่มกันที่ “โรงเรียนผู้สูงอายุ” ประจำชุมชน ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 2 ,600 แห่งทั่วประเทศ แต่พอสถานการณ์โควิด -19 รุนแรงขึ้นการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมของผู้สูงวัยจึงต้องหยุดไปโดยปริยาย แต่เพื่อไม่ให้กระบวนการเรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะของผู้สูงวัยต้องหยุดชะงักลง นี่จึงเป็นที่มาของห้องเรียนออนไลน์สุดคูล ที่ผู้สูงวัยสามารถเรียนรู้ได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน และเวลาใด

มนุษย์ต่างวัยชวนมาทำความรู้จักกับ ‘เกษียณคลาส’ ห้องเรียนออนไลน์ สำหรับคนวัย 50+ เป็นหนึ่งในนวัตกรรมสร้างสุขที่ สสส. กับ เครือข่าย Young Happy พัฒนาให้เกิดขึ้น เพื่อรองรับสังคมสูงวัยของไทยที่จำนวนผู้สูงวัยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี

“เกษียณคลาส” มาพร้อมกับ 15 หลักสูตรโดนใจวัยเกษียณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลสุขภาพ ความรู้เรื่องสวัสดิการที่สูงวัยต้องได้รับ กฎหมาย การวางแผนการเงิน หรือแม้แต่เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จำเป็นสำหรับผู้สูงวัย ให้สามารถเตรียมความพร้อมให้ชีวิตเพื่อก้าวเข้าสู่วัยเกษียณอย่างมั่นใจ และอยู่ในสังคมร่วมกับคนวัยอื่นได้อย่างมีความสุข 

ป้าไก่-ลลดา ทนงค์ยศ อายุ 64 ปี จิตอาสาวัยเกษียณ

“เราทำงานเป็นจิตอาสาของสำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทยมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2546 จนถึงปัจจุบันตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ตั้งแต่งานด้านบริการทางการแพทย์และสุขนามัย เช่น งานเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน (Home Health Care) งานอาสากาชาดเยี่ยมบำรุงขวัญ งานด้านบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติ ร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทยในการบรรจุถุงยังชีพ ช่วยผู้ประสบอุทกภัย งานด้านการรับบริจาคโลหิต ดวงตา อวัยวะ ปฏิบัติงานคัดกรองกรุ๊ปเลือด ร่วมกับฝ่ายผลิตส่วนประกอบโลหิต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย และงานด้านการสังคมสงเคราะห์และส่งเสริมคุณภาพชีวิต เช่น โครงการโรงเรียนโครงการโรงเรียนมาตรฐานต้านสิ่งเสพติด ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2550-2558 รวมถึงโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่เศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ยังเป็นจิตอาสาของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2547-2558 และจิตอาสาของโรงพยาบาลรามาฯอีกด้วย ซึ่งทุกครั้งที่มีโอกาสทำงานจิตอาสาในแต่ละแห่งได้เห็นแววตา รอยยิ้มของผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ ทำให้ภูมิใจและสุขใจในการเป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

“แต่ช่วงที่โควิด-19 ระบาด ด้วยอายุที่มากแล้ว ทำให้เราไม่ได้ออกไปทำงานจิตอาสาเหมือนเมื่อก่อน ยอมรับว่าช่วงแรกๆ ก็สนุกกับการอยู่บ้านนั่งดูทีวี แต่นานๆ เข้ามันก็เริ่มเบื่อ ลูกๆ กลัวว่าเราจะซึมเศร้าเขาเลยแนะนำให้เราสมัครเรียนเกษียณคลาส ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาเรียนเกษียณคลาสเป็นคนที่มีความกังวลในการใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะข่าวการแฮกข้อมูล โชคดีที่มีลูกๆ มาช่วยแนะนำช่วยสอนวิธีสมัครวิธีลงชื่อเข้าเรียนทำให้มีความมั่นใจและสามารถทำเองได้ หลังจากนั้นเราก็เรียนรู้ผ่านแท็บเล็ตที่เรามีด้วยตัวเองมาตลอด

“ในเกษียณคลาสมีหลายหลักสูตรที่น่าสนใจ แต่ที่เราสนใจก็คือหลักสูตรกฎหมายและสวัสดิการเกี่ยวกับผู้สูงอายุ เพราะเราคิดว่ามันมีประโยชน์มาก เพราะให้พูดตามความจริงเลยคือเราอายุ 60 กว่าแล้วเรายังไม่รู้เลยว่าตัวเองมีสิทธิ์อะไรบ้าง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวลานั่งรถเมล์ที่เป็นของรัฐบาลผู้สูงอายุอย่างเราไม่ต้องจ่ายเงินค่าโดยสารเต็มจำนวนแค่ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนก็ได้ส่วนลด ไม่ใช่แค่เรานะ จากประสบการณ์ทำงานจิตอาสากว่า 20 ปี ผู้สูงอายุหลายคนถ้าไม่เจ็บป่วยก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองมีสิทธิ์ในการรักษาพยาบาล นอกจากไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์อะไรแล้ว ยังไม่รู้อีกด้วยว่าจะสามารถรับข้อมูลข่าวสารเรื่องสิทธิ์ต่างๆ ผ่านทางช่องทางไหน พอได้มาเรียนเกษียณคลาสทำให้เราเข้าใจและมีโอกาสเข้าถึงสิทธิ์ที่เราสมควรได้รับง่ายขึ้น

“นอกจากคำแนะนำเกี่ยวกับสวัสดิการผู้สูงอายุ ในคลาสนี้เขาก็จะสอนเรื่องข้อกฎหมายที่จําเป็น เช่น การจัดการทรัพย์สิน การจัดการมรดก การทําพินัยกรรมก่อนตาย รวมถึงช่องว่างของกฎหมายและสวัสดิการ เขาก็จะมีการยกตัวอย่างข่าวมาสอนเรา เช่น ยกเคสที่ผู้สูงอายุไม่รู้ว่าไม่สามารถรับเบี้ยซ้ำซ้อนได้ ถ้าเราเจอสถานการณ์แบบนี้จะมีวิธีแก้ไขปัญหายังไง หรืออายุเข้าเกณฑ์แล้วยังไม่ได้รับเบี้ยยังชีพเพราะอะไร เราก็จะรู้และเอาไปปรับใช้ได้

“การได้เรียนรู้เรื่องเหล่านี้ไว้เรามองว่ามันเป็นโอกาสและเป็นเรื่องที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุทุกคน มันไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย และมันสำคัญมากจริงๆ ในยุคนี้ เพราะการเป็นผู้สูงอายุในยุคนี้เราต้องดูแลตัวเองได้ พึ่งพาตัวเองเป็นหลัก เพราะลูกๆ หลานๆ พอเขาแต่งงานเขาก็แยกออกไปสร้างครอบครัว ผู้สูงอายุโดดเดี่ยวมากขึ้น แต่ความรู้ตรงนี้แหละจะทำให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นภาระของลูกหลาน

"หากผ่านช่วงโควิดไปแล้วสถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้น และเรามีโอกาสกลับไปทำงานจิตอาสาอีกครั้ง จะนำความรู้ข้อกฎหมายและสวัสดิการของผู้สูงอายุ ที่ได้เรียนรู้จากเกษียณคลาสในครั้งนี้ ไปบอกต่อให้กับผู้สูงอายุที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้รับรู้ อย่างน้อยคุณภาพชีวิตของพวกเขาน่าจะดีขึ้น"

ลุงสุนทร เอกสาธิต อายุ 64 ปี

“ลุงป่วยเป็นเบาหวานตั้งแต่อายุ 30 ปี คิดดูว่าเราทำงานหาเงินมาเหนื่อยแทบตายสุดท้ายเอาไปให้หมอ ทุกวันแทนที่จะได้ใช้ชีวิตไปกิน ไปเที่ยว ทำอะไรที่อยากทำ แต่ลุงต้องมานั่งนึกว่าเช้านี้จะกินอะไร เที่ยงจะกินอะไร เย็นจะกินอะไรเพื่อกินยาหลังอาหาร เชื่อไหมว่าลุงต้องกินยาวันละเป็น 10 เม็ด แล้วผลที่ตามมาคือค่าตับค่าไตไม่ดีเลย แถมยังเป็นความดันโลหิตสูง แล้วก็อ้วนด้วย สุดท้ายก็เป็นอีกโรคคือกระดูกเสื่อม เพราะเคลื่อนไหวร่างกายลำบากทำให้ขี้เกียจออกกำลังกาย

“จนเมื่อประมาณ 3 ปี ลุงตัดสินใจหันมาปรับพฤติกรรมการกิน แล้วก็ออกกำลังกายเริ่มจากการเดินวัน 2 ชั่วโมง 3-4 กิโลฯ   แทนการกินยา ร่างกายก็เริ่มดีขึ้น พอเราเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเองมันก็ทำให้ลุงมีกำลังใจอยากที่จะศึกษาเรื่องการดูแลสุขภาพด้วยตัวเองให้มากขึ้น จนมาเจอว่าเกษียณคลาสเปิดรับสมัครคนเข้าเรียนเลยตัดสินใจลองดู

“ก่อนหน้าที่จะมาเรียนเกษียณคลาส ลุงมีพื้นฐานเรื่องการใช้เทคโนโลยีมาก่อนอยู่แล้ว เพราะอยากคุยกับเด็กรุ่นใหม่ๆ รู้เรื่องเลยศึกษาไว้ แล้วเกษียณคลาสนี่เขาออกแบบมาให้ใช้ง่ายมาก เราไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อะไรมากมายมีแค่มือถือเครื่องเดียวกับอินเทอร์เน็ตก็เข้าเรียนได้ แล้วเราสามารถเข้าไปเรียนเวลาไหนก็ได้ อย่างเวลาลุงอยู่ข้างนอก ออกมาเดินที่สวนสาธารณะ เดินเสร็จพักเหนื่อยก็สามารถใช้เวลาตรงนั้นเปิดเกษียณคลาสเรียนได้ บทเรียนหนึ่งก็ประมาณ 10-15 นาที ใช้เวลาเรียนไม่นานมากเพราะถ้านานเกินไปจะทำให้รู้สึกเบื่อ  

“ถามว่าสนใจเรียนบทไหน ก็ต้องเป็นบทเรียนที่เกี่ยวกับสุขภาพอยู่แล้ว ในเกษียณคลาสจะมีบทเรียนที่ให้ความรู้เรื่องสุขภาพรอบด้านเลย อย่างบทเรียนที่สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการเลือกกินอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงจากโรค เขาก็จะสอนว่ากินแบบไหนดีต่อสุขภาพ แล้วที่ชอบมากคือบทเรียนที่สอนเกี่ยวกับการเลือกซื้อผักปลอดสารพิษ อย่างผักที่ขายตามห้างฯ เราจะมีวิธีการดูยังไงว่าเป็นผักออร์แกนิกจริงๆ ป้ายที่เขาแปะไว้มันหมายความว่าอะไร มีแหล่งซื้อผักที่ไหนที่ไว้ใจได้ ทำให้เรามั่นใจมากขึ้น

“แล้วก็เรื่องการออกกำลังกาย เขาจะมีเทคนิคมาสอนเราให้เราเอาไปทำตามง่ายๆ ที่บ้าน อย่างเช่น การทำโยคะท่าง่ายๆ ช่วยให้ผู้สูงอายุได้ยืดเส้นยืดสายลดโอกาสติดเตียงจากการเคลื่อนไหวลำบาก แต่ถ้าเบื่ออยู่บ้านอยากไปออกกำลังกายนอกบ้าน เขาก็มีสอน เช่น การวิ่ง เรียนกับคุณทนงศักดิ์ ลุงก็เอามาทำตามได้ ทุกวันนี้ลุงก็เปลี่ยนจากการเดินมาเป็นการวิ่งวันละประมาณ 10 กิโลฯ รู้สึกว่ากล้ามเนื้อพวกข้อต่อแข็งแรงขึ้น

“ทุกวันนี้ต้องบอกว่าสุขภาพของลุงแข็งแรงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก จากคนขี้โรคตอนนี้นะ ไปตรวจร่างกายหมอบอกว่าค่าน้ำตาลปกติ เรียกว่าเกือบจะหายจากเบาหวาน ค่าตับ ค่าไต ก็ดีขึ้น และอารมณ์ก็ดีขึ้นด้วยเพราะในเกษียณคลาสเขาจะมีสอนเรื่องการร้องเพลงลุงก็เข้าไปเรียนเป็นการบำบัดจิตใจ

“หลายคนพูดนะว่าคนเราเวลาเกษียณแล้วจะไม่รู้ว่าเป้าหมายชีวิตหลังจากนั้นคืออะไร แต่สำหรับวัยนี้แหละคือโอกาสที่ให้เราออกแบบชีวิตตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ เพราะว่าถ้าเราบอกว่าเราจะอยู่ไปอีกสัก 20 ปี แล้วถ้าเราไม่ดูแลร่างกายมันจะเสื่อม เสื่อมแล้วตายเลยไม่เป็นไร แต่ถ้าเสื่อมแล้วไม่ตายเป็นภาระทันที เพราะฉะนั้นเราอยากอายุยืนแบบยังใช้ชีวิตเองได้หรืออายุยืนแบบติดเตียง เราเลือกได้” 

ป้าใหญ่-ทักษพัณณ์ สินพงศ์มนัส อายุ 68 ปี

“ป้าอยู่กับพี่สาวสองคน เราเป็นสาวโสดด้วยกันทั้งคู่ ด้วยความที่ไม่มีลูกหลานดูแล เราต้องดูแลกันเอง หลังจากป้าเกษียณก็เลยยังต้องทำงาน นอกจากทำงานป้าก็จะใช้เวลาไปกับการออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ นัดกันกินข้าว ดูหนัง ชอปปิ้ง ไปเที่ยวต่างจังหวัด ข้อดีของการเป็นคนโสดคือ ใช้ชีวิตอิสระได้ตามใจ แต่ข้อเสียคือป้าต้องพึ่งพาตัวเองร้อยเปอร์เซ็นในทุกด้าน เวลาเจ็บป่วยต้องไปหาหมอเอง เวลาที่ชีวิตมีปัญหาก็ไม่มีที่ปรึกษา บางทีถ้าเพื่อนไม่ว่างแต่เราอยากไปเที่ยวเราก็ต้องไปคนเดียว มันเหงาเหมือนกันนะ แต่มันเป็นชีวิตที่เราเลือกเอง ป้าเลยรู้สึกว่าเราต้องตามคนอื่นให้ทันบ้าง เพราะเรายังต้องพึ่งพาตัวเองอีกเยอะ เวลาว่างป้าเลยจะใช้เวลาไปกับการเรียนออนไลน์

“พอดีช่วงโควิด-19 เพื่อนๆ เขาส่งกิจกรรมเข้ามาในกลุ่ม แล้วก็มีกิจกรรมเกษียณคลาสที่ส่งเข้ามา ป้าก็ตามไปดูว่าในนั้นมีสอนอะไรบ้าง พอเข้าไปดูก็รู้สึกว่าอยากเรียนเลย เพราะทุกอย่างที่เราต้องการรู้ มันอยู่ในนี้หมด มันเหมือนคู่มือที่ทำให้ผู้สูงอายุอย่างป้าใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นแบบรอบด้านเลย บางบทเรียนที่เราอยากจะเรียนแต่เราไม่มีโอกาสได้เรียน ในเกษียณคลาสเขาก็มีสอนอย่างเรื่อง แอปฯ เขาก็จะรวมแอปฯ ที่น่าสนใจมาให้เราหมดเลย เช่น ถ้าเราเจ็บป่วย มันมีแอปฯ ไหนบ้างที่จะมาช่วยซับพอร์ตเราให้เข้าถึงคุณหมอไวขึ้นไม่จำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาล

“แล้วอีกบทเรียนที่ชอบคือเรื่องการรู้เท่าทันภัยคุกคามทางโซเชียลเพราะเดี๋ยวนี้คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ มิจฉาชีพอยู่ตามออนไลน์ก็เยอะ ป้าว่าวิชาพวกนี้เราเอาไปใช้ในชีวิตได้จริง ถึงเวลาที่เราเจอปัญหาเราก็จะเอาความรู้ที่มีมาแก้ได้ ถ้าเกิดไม่รู้อะไรเลยเมื่อไรที่อยู่คนเดียวแล้วเกิดปัญหามาใครจะช่วยเรา ถ้าเราไม่ช่วยตัวเอง

“เมื่อก่อนป้าเป็นคนกลัวเทคโนโลยีมาก ป้าจะกังวลเรื่องความปลอดภัยกับเรื่องเงินๆ ทองๆ คือ ไม่กล้าใช้แอปฯ โอนเงิน เวลาจะทำอะไรต้องไปทำที่ธนาคารตลอด บางทีมันทำให้เราเสียเวลา แล้วก็เรื่องความปลอดภัยกับชีวิต ป้าจะกลัวการโดนหลอกมาก เพราะเราไม่รู้ว่าการที่เราเล่นโซเชียลเราจะไปเผลอให้ข้อมูลส่วนตัวอะไรกับใครไปหรือเปล่า แล้วข่าวที่เสพกันในนั้นจริงเท็จแค่ไหนก็ไม่มีใครบอกได้ เมื่อก่อนเวลาที่เพื่อนๆ เขาส่งข่าวอะไรเข้ามาในไลน์ป้าก็เลยจะเชื่อง่ายมาก เผลอๆ มีกดส่งต่อไปด้วยซ้ำ เพราะมันไม่มีคนมาให้ความรู้ที่ถูกต้องกับเรา แต่พอได้มาเรียนในเกษียณคลาสมันทำให้ป้าปลดล็อกความกลัวในใจ ทำให้ป้าใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นเยอะเลย และทำให้ป้ามั่นใจว่าสามารถพึ่งพาตัวเองได้จริงๆ และยังสามารถเอาความรู้ตรงนี้ไปช่วยบอกช่วยเตือนเพื่อนๆ ของป้าได้อีกด้วย” 

ป้าตุ๊ก-สวิตตา โกฏิเสถียรกุล อายุ 63 ปี

“ตอนที่ป้ายังสาว ป้าเป็นนักวางแผนการเงินของตัวเอง คือป้าจะวางแผนเลยว่าได้เงินเดือนเท่านี้จะแบ่งยังไง ถ้าเกษียณแล้วจะเอาเงินไปทำอะไร ตอนทำงานป้าก็เลยจะมีการแบ่งเงินเป็น 3 ก้อน คือเงินออม เงินไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน และอีกส่วนก็กันไว้สำหรับลงทุนในอนาคต พอเกษียณเรายังมีแรง มีสมอง มีประสบการณ์ป้าก็เลยตัดสินใจเอาเงินมาลงทุนทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดคือ ทำอาหารโฮมเมดขาย เช่น แยม รสใบเตยสูตรร้อยปีที่ตกทอดมาจากคุณยาย ขณะเดียวกันใครอยากมาเรียนรู้ป้าก็ช่วยสอนให้เขาฟรีๆ โดยเฉพาะผู้สูงวัย ป้าอยากให้เขามีอาชีพหลังเกษียณเหมือนป้า

“ก่อนหน้าที่จะมาลงทุนทำธุรกิจป้ามีการวางแผนล่วงหน้าก่อนหลายปี ระหว่างนั้นก็มองหาคอร์สเรียนที่จะมาช่วยส่งเสริมการทำธุรกิจ หลายๆ คอร์สที่เคยไปอบรมมันไม่ใช่ทางเราเลย แต่พอมันมีคอร์สหนึ่งที่คลิกก็ทำให้ป้าชอบและอยากที่จะเรียนรู้แล้วเอามาปรับใช้กับธุรกิจของป้า อย่างคอร์สสอนเรื่องการใช้เฟซบุ๊กในการขายของออนไลน์ ป้าก็เข้าไปเรียนรู้จนป้าสามารถที่จะทำเพจในการขายของของป้าได้ และเป็นแอดมินเพจเองได้ด้วยชื่อว่า SE Forward พอรู้ว่ามีคอร์สเกษียณคลาสเปิดให้เข้าเรียน ป้าก็มาจับหลักเรื่องของการวางแผนการเงิน เพราะอยากจะเรียนรู้เรื่องการสร้างรายได้ในวัยเกษียณแบบระยะยาวที่ไม่ต้องหักโหมมากแต่มีความสุข แล้วเอาไปบอกต่อเพื่อนๆ ที่มาเรียนทำอาหารกับป้าได้

“ในเกษียณคลาสมันมีบทเรียนที่ตอบโจทย์มาก คือบทเรียนสร้างความมั่นคง ด้วยการวางแผนการเงินหลังเกษียณ คนที่มาสอนคือคุณหนุ่ม มันนี่โค้ช ก่อนเริ่มเรียนเขาจะชวนเราสำรวจตัวเองก่อนว่า เราเกษียณแล้วเรามีความพร้อมอะไรบ้าง สุขภาพเป็นยังไง มีรายได้จากทางไหน มีหนี้สินที่ยังต้องจ่ายอีกเท่าไร แล้วถ้าอยากลงทุนวัยนี้ต้องทำยังไง ในบทเรียนก็จะมีสอนเรื่องหลักการลงทุนว่าเราต้องรู้อะไรบ้าง เมื่อลงทุนแล้วต้องจัดสรรเงินยังไง พอเรียนจบคลาสมันช่วยให้ป้าเห็นภาพของตัวเองชัดขึ้นว่ากำลังทำอะไรอยู่ ถูกทางหรือเปล่า

“นอกจากเรื่องการลงทุนจากความถนัดแล้ว ยังมีการสอนเรื่องการลงทุนที่อยู่ในรูปแบบของกองทุน หุ้น สลากออมทรัพย์ ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ช่วงนี้ ซึ่งป้ามองว่าดีมาก เพราะผู้สูงอายุเวลาเกษียณแล้วเขาจะสูญเสียรายได้จากที่เคยได้รับจากการทำงาน แล้วก็มีเรื่องเงินเก็บที่อาจมีจำกัด ซึ่งถ้าไม่มีการวางแผนบริหารจัดการ ถ้าเจ็บป่วยจำเป็นต้องใช้เงินขึ้นมาจะเดือดร้อน สุดท้ายภาระก็ไปตกอยู่ที่ลูกหลาน ป้าเลยเชื่อมาตลอดว่า ถ้าเราอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี ยังอยากที่จะพึ่งพาตัวเองได้ ต้องรู้จักที่จะวางแผนชีวิต ซึ่งเกษียณคลาสนี่แหละตอบโจทย์มาก ผู้สูงวัยก็จะได้มีเป้าหมายในการใช้ชีวิตด้วยไม่ใช่แก่แล้วแก่เลย” 

‘เกษียณคลาส’ เกิดจากการร่วมมือกันระหว่าง สสส. และเครือข่าย Young Happy ที่ต้องการพั ฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยภายใต้แนวคิดที่เชื่อว่า หลักสูตรเกษียณคลาสจะทำให้ผู้สูงวัยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยได้อย่างมั่นคง มั่นใจ พึ่งพาตนเองได้และเป็นพลังให้กับสังคมในอนาคตได้

เกษียณคลาสจึงเป็นเหมือนคู่มือเตรียมความพร้อมให้กับผู้สูงวัย โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้สูงวัยตามหัวเมือง ที่มีทักษะความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเบื้องต้น โดยเป็นหลักสูตรที่ดัดแปลงมาจากหนังสือแบบเรียนจากโรงเรียนผู้สูงอายุต่างจังหวัด ให้เป็นคอร์สเรียนบนออนไลน์ที่สนุก มีวิทยากรที่มีประสบการณ์ มีสีสันในการถ่ายทอดเรื่องราวที่สามารถเชื่อมประสบการณ์จริงเข้ากับองค์ความรู้ โดยมีให้เรียนกันทั้งแบบ Action Class และ Lecture Class ระยะเวลาในการเรียนคอร์สละ10-20 นาที ผู้เรียนสามารถเข้าเรียนได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง พร้อมมีแบบทดสอบให้ทำหลังจบคลาส เพื่อให้ผู้เรียนได้วัดระดับความเข้าใจ และเมื่อเรียนจบทุกหลักสูตรสามารถยื่นขอใบประกาศนียบัตรเพื่อนำไปต่อยอดได้ ที่สำคัญสมัครเรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังเกษียณหรืออยู่ในวัยเกษียณแต่ไม่อยากตกขบวนรถไฟสายนี้ ชวนมาพัฒนาตัวเองกับเกษียณคลาสกันครับ

สนใจลงทะเบียนเรียน ‘เกษียณคลาส’ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่ : https://learn.younghappy.com/


RELATED