‘แจ่มจู๊ซ’ น้ำผักผลไม้สกัดเย็นที่คืน ‘ชีวิตใหม่’ ให้นักการเงินที่เคย ‘ติดลบ’ ทางสุขภาพ 

การใช้ชีวิตที่ค่อนข้างหนักและเคร่งเครียดอยู่ในโลกของตัวเลขและบัญชีมากว่า 24 ปี ทำให้ ‘ปักษ์’ ศศินี วรรณวนิช วัย 45 ปี เข้าใจเรื่องการวางแผนชีวิตและการลงทุนเพื่อความมั่นคงเป็นอย่างดี แต่รู้ตัวอีกทีชีวิตของเธอกลับ ’ติดลบ’ ทางสุขภาพ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เธอกลับมาให้ความสำคัญกับการลงทุนที่ควรทำมากที่สุด นั่นคือ การลงทุนเพื่อดูแลสุขภาพของตัวเอง

จุดเปลี่ยนของชีวิตเริ่มต้นมาจากปัญหาสุขภาพที่เกิดจากความเครียดสะสมและการทำงานหนัก เธอตรวจพบว่าตัวเองเป็นไขมันพอกตับตั้งแต่วัย 30 ต้น ๆ ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังมีปัญหาเรื่องฮอร์โมนจนถึงขั้นประจำเดือนผิดปกติทั้งปี มีเลือดออกอยู่ตลอดเวลา ด้วยสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงที่ร่างกายส่งมา เธอจึงหันมาสนใจศึกษาเรื่องโภชนาการอย่างจริงจัง

แรงผลักดันที่ทำให้เธอตัดสินใจกลับมาดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ได้มาจากปัญหาสุขภาพส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความรับผิดชอบในฐานะผู้ดูแลครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอยู่ด้วยกันหลายคน ทั้งพ่อ แม่ และป้า และยังมีลูกชายที่กำลังเติบโตขึ้นมาด้วย

นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากงานประจำตอนอายุ 45 ปี เพื่อมาทำธุรกิจเล็ก ๆ อย่างจริงจัง นั่นคือแบรนด์น้ำผักผลไม้สกัดเย็น ‘แจ่มจู๊ซ’ (Jem-Juice) เพื่อสร้างชีวิตที่สมดุลให้กับตัวเอง และสร้างอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่ง่ายขึ้นสำหรับคนเมือง

ที่มาของชื่อ ‘แจ่มจู๊ซ’ ก็มาจากชื่อ ‘แจ่ม’ ซึ่งเป็นชื่อที่คนในบ้านใช้เรียกลูกชายเล่น ๆ ด้วยความเอ็นดูในช่วง 6 เดือนแรก ด้วยบุคลิกของความสดใส ร่าเริง ใครอยู่ใกล้ก็อดที่จะยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ เธอจึงเลือกใช้ชื่อที่มีความหมายกับตัวเองมาก ๆ มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ เพื่อสื่อถึงความหมายของผลิตภัณฑ์ที่อยากให้ทุกคนได้ดูแลร่างกายให้สดชื่นแจ่มใสและแข็งแรงไปด้วยกัน

สิ่งนี้จึงเป็นมากกว่าการเปลี่ยนอาชีพ แต่คือการเปลี่ยนเพื่อสร้างชีวิตใหม่ที่เธออาจจะยังไม่แน่ใจว่าจะสร้างกำไรทางธุรกิจได้มากน้อยแค่ไหน แต่เธอแน่ใจว่ามันจะเป็นสิ่งที่สร้างกำไรให้กับชีวิตของเธออย่างแน่นอน

ความสะดวกที่มาพร้อมคุณค่า 

“เวลาพูดถึงน้ำผักผลไม้ หลายคนก็จะบอกว่ากินผัก กินผลไม้สด ๆ ดีที่สุดแล้ว แต่ในชีวิตจริงเราคงกินผักผลไม้ให้ได้ปริมาณเพียงพอและหลากหลายชนิดขนาดนั้นได้ยาก น้ำสกัดเย็นมันก็เลยเป็นเหมือนตัวช่วยให้เรากินผักผลไม้ได้สะดวกขึ้นในรูปแบบที่เรามั่นใจว่ายังได้คุณภาพอยู่

“สิ่งที่ทำให้น้ำสกัดเย็นแตกต่างจากน้ำผักผลไม้ทั่วไป คือกระบวนการสกัดเย็นสามารถช่วยเก็บรักษาสารอาหารได้นานกว่าน้ำปั่นหรือน้ำผลไม้คั้นสด โดยน้ำสกัดเย็นสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นธรรมดาได้  3–5 วัน นอกจากนี้ การดื่มน้ำสกัดเย็นยังช่วยให้เราสามารถกินผักและผลไม้หลายชนิดในปริมาณเยอะ ๆ ได้ในครั้งเดียว เราก็เลยคิดว่ามันน่าจะเป็นรูปแบบการดูแลสุขภาพที่ตอบโจทย์ความเร่งรีบของคนเมืองได้ดีที่สุด

“ส่วนการทำน้ำผักผลไม้ปั่น (Smoothie) ดื่มเอง ถึงแม้จะดี แต่ถ้าทำทิ้งไว้นาน ๆ เป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน หรือซื้อมาแล้วดื่มไม่หมด พอเอาไปแช่ตู้เย็นไว้ แล้วหยิบออกมาดื่มอีกครั้ง สารอาหารก็จะหายไปค่อนข้างมาก หรือมีเหลือแค่กากใยอาหาร (Fiber) เท่านั้น

“ส่วนการคั้นสดก็มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถทำได้กับผักและผลไม้ทุกชนิด  นอกจากนี้ผักและผลไม้บางชนิดเมื่อโดนอากาศหรือใช้เครื่องที่มีใบมีดและความร้อนก็จะทำให้สูญเสียสารอาหารไปเช่นกัน

“สำหรับเวลาที่เหมาะสำหรับการดื่ม ถ้าไม่ได้มีปัญหาเรื่องโรคกระเพาะ แนะนำให้ดื่มตอนท้องว่าง ตื่นมาแล้วดื่มเลยดีที่สุด หรือบางสูตรก็เหมาะที่จะดื่มหลังออกกำลังกาย เพื่อเติมสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) และพลังงาน บางสูตรจะดื่มก่อนนอนก็ได้ เพราะจะช่วยให้ผ่อนคลายและช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิต และทำให้นอนหลับสนิทขึ้น”

กว่าจะเป็นน้ำสกัดเย็นในแบบ ‘แจ่มจู๊ซ’

เมื่อเริ่มสนใจเรื่องการดูแลสุขภาพ เธอเลยตัดสินใจไปเรียนเพิ่มเติมและศึกษาเรื่องโภชนาการอย่างจริงจังมากขึ้น เธอใช้เวลาเหลายปีในการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และนักโภชนาการ ลงเรียนคอร์สต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกรายละเอียดที่เธอทำนั้นมีความถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ เราถามว่าทำไมเธอถึงเลือกที่จะทำแบบนั้น เธอตอบสั้น ๆ ว่า “ถ้าเราไม่รู้จริง เราจะไปบอกคนอื่นได้อย่างไร”

“เราพยายามคิดสูตรให้มีความลงตัวระหว่างผักและผลไม้ เพื่อให้ได้รสชาติที่ดื่มง่าย  แม้แต่คนที่ไม่กินผักก็สามารถดื่มได้ ที่สำคัญคือยังได้สารอาหารที่หลากหลาย และยังควบคุมปริมาณน้ำตาลอยู่ หลายคนอาจจะบอกว่าการดื่มน้ำผักผลไม้สกัดอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะมีน้ำตาลเยอะ ปกติเราอาจจะกินผลไม้แค่ 1 ลูกก็อิ่มแล้ว แต่พอเป็นน้ำสกัดเย็น เวลาทำแก้วหนึ่งมันต้องใช้ผลไม้หลายอย่าง และใช้อย่างละหลายลูก เราก็เลยเลือกใช้ผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำ มาผสมกับผักที่ไม่มีน้ำตาล ทำให้รสชาติโดยรวมอร่อย และยังสามารถควบคุมน้ำตาลให้พอดีได้

“ไม่ใช่แค่การคัดเลือกชนิดของผักหรือผลไม้ที่สำคัญ เพราะแม้กระทั่งขั้นตอนการเตรียมก็มีผลต่อการเก็บสารอาหาร เช่น การล้าง การหั่น อย่างการใช้มีดเซรามิกในการหั่นผักจะช่วยเก็บสารอาหารได้ดีกว่ามีดประเภทอื่น หรือการปรุงวัตถุดิบบางชนิดก่อนสกัดเย็น เช่น แคร์รอต ถ้าเราเอามาลวกก่อนนิดหน่อยแล้วค่อยเอามาสกัด ก็จะทำได้สารอาหารมากกว่าการกินแบบสด ๆ  หรืออย่างบรอกโคลีซึ่งไม่ควรกินสด ควรจะลวกน้ำร้อนก่อน 30 – 60 วินาที ดังนั้น เรื่องการควบคุมความสุกก็สำคัญ เราต้องทำให้วัตถุดิบสุกพอดี เพราะถ้าสุกมากเกินไป สารอาหารก็จะละลายไปกับน้ำหมด”

สูตรพิเศษที่ตอบโจทย์ทุกความกังวล ตั้งแต่คนไม่กินผักไปจนถึงผู้ป่วยเบาหวาน

จากการทดลองปรับปรุงสูตรมามากกว่า 100 สูตร แจ่มจู๊ซจึงมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ปัจจุบันแจ่มจู๊ซมีน้ำผักและผลไม้สกัดเย็นทั้งหมด 12 สูตร แบบสูตรปกติ  8 สูตร และแบบช็อตเข้มข้น 4 สูตร

“สูตรที่ขายดีที่สุด คือ ‘Fit and Firm’ ที่ใช้ผักเคลเป็นวัตถุดิบหลัก ช่วยในเรื่องการขับถ่ายและควบคุมน้ำหนัก เป็นสูตรที่เหมาะสำหรับคนที่กินผักยาก ลูกค้าลองดื่มแล้วก็บอกว่า ‘อร่อย สดชื่น ช่วยเรื่องการขับถ่าย’ แม้แต่คนที่ปกติไม่กินผักใบเขียวเลยก็เปิดใจให้สูตรนี้

“ส่วนสูตรที่เราไม่ค่อยเห็นใครทำ และอยากแนะนำ คือ ‘Nighty Night’ เป็นสูตรที่ช่วยดูแลเรื่องการไหลเวียนโลหิต ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และช่วยให้หลับสนิทง่ายขึ้น ใช้ทับทิม ผสมกับบีทรูท แตงกวา และสาลี่ (ผักและผลไม้ 100%) ซึ่งปกติจะไม่ค่อยมีเอาทับทิมมาทำน้ำผลไม้หรอก ถ้าไม่ได้ผสมน้ำ เพราะราคาแพง แล้วมีเป็นบางฤดูกาลเท่านั้น  แต่เราเลือกมาใช้ เพราะทับทิมมีคุณค่าทางอาหารสูงมาก (Superfood) ที่หาไม่ได้ทั่วไป

“อีกสูตรที่อยากแนะนำ คือ ‘No Spike’ ทำขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ป่วยที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยใช้มะระขี้นก ที่มีสารคล้ายอินซูลินธรรมชาติ ผสมกับแอปเปิ้ลเขียวพันธุ์ Granny Smith จากนิวซีแลนด์ ซึ่งมีรสชาติหวานน้อยแต่อมเปรี้ยว เรารู้สึกว่าสูตรนี้มันคือความหวังของคนเป็นเบาหวาน ที่ทำให้เขารู้สึกว่าได้กินอะไรที่มันมีรสชาติ ได้กินผลไม้บ้าง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำตาลมากนัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรกินเยอะอยู่ดี เราก็เลยทำเป็นช็อต เพื่อให้ได้ปริมาณที่เหมาะสำหรับดื่มได้พอดี โดยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ”

ความท้าทายในโลกธุรกิจของสินค้าอายุสั้น

ถึงแม้จะเคยดูแลบริหารจัดการด้านการเงินและภาษีให้กับองค์กรขนาดใหญ่ และมีความรู้ด้านบริหารธุรกิจเป็นทุนเดิมอยู่บ้าง แต่การทำธุรกิจของตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะธุรกิจน้ำผักผลไม้สกัดเย็นที่เป็นผลิตภัณฑ์อายุสั้น

“ช่วงแรกที่เปิดตัวแบรนด์คือเงียบกริบเลย ลูกค้าคงมองว่ามันไม่ใช่ของที่จำเป็นต้องซื้อ หรือไม่ได้เหมือนกาแฟที่กินแล้วเขาเห็นผลทันที แจ่มจู๊ซเป็นธุรกิจที่ค่อยเป็นค่อยไป เราไม่ได้เปิดตัวแบบหวือหวา และด้วยความที่เป็นสินค้าที่อายุสั้นมาก เพราะธรรมชาติ 100%  ฉะนั้นถ้าเราประมาณการผิด เตรียมวัตถุดิบมากหรือน้อยเกินไป มันคือความเสียหายที่ตามมาแบบทันที  ปกติน้ำที่เราทำขายจะเก็บได้ประมาณ 3-5 วัน แต่ถ้าทำมาครบ 3 วัน แล้วยังขายไม่หมดเราก็จะทิ้งเลย ดังนั้น บางช่วงที่ลูกค้าไม่เยอะ เราก็ต้องทิ้งของไปเยอะมาก”

เธอจึงปรับรูปแบบการทำงานใหม่จากการตั้งบูทขายประจำในตึก มาเน้นให้ลูกค้าสั่งแบบพรีออเดอร์แทน เพื่อลดความเสี่ยงในการทิ้งของ เพราะเลือกที่จะผลิตน้ำสกัดเย็นทุกขวดอย่างพิถีพิถัน ซึ่งต้องใช้เวลาและใช้แรงงานในการผลิตค่อนข้างมาก เช่น ต้องคัดเลือกและเตรียมวัตถุดิบอย่างละเอียดก่อนเอาลงเครื่อง เพื่อไม่ให้มีก้านหรือเม็ดของผักผลไม้ปนลงไปในน้ำสกัดเย็น และต้องใช้เครื่องรอบต่ำเพื่อเลี่ยงความร้อน (ที่ทำลายสารอาหาร)

“ถ้าไม่มีรายได้เสริมจากงานฟรีแลนซ์ด้านบัญชี ก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะยึดรายได้จากแจ่มจู๊ซเพื่อเป็นรายได้หลักในการดูแลชีวิต เวลาทำงานมันก็มีบ้างที่ท้อ แต่เราก็ต้องทำต่อ เพราะรู้ว่ามีคนรอเราอยู่ เรามีลูกค้าประจำที่เขาสั่งของเราทุกอาทิตย์ สั่งทีเป็น 10 ขวด เขาสั่งประจำ เราก็เลยหยุดทำไม่ได้”

ความยั่งยืนของการดูแลสุขภาพต้องมาจาก ‘ใจ’

“การที่เราดูแลตัวเอง ร่างกายมันจะค่อย ๆ ปรับตัว เราจะรู้สึกว่าบางครั้งที่เรากินอาหารที่มันไม่ดีต่อสุขภาพ มันจะไม่อร่อยเหมือนเมื่อก่อน เราจะรู้สึกว่ากินแล้วมันไม่ได้ ‘ฟิน’ ขนาดนั้น พอเราดูแลสุขภาพมากขึ้น ถึงแม้ว่าไขมันพอกตับมันจะไม่ได้หายไปทั้งหมด แต่ค่าตับก็ดีขึ้น ก้อนซีสต์ที่มีอยู่ก็มีขนาดเล็กลง ประจำเดือนก็มาตามปกติ

“การเปลี่ยนแปลงตรงนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับตัวเรานะ แต่ยังส่งผลถึงลูกชายด้วย เขาเห็นแม่ทำน้ำสกัดทุกวัน บางครั้งก็ได้มาช่วยทำ เขาก็คงซึมซับมาด้วย จนทุกวันนี้ เวลาที่เขาอยากกินอะไรที่หวาน ๆ สดชื่น ๆ เขาเริ่มถามหาน้ำผักผลไม้สกัดแทนน้ำหวานแล้ว

สิ่งสำคัญในการเริ่มต้นดูแลสุขภาพ อย่างแรกเลยคืออยากให้ทุกคนเปิดใจ อย่างการดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็น หลายคนอาจจะไม่เคยดื่มมาก่อน เราก็อยากให้เปิดใจลอง แล้วดูว่าร่างกายเราเปลี่ยนไหม เปลี่ยนอย่างไรบ้าง ถ้าเราลองทำอย่างต่อเนื่องไปสักระยะ เราจะรู้สึกว่าเราเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง การดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องฝืน แต่ควรเป็นไปโดยธรรมชาติ เราก็จะรู้สึกรักตัวเองมากขึ้น และอยากดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นตามไปด้วย

Credits

Authors

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ