PM2.5 ฝุ่นจิ๋วที่ไม่ได้ทำร้ายแค่ปอด แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงการเจ็บป่วยทางใจ

ปี 2021 มีผู้เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศ (ทั้งมลพิษภายในและภายนอกอาคาร) สูงถึง 8.1 ล้านคนทั่วโลก และมากกว่า 90% เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 รวมทั้งโอโซน และไนโตรเจนไดออกไซด์ (ที่มา : รายงาน State of Global Air 2024 ซึ่งจัดทำโดย Health Effects Institute (HEI) ร่วมกับ UNICEF และ Global Burden of Disease Study (GBD))

เราต่างรู้ดีว่า PM2.5 เป็นภัยต่อสุขภาพมากขนาดไหน ถึงแม้ว่า PM2.5 จะเป็นฝุ่นละอองขนาดจิ๋วที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (เล็กกว่าเส้นผมมนุษย์หลายเท่า) แต่มันกลับเป็นเหมือน ‘เพชฌฆาตที่มองไม่เห็น’ เพราะสามารถผ่านการกรองของจมูก เข้าสู่ถุงลมปอด และซึมเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อเดินทางไปทำลายอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกายได้โดยตรง

การได้รับสัมผัส PM2.5 ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แม้ในระดับความเข้มข้นที่ต่ำมากก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็งปอด โรคหัวใจขาดเลือด โรคเส้นเลือดในสมองตีบ นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งจะทำให้เราเจ็บป่วยง่ายขึ้น แต่ PM2.5 ไม่ได้ทำร้ายแค่สุขภาพร่างกายเท่านั้น เพราะภัยจาก PM2.5 ยังเพิ่มความเสี่ยงและส่งผลกระทบต่อการเจ็บป่วยหรือเกิดปัญหาด้านสุขภาพจิตด้วย

PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างไรบ้าง ?

1. กระตุ้นการอักเสบในสมอง

เมื่อร่างกายได้รับ PM2.5 เป็นเวลานาน สมองจะเกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันในสมอง (microglia) ถูกกระตุ้นมากผิดปกติ ส่งผลให้อารมณ์แปรปรวน เกิดความเครียด และความผิดปกติทางอารมณ์หลายชนิด

2. เพิ่มความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล

งานวิจัยจากหลายประเทศ พบว่า ผู้คนที่อาศัยในพื้นที่ที่มี PM2.5 สูง มีความเสี่ยงที่จะเกิด ภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลมากขึ้น ทั้งในผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และบางการศึกษาพบในเด็กและวัยรุ่นด้วย

3. รบกวนสารสื่อประสาทที่ควบคุมอารมณ์

PM2.5 อาจส่งผลต่อสมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง เช่น

เซโรโทนิน (Serotonin) → สารที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความสุข

โดปามีน (Dopamine) → สารที่เกี่ยวข้องกับแรงจูงใจ ความพึงพอใจ

กาบา (GABA) → สารที่ช่วยลดความวิตกกังวล ช่วยให้สมองผ่อนคลาย

เมื่อสารเหล่านี้เสียสมดุล อาจนำไปสู่อาการซึมเศร้า วิตกกังวล นอนไม่หลับ และความเครียดเรื้อรัง

4. ทำให้สมองอยู่ในภาวะเครียดออกซิเดชัน (ภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายขาดความสมดุลระหว่างอนุมูลอิสระ และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งกระตุ้นให้เซลล์เกิดการอักเสบและเสียหาย นำไปสู่ความผิดปกติและความเสี่ยงของโรคที่เพิ่มขึ้น)

PM2.5 กระตุ้นการสร้างอนุมูลอิสระในสมอง ส่งผลให้เซลล์ประสาทถูกทำลายง่ายขึ้น และโครงสร้างสมองบางส่วนเสื่อมลง กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านอารมณ์ ความจำ และการควบคุมความคิด

นอกจากนี้ การศึกษาในประเทศเกาหลีใต้ พบว่า ในระยะยาวหากระดับ PM2.5 เพิ่มขึ้น ทุก ๆ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะทำให้ความเสี่ยงในการเกิดภาวะซึมเศร้าในกลุ่มคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นประมาณ 36% (Park และคณะ, 2024)

ส่วนงานวิจัยในประเทศจีนที่มีผู้เข้าร่วมเกือบ 16,000 คน พบว่า การได้รับ PM2.5 มีความเกี่ยวข้องอย่างชัดเจนกับอาการซึมเศร้าในผู้ใหญ่วัยกลางคนและผู้สูงอายุ โดยพบผลกระทบที่ชัดเจนมากขึ้นในกลุ่มคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ มีกิจกรรมทางกายน้อย หรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศ นอกจากนี้ยังพบว่า หากระดับ PM2.5 ลดลงทุก ๆ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะช่วยลดระดับอาการซึมเศร้าลงได้ประมาณ 4% (Yao และคณะ, 2022)

และในส่วนของการศึกษาในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม พบว่า เมื่อระดับ PM2.5 รายวันเพิ่มขึ้นทุก ๆ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากปัญหาสุขภาพจิตและพฤติกรรมก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Thuong และคณะ, 2022)

ทุกวันนี้ PM2.5 จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัญหาฝุ่นควันตามฤดูกาล แต่คือปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจในระยะยาว ในช่วงที่ฝุ่นหนา หากคุณรู้สึกหงุดหงิด วิตกกังวล หรือเศร้าบ่อยกว่าปกติ นั่นอาจไม่ใช่แค่อารมณ์ที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังส่งถึงคุณก็เป็นได้

https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2666765724001212

https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10950980/

https://www.stateofglobalair.org/resources/archived/state-global-air-report-2024

https://www.healthdata.org/news-events/newsroom/news-releases/air-pollution-accounted-81-million-deaths-globally-2021-becoming?utm

Credits

Author

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ