ฤดู 'ดอกงิ้ว' ตามผู้เฒ่าไปเก็บดอกไม้มาทำอาหาร

28 มีนาคม 2564 | read : INTERVIEW

เรียบเรียง : อชิตา พุ่มแจ้

ภาพ : วิเชษฐพงษ์ เผ่ากล้า

‘ดอกงิ้ว’ อาหารตามฤดูกาลจากป่าหลังบ้าน


        ‘ดอกงิ้ว’ เป็นดอกของ ‘ต้นงิ้ว’ หรือ ‘เงี้ยว’ ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีหนามแหลมโตทั่วลำต้น กิ่งก้านแตกสาขาจำนวนมาก ทางภาคเหนือมักพบเห็นต้นงิ้วได้ตามริมแม่น้ำ ชายป่า และสองข้างของถนน


        พ่อสำรวย ผัดผล วัย 57 ปี นายก อบต. เมืองจัง อ.ภูเพียง จ.น่าน เล่าให้ฟังว่า พอถึงช่วงฤดูที่ดอกงิ้วบาน ชาวบ้านโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัยหลังเสร็จจากภารกิจส่งหลานไปโรงเรียน ว่างเว้นจากการทำสวน พวกเขาก็มักจะชักชวนกันออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังต้นงิ้ว และแม้ว่าต้นงิ้วจะเติบโตได้ดีในป่าเขา แต่ด้วยความสูงของลำต้นและสีสันที่โดดเด่นของดอกงิ้วก็ทำให้หาเก็บกินกันได้ไม่ยากนัก 


        เมื่อเหล่าแม่อุ๊ยมุ่งหน้ามาถึงต้นงิ้วที่หมายตาไว้ ก็จะพากันเดินเก็บดอกแก่ที่ร่วงหล่นจนเต็มตะกร้า แล้วมองหาที่นั่งเหมาะ ๆ เอาดอกงิ้วที่เก็บได้มาเทรวมกัน นั่งเด็ดส่วนของกลีบดอกออก ใครที่เลี้ยงหมูก็สามารถนำกลีบดอกไปเป็นอาหารเลี้ยงหมูได้ เหลือเอาไว้แค่ส่วนที่เป็นเกสร รูดเม็ดดำ ๆ บนปลายเกสรออก หรือตามภาษาของชาวบ้านเรียกว่าขี้ตา เหลือไว้แค่ก้านเกสรสีน้ำตาล แล้วฉีกออกเป็นช่อ ๆ ใส่กระด้งแล้วนำกลับไปตากแดดที่บ้าน 


        วันรุ่งขึ้นเมื่อเกสรดอกงิ้วแห้งสนิทก็จะนำมาแบ่งปันกัน เพื่อนำไปปรุงเป็นเมนูอาหาร บางบ้านเก็บใส่ถุงไว้กินทั้งปี บ้างก็นำไปตระเวนขายตามบ้าน ตามตลาดนัดชุมชน หรือส่งจำหน่ายให้กับพ่อค้าคนกลาง กิโลกรัมละ 200 บาท เพื่อเป็นรายได้เสริม

        แม้ต้นงิ้วจะเป็นไม้ดั่งเดิมอยู่คู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ ทนแล้ง ทนฝน อายุยืน แต่ปัจจุบันก็เริ่มที่จะหายากขึ้นทุกวัน พ่อสำรวยบอกว่า ที่ตำบลจัง อำเภอภูเพียง และอีกหลายตำบลหลายอำเภอในจังหวัดน่าน ก็เริ่มที่จะเห็นถึงความสำคัญ และได้มีการอนุรักษ์ โดยสนับสนุนให้ผู้สูงวัยนำต้นกล้าต้นงิ้วไปปลูกตามหัวไร่ปลายนา เพื่อไม่ให้สูญหายไปจากวิถีชีวิตและลูกหลาน เมื่อต้นโตออกดอกก็จะได้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านและผู้สูงวัยที่ไม่มีงานทำ 


             เดิมดอกงิ้วมักนิยมกินกันในหมู่ชาวไทใหญ่ หรือชาวเงี้ยวที่อพยพมาจากพม่า โดยนำดอกงิ้วมาทำเป็นเมนูน้ำเงี้ยว หรือน้ำหมากเขือส้ม ที่สืบทอดวัฒนธรรมการกินมาจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ ก่อนจะแพร่กระจายไปทั่วภาคเหนือตอนบน

        ดอกงิ้วแห้งในน้ำเงี้ยวไม่ใช่แค่ให้รสสัมผัสเอร็ดอร่อยคล้ายเนื้อสัตว์ แต่ยังมีแคลเซี่ยมสูงลิ่ว มากกว่านมวัวถึง 3 เท่า โดยดอกงิ้วมักจะถูกนำมาเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารกินกันในบ้าน และตามวาระงานเลี้ยงต่าง ๆ รวมไปถึงงานพิธีกรรมมงคลและอวมงคล ไม่ว่าจะเป็นเมนูยอดนิยมอย่างขนมจีนน้ำเงี้ยว ข้าวซอยเงี้ยว แกงแค แกงบอน ลวกจิ้มกินกับน้ำพริก หรือดอกงิ้วชุบแป้งทอดกรอบ

        เมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลหยุดยาวผู้คนเดินทางกลับบ้านเกิด เช่น ช่วงสงกรานต์ อาหารที่ทำจากดอกงิ้วก็มักจะถูกนำมาทำกิน ต้อนรับลูกหลานกลับบ้านเสมอ ไม่ต่างจากการกินส้มตำของลูกอีสาน หรือสะตอที่ทำให้คิดถึงปักษ์ใต้ ในอีกทางหนึ่ง ดอกงิ้วจึงทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายที่สื่อถึงบ้านเกิดของลูกหลานชาวเหนือที่ไปอยู่ไกลบ้านและความคิดถึงของพ่อแม่ที่รอคอยลูกกลับบ้าน


ขอบคุณข้อมูลจาก :

พ่อสำรวย ผัดผล วัย 57 ปี นายก อบต. เมืองจัง อ.ภูเพียง จ.น่าน 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

RELATED