'แม่ตุ๊' TikToker วัย 70 ปี ที่เชื่อว่า "ไม่มีใครแก่เกินเรียน"

read : WORK & BUSINESS


“ทันทีที่แม่รู้ว่าตัวเองอยากทำ TikTok แม่ก็ตัดสินใจลงเรียนอย่างจริงจังเลยว่าเขาตัดต่อกันอย่างไร อัดคลิปอย่างไร จะทำอะไรเราต้องรู้ให้จริง ไม่ต้องกลัว ไม่มีใครแก่เกินเรียน”

มนุษย์ต่างวัยพาไปทำความรู้จัก แม่ตุ๊ ประไพศรี ไทพาณิชย์ วัย 70 ปี TikToker จากช่อง “แม่ตุ๊สอนทำอาหาร” ที่มีผู้ติดตามถึง 93 ,000 คน ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี แต่กว่าที่แม่ตุ๊ จะมาเป็น TikToker วัยเกษียณชื่อดัง เธอต้องใช้เวลาไม่น้อยในเรียนรู้ก่อนจะพาตัวเองออกสู่โลกออนไลน์ที่คนเจนฯ ป้าตุ๊ น้อยคนนักจะกล้าทำ

“นี่คือโลกของคนยุคใหม่ ที่ไม่ได้ต้อนรับคนยุคเก่าแบบแม่ ตอนแรกก็กล้วว่าทำคลิปลงไปจะมีใครสนใจดูคนแก่แบบเรา”

แต่เพราะลูกเห็นว่าแม่ว่างงานเนื่องจากสถานการณ์โควิดและเริ่มมีอาการเหงา จนกลัวว่าแม่จะเป็นซึมเศร้า ลูกๆ จึงชวนแม่ถ่ายคลิปทำอาหารกันสนุกๆ และโพสต์ลงสู่โลกออนไลน์ หลังจากโพสต์ได้ไม่ถึง 10 นาที ผลตอบรับก็ดีเกินคาด

เมื่อมียอดผู้ชมถึง 600 วิว อาจจะน้อยนิดเมื่อเทียบกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังรุ่นหลาน แต่นั่นก็เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้แม่ตุ๊ตัดสินใจที่จะทดลองดูสักตั้งกับการสร้างคอนเทนต์ที่เธอถนัดลง TikTok และตัดสินใจลงเรียนคอร์สการทำ TikTok อย่างจริงจัง เพื่อรู้จักกับโลกใบใหม่ด้วยความเชื่อมั่นว่า “ไม่มีใครแก่เกินกว่าที่จะเรียนรู้”


เมื่อพิพิธณ์ภัณฑ์ปิดตัวลงก็เหมือนกิจกรรมในชีวิตเริ่มหายไป

แม่ตุ๊ ประไพศรี ไทพาณิชย์ วัย 70 ปี เล่าย้อนไปถึงก่อนที่จะเริ่มมาทำ TikTok ว่า ก่อนหน้านี้เธอเป็นอดีตข้าราชการในกรมสรรพพากร ทำงานตั้งแต่ยุคที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ ต้องบันทึกข้อมูลภาษีผ่านการจด กว่าที่กรมฯ จะนำคอมพิวเตอร์เครื่องแรกมาใช้เธอก็อายุย่างเข้า 40 ปีแล้ว ถึงเพิ่งจะได้เริ่มเรียนการใช้คอมพิวเตอร์ แต่ก็นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยจุดประกายให้แม่ตุ๊ รู้สึกชอบการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ

“ระหว่างทำงานก็ได้มีโอกาสไปรู้จักและเรียนรู้การทำศิลปะในขวดแก้ว แม่ก็ฝึกจนชำนาญและเกษียณตัวเองออกมาทำพิพิธภัณฑ์ศิลปะในขวดแก้ว ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2544 เป็นหนึ่งในไม่กี่คนในประเทศไทยที่สามารถทำศิลปะแบบนี้ได้ ตอนนั้นมีความสุขมาก เราก็นั่งไปตั้งแต่ 11 โมงเช้า จนถึง 5 ทุ่ม เพลิดเพลินอยู่ในโลกของเรา ซึ่งงานของแม่ก็จะนำไปขายเป็นของฝาก ของที่ระลึก และบางส่วนก็มีโชว์ที่พิพิธภัณฑ์

“แต่เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น บวกกับสถานการณ์โควิด- 19 ที่ไม่มีนักท่องเที่ยว สุดท้ายงานที่แม่รักก็ต้องหยุดไป พิพิธภัณฑ์ปิดตัวลง สิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่คือโลกมันเหงาและเวลาผ่านไปช้า เพราะเราคือคนที่ทำงานมาทั้งชีวิต จะให้มานั่งเฉยๆ มันทำให้ชีวิตเราไม่มีความสุข การเริ่มต้นค้นหากิจกรรมชีวิตใหม่ๆ จึงเริ่มต้นขึ้น ซึ่งการทำ TikTok ก็เป็นหนึ่งในนั้น”


TikTok คือโลกของหนุ่มสาว คนแก่แบบเราใครเขาจะต้อนรับ

“ก่อนหน้านี้แม่เองก็ไม่เคยคิดที่จะเล่นโซเชียลเลยเพราะเราคิดว่านี่คือโลกของเด็กๆ เป็นพื้นที่ของคนรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่าแบบเราเข้าไปมันก็ดูจะผิดที่ผิดทาง จะให้แม่ไปเต้นแม่ก็เต้นไม่เป็น มันไม่ใช่ตัวเราด้วย เราทำไปเราก็จะไม่มีความสุข เส้นทางนี้คงไม่เหมาะกับแม่จริงๆ

“ตอนนั้นแม่เองก็ไม่มีอะไรทำ วันๆ ดูโทรทัศน์บ้าง ทำงานบ้านบ้าง จนลูกเขารู้สึกได้ว่าเราเครียดและเบื่อ ลูกก็เลยพยายามหากิจกรรมมาให้เราทำ และหนึ่งในข้อเสนอก็คือการทำ TikTok ยาขมที่เราคิดว่าไม่มีวันที่ฉันจะเล่น ลูกก็พยายามอธิบายและ เปิดแอปพลิเคชันให้ดูว่า TikTok ไม่ได้มีแค่เต้นอย่างเดียวนะแม่ เขามีอะไรที่เป็นสาระก็เยอะทั้งคนทำอาหาร คนเล่าข่าว คนสอนภาษา เราก็เริ่มสนใจ ด้วยความชอบการเรียนรู้มาตั้งแต่สมัยสาวๆ ก็เลยลองดูสักตั้ง

“ปกติแม่จะเป็นคนชอบทำอาหารและมีสูตรอาหารโบราณเยอะ ลูกก็เลยแนะนำว่า งั้นทำเป็นช่องที่สอนทำอาหารแล้วกันนะแม่ เราก็เลยลองดู ถือว่าได้ถ่ายเล่นๆ ขำๆ กันสนุกๆ ในครอบครัว ปรากฏว่าลงคลิปไม่ถึง 10 นาที คนดู 600 กว่าคน แม่ตกใจมากว่ามีคนดูจริงๆ เหรอเนี่ย ตั้งแต่นั้นแม่ตุ๊เลยตั้งมั่นเลยว่าจะมาทำเล่นๆ ไม่ได้แล้ว เราต้องจริงจัง คลิปนั้นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้แม่ลงสมัครเรียนการทำคอนเทนต์ TikTok ทันที

 

“สิ่งที่ทำให้แม่ตัดสินใจเรียน เพราะแม่คิดว่าการจะทำอะไรสักอย่างเราต้องรู้ให้จริง ไม่มีใครแก่เกินกว่าที่จะเรียนรู้ แม่ไม่อายเลยนะ แม้ว่าตอนนั้นแทบจะเป็นนักเรียนที่อายุเยอะที่สุดในห้อง

“หลักสูตรที่แม่ตุ๊เรียนจะเรียนผ่านไลน์ ครูก็จะวิดิโอคอลมาสอน เรียนวันละหลายชั่วโมงเหมือนกันนะ สอนตั้งแต่หลักการทำคอนเทนต์ที่ต้องพูดให้เอาคนให้อยู่กับเราภายใน 5 วินาที ต้องสั้น กระชับ เข้าประเด็นเลย เช่น ถ้าแม่ตุ๊จะสอนทำน้ำปลาหวาน แม่ตุ๊ก็จะพูดว่า “ แจกสูตรน้ำปลาหวานสะเดาบ้านแม่ตุ๊เองค่ะ ” สั้นกระชับเข้าใจทันที

"ตัดต่อแม่ก็ใช้แอปพลิเคชันในมือถือตัดเลย อันไหนยาวแม่ก็ตัดออก และก็เพิ่มตัวหนังสือ เพิ่มเพลงให้ดูน่าสนุก ซึ่งตัดต่อแม่ตุ๊ก็นั่งทำเอง แรกๆ ก็นั่งเป็นวันเหมือนกัน หลังๆ เราก็คล่องหน่อยก็ใช้เวลาน้อยขึ้น

“หน้าปกแม่ตุ๊ก็ต้องออกแบบเป็นกราฟิกเบื้องต้นที่แต่งรูปในโทรศัพท์ได้ ครูก็จะสอนถ่ายภาพหน้าปกคลิปว่าต้องเป็นอย่างไร ใส่ตัวหนังสืออย่างไร บางคนที่เข้ามาดูในช่องแม่ก็ชมกันเยอะว่าไม่น่าเชื่อว่าแม่ตุ๊ทำเอง

“คนอื่นมองมาเขาคงว่าแปลกดีแก่แล้วยังมาเรียนทำ TikTok แต่สำหรับแม่ทุกอย่างคือความสนุกและโลกใบใหม่ แม่ก็ตั้งใจทำทุกคลิป คนดูก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนยอดคนดูสูงสุดมากถึง 6 0,000 วิว


น้ำพริกแม่ตุ๊เปิดออเดอร์กี่รอบก็เต็มทุกรอบ

“แม่เริ่มต้นทำด้วยหัวใจที่อยากจะแบ่งปันสูตรอาหารเพื่อหวังว่าลูกๆ หลานๆ จะได้ไม่ต้องกินแต่อาหารถุง ได้ลองทำอาหารกินกันเองแบบง่ายๆ ทุกคลิปเราก็คิดว่าเป็นประโยชน์แม่เลยตั้งใจเต็มที่ คนก็ตอบรับกันเยอะมากจนมีคนอยากชิมอาหารแม่ตุ๊ โดยเฉพาะน้ำพริก จึงเป็นจุดเริ่มต้นและจุดประกายอาชีพใหม่ให้กับแม่

“สิ่งที่แม่ได้จาก TikTok นอกจากความสนุก งานรีวิวต่างๆ ที่ติดต่อเข้ามา หนึ่งในนั้นแม่ก็ยังมีโอกาสได้ขายน้ำพริก ซึ่งแม่ทำเอง แต่ลูกจะเข้ามาช่วยออกแบบขวดน้ำพริก เป็นน้ำพริกโบราณจริงๆ สูตรจากต้นตระกูลที่สอนต่อๆ กันมา ทุกครั้งที่เปิดขายก็จะมีคนมาซื้อกันเต็ม แม่ก็ต้องนั่งแพ็คของ ส่งของ ทำจนรู้ว่าต้องไปส่งขนส่งอะไรถึงจะเร็ว ขนส่งไหนแพง ขนส่งไหนดี ก็เป็นความสนุกในแบบที่หลายคนคงไม่คิดว่าคนวัย 70 จะทำ”


แม่ตุ๊ เล่าทิ้งท้ายอีกว่า "สุดท้ายนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่วันนี้มีคนดูคลิปเยอะ มีคนมาจ้างงาน หรือขายน้ำพริกได้เยอะ เพราะแม่เองก็แก่แล้ว หาเงินมากแค่ไหนตายไปก็เอาติดตัวไปไม่ได้ แต่กำไรของแม่คือ การก้าวผ่านข้อจำกัดของวัยที่เราคิดว่า เราคือคนแก่ไม่สามารถทำเหมือนวัยรุ่นที่เขาทำกันได้ แต่พอได้เปิดใจเรียนรู้อย่างจริงจัง แล้วเราได้ลงมือทำ และทำได้ สิ่งเหล่านี้แหละคือกำลังใจของแม่

“ยิ่งไปกว่านั้นคือ ตอนนี้แม่ตุ๊นอกจากจะมีหน้าที่เป็น Influencer ก็ยังเป็นแรงบันดาลใจไปอบรมสอนการทำ TikTok ให้กับเพื่อนๆ วัยเกษียณ โลกของแม่ตอนนี้ก็สดใสไม่เหงาอีกต่อไป เพราะมีทั้งรายได้ มีเพื่อนใหม่ๆ และยังได้ทำประโยชน์ต่อส่วนรวมอีกด้วย

“สุดท้ายนี้เราอยู่ในวัย 70 แล้ว ไม่ต้องกลัวที่จะออกไปทำอะไรใหม่ๆ มันคือช่วงเวลาที่เราควรจะสนุกกับโลกเพราะเราไม่มีภาระต้องกังวลเกี่ยวกับลูกแล้ว อยากเรียนอะไรเรียนไปให้สุดทางเพราะอายุไม่ใช่ข้อจะกัดของการเรียนรู้”

RELATED