“โลกภายนอกมันเป็นสิ่งที่เราควบคุมได้น้อย หรือแทบจะควบคุมไม่ได้ แต่โลกภายในมันเป็นสิ่งที่เราเรียนรู้ที่จะจัดการได้” – นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล

“ตอนอายุน้อย ๆ แต่ละคนอาจจะจัดเรียงส่วนผสมของชีวิตได้ไม่ค่อยดีนัก เพราะเขาไม่ค่อยมีเวลาได้ตกผลึกข้อคิดในแต่ละด้าน แต่พอเวลาที่อายุล่วงเลยมาจนถึง 50 หรือ 60 ปี ที่มีความตายรออยู่เบื้องหน้า โฟกัสมันก็ชัดขึ้น และทำให้เราตัดสินใจหลายเรื่องได้ดีขึ้น

“ผมมักจะเจอคนสูงอายุอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือกลุ่มที่มีความแข็งตัวมากในวิธีคิดและความเชื่อของเขา นั่นแปลว่าตลอดชีวิต เขาจะตอกย้ำระบบความเชื่อเขา และไม่ยอมขยับไปไหน คนกลุ่มนี้เปลี่ยนแปลงยาก และเข้ากับคนอื่นได้ยาก ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มที่เรียนรู้อยู่เรื่อย ๆ มีความลื่นไหลและความยืดหยุ่น ซึ่งคุณลักษณะพวกนี้มันสะท้อนอยู่ในตัวเรา ตั้งแต่ตอนที่เรายังอายุน้อยแล้ว มันคือการปิดหรือเปิดรับสิ่งต่าง ๆ ถ้าเราอยากจะดูว่าชีวิตเราจะไปได้ดีหรือไม่ เราก็ต้องดูว่าเราเป็นคนเปิดรับแค่ไหน”

นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล จิตแพทย์ และผู้ก่อตั้งเพจ ‘หมอประเวช ตันติพิวัฒนสกุล’ และช่องยูทูบ ‘ปลดล็อกกับหมอเวช’ พูดถึงประเด็นการเตรียมพร้อมชีวิตให้มั่นคงทั้งภายนอกและภายใน เพื่อให้ชีวิตไปต่อได้ ในวันที่คนเราอาจต้องอยู่ยาวขึ้น   

“การฝึกให้เรามีอิสรภาพจากข้างในมีคำสำคัญอยู่ 3 คำ คือ การเปิดรับ ความยืดหยุ่น และความสุขสงบภายใน ถ้าเรามีนิสัยที่เปิดรับ เราอาจไปเข้าร่วมกิจกรรมบางอย่าง ทดลองทำบางสิ่ง แล้วค่อยตัดสินใจว่าเราจะทำต่อหรือไม่ แต่บางคนจะมีกรอบตรงนี้ล็อกเขาไว้ตั้งแต่อายุยังน้อย ให้ไปไหนก็ไม่ไป ทำอะไรก็ไม่ทำ ถ้าเราอยากฝึก เราต้องไม่ใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจอย่างเดียว ให้พยายามมีพื้นที่ไว้ลองของใหม่ เจอเพื่อนใหม่ ไปสถานที่ใหม่ กินอาหารแบบใหม่ ทำกิจกรรมแบบใหม่ การทดลองเหล่านี้มันเหมือนการออกนอกคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง เมื่อเราออกนอกคอมฟอร์ตโซนบ่อย ๆ เราจะรู้ว่ามันมีบางอย่างดี ๆ ที่รอเราอยู่ มันอาจดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ถ้าเราเริ่มเก่งขึ้น เราก็จะเริ่มเลือกได้ดีขึ้น

“ต่อมาเราอาจจะสังเกตดูว่าเรามีความยืดหยุ่นแค่ไหน จากเวลาที่เราเดินทาง ท่องเที่ยว แล้วมีข้อจำกัดบางอย่างเกิดขึ้น เช่น เรากำลังจะไปที่หนึ่งแต่มันปิด เรารู้หรือไม่ว่าตอนนั้นเราต้องการอะไร เราจะปรับตัวอย่างไร เราเรียนรู้ได้หรือไม่ หรือเราจะไหลไปตามสถานการณ์นั้น ถ้าเราทำแบบนั้นได้เราจะเห็นตัวเองมีความยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้างนอก เราก็มีความสุขข้างในได้ สุดท้ายคือการตรวจดูความสุข ความสงบที่อยู่ในใจ ไม่ว่าข้างนอกจะเป็นอย่างไร เราจะมีพื้นที่ข้างในที่ทำให้ตัวเองมีความสุข และความเพลิดเพลินได้อยู่

“คนเราใช้คำว่า ‘อิสระ’ ไม่เหมือนกัน บางคนกลัว ไม่รู้ว่าพอเกษียณแล้วอยู่บ้านเฉย ๆ เขาจะใช้ชีวิตแบบไหน เพราะตอนทำงานเคยมีบทบาท มีโครงสร้างในการใช้เวลาที่ค่อนข้างชัด ต้องมาทำงาน มาเจอเพื่อน กินข้าวกับเพื่อน ฯลฯ การที่คนเราจะใช้ ‘อิสระ’ เป็น เราต้องเข้าใจก่อนว่าอิสรภาพนั้นมันมีทั้งข้างนอก ข้างใน การที่เราฝึกสร้างอิสรภาพภายในไว้ มันจะทำให้เราใช้อิสรภาพภายนอกได้ดีขึ้น หรือต่อให้ภายนอกไม่มีอิสรภาพ ข้างในเราก็สามารถมีอิสรภาพได้อยู่ดี

“ผมเกษียณก่อนเกณฑ์ประมาณ 5-6 ปี มีเกณฑ์บางข้อที่ผมตั้งไว้ ข้อแรก คือ ผมจะหวังพึ่งเงินบำนาญเป็นรายได้หลักในตอนเกษียณไม่ได้ เพราะตอน 30 กว่าผมเคยเห็นข่าวครูเกษียณในประเทศจีนต้องมายืนอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ตามแผงข้างทาง เพราะเงินบำนาญไม่พอสำหรับซื้อหนังสือพิมพ์รายวัน ซึ่งข่าวนี้มันสั่นสะเทือนใจผมมาก ๆ นอกจากนี้ ผมเห็นรุ่นพี่ที่เกษียณอายุราชการในระดับ C9 ซึ่งเขาเกษียณออกมาด้วยเงินเดือนที่ค่อนข้างสูงในตอนนั้น แต่พอเวลาผ่านไป เงินบำนาญที่เขาได้รับมันก็ไม่เพียงพอที่จะใช้ชีวิตชานเมืองในกรุงเทพฯ ให้ดีได้เท่าไรนัก

“ข้อสอง ผมรู้แค่ว่าต้องฝึกปรือฝีมือในด้านการเยียวยา เพราะนั่นเป็นหนึ่งในเส้นทางอาชีพที่ผมทำได้ แต่ไม่เคยคิดว่าจะมาไลฟ์ หรือเปิดช่องยูทูบ เพื่อสอนหรือแบ่งปันความรู้ให้กับคนอื่น เพราะเทคโนโลยีตอนนั้นมันก็ไม่ได้มีให้เราเห็น แต่มันก็เป็นโอกาส ด้วยความที่ก่อนหน้านั้นเราถูกงานที่เราไม่ชอบ บังคับให้เราต้องฝึกฝีมือหรือทักษะบางอย่าง ซึ่งทำให้ผมเห็นชัดว่า บางทีเราอยู่ในงาน เรามีหน้าที่บางหน้าที่ที่เราไม่อยากทำ เช่น ผมเป็นคนอินโทรเวิร์ตมาก ๆ ผมไม่อยากให้สัมภาษณ์สื่อ แต่ปรากฏว่าช่วงหนึ่งผมกลับต้องทำหน้าที่นั้นบ่อย ซึ่งมันกลายเป็นต้นทุนชีวิตอย่างหนึ่งที่ดีมากของผม ผมไม่รู้หรอกว่าชุดทักษะไหนที่จะได้นำไปใช้ในอนาคต ผมรู้แค่ว่าอะไรเข้ามาเราก็เล่นสนุกกับมันได้ นั่นคือผลลัพธ์ที่เกิดจากการเรียนรู้ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาด้วยการเปิดรับ

“ก่อนที่จะเกษียณผมคิดถึง 3 เรื่อง คือ หนึ่งผมต้องหาลู่ทางการสร้างรายได้ สองผมต้องการเวลาของชีวิตเพื่อเตรียมตัวสำหรับชีวิตในช่วงปลาย ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ได้วางแผน แต่ผมกลับคิดว่ามันสำคัญมาก เพราะช่วงเกษียณเป็นช่วงที่เราไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมากำหนดชีวิตมาก เรามีอิสรภาพที่จะทำได้หลายอย่าง มันเป็นพื้นที่ว่างที่เราจะใส่อะไรลงไปก็ได้ ผมเลยต้องการเวลาไปเตรียมตัว ส่วนอีกพื้นที่คือพื้นที่ในการทำงานด้านสังคม ซึ่งตรงนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าคิดว่าตัวเองมีประสบการณ์ และอยากแบ่งปัน

“เราต้องวางแนวคิดว่าการ ‘เกษียณ’ เป็นเส้นสมมุติที่สังคมสร้างขึ้น ย้อนกลับไปสมัยโบราณก็ไม่มีแนวคิดเรื่องเกษียณ ชาวไร่เขาก็ไม่เกษียณ ถ้าร่างกายเขายังทำงานได้ คนทำธุรกิจส่วนตัว 70 แล้วเขาก็ยังไม่ยอมเลิกเลย มีแต่คนทำงานกินเงินเดือนที่คิดว่าพออายุเท่านี้แล้วฉันจะเกษียณ จริง ๆ เราต้องหาว่าหลังจากที่เราจบอายุงานแบบทางการแล้ว เราจะใช้ชีวิตอย่างไรต่อ หนึ่งในนั้นน่าจะมีแนวคิดในเรื่องสร้างรายได้เสริม ซึ่งจะเป็นอะไร แต่ละคนต้องลองออกแบบดู”

รับชมคลิปสัมภาษณ์ได้ที่นี่

“ชีวิตไม่ว่าจะสั้นหรือยาว ก็อยากให้จอยกว่าเดิม”

ชวนมา “ลอง” พบกับประสบการณ์ที่จะทำให้มอง Longevity ในมุมใหม่

“ลอง” ตั้งคำถามกับชีวิตที่อาจยืนยาวกว่าที่คิด

“ลอง” หาไอเดียใหม่ ๆ เพื่อออกแบบชีวิตที่อยากใช้ให้มีความหมายมากขึ้น

“ลอง” ทำสิ่งที่ไม่เคยทำ เพื่อค้นหาคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง ที่จะทำให้เรารู้สึกว่ายังอยากตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตในทุกวันพรุ่งนี้

พบกับ นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล

ได้ที่งานมนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ‘ลองGEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม’

12-14 มิถุนายน 2569

Impact Exhibition Center Hall 6

เปิดให้ลงทะเบียนเข้างานแล้ว

คลิกเพื่อลงทะเบียน

Credits

Author

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ