Little Monster เพจที่เชื่อว่า ‘ครอบครัว’ คือคนหลากหลายที่ใช้ชีวิตด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

read : GENERATION GAP


ก่อนที่จะสร้างครอบครัวของตัวเอง เราทุกคนล้วนผ่านการเลี้ยงดูจากพ่อแม่มาก่อนเสมอ

“ย้อนกลับไปสมัยเด็ก เราเป็นเด็กเรียบร้อย แต่เอาจริงเอาจังด้านการเรียนรู้ คุณพ่อไม่เคยบอกให้ทำการบ้านหรืออะไรเลย เพราะเราทำก่อนที่เขาจะถามเสมอ จนบางทีพ่อต้องเดินมาบอกว่า ไม่ต้องขยันตลอดเวลาก็ได้ สอบแค่พอผ่าน ไม่ต้องดีมาก แต่เรารู้สึกว่าสาเหตุที่เราต้องขยันเพราะพี่ชายเรียนเก่ง ส่งผลให้ต้องขวนขวายตามให้ทัน และอีกสาเหตุในใจลึกๆ คือเราเป็นคนขี้กังวลและกลัวจนต้องกดดันตัวเองอยู่เสมอ

“ในวัยเด็กเรามีนิสัยขี้กลัวมาก กลัวแทบทุกอย่าง ไม่กล้าแม้กระทั่งไปต่อแถวแลกคูปองในโรงอาหาร ค่อนข้างสันโดษ เก็บตัวต่างจากที่เป็นอยู่ตอนนี้ลิบลับ ถ้าสมัยนั้นพ่อบอกให้เราเดินทางไปโรงเรียนเองโดยใช้รถเมล์ นี่แทบจะร้องไห้ทันที เพราะเราตัวเล็ก บางทีกดออดไม่ถึงก็อาย จะตะโกนบอกคนขับก็ไม่กล้า เราไม่ค่อยเข้าสังคม มีเพื่อนไม่มาก บ้านเราเมื่อก่อนมี 2 ชั้น พอรู้ว่ามีแขกมาที่บ้าน เราก็จะวิ่งขึ้นชั้นบนทันทีเลย ไม่ลงมาสุงสิง

“เราไม่กล้าทำอะไรเลยในสมัยนั้น เรารู้ว่าแม่เลี้ยงมาแบบที่เรียกว่า ประคบประหงม ประกอบกับในวัยเด็กเราเป็นคนที่เอาความกลัวเป็นแรงผลักดัน ไม่ได้เอาความมั่นใจหรือแรงบันดาลใจเป็นแรงกระตุ้นในชีวิต จนพ่อแม่เริ่มรู้สึกว่า บางทีการสอนลูกแบบประคบประหงมเกินไปอาจไม่ส่งผลดีต่อนิสัยในอนาคตจึงหักดิบด้วยการให้เราออกไปเรียนรู้อยู่กับสังคมใหม่ ทั้งที่อยู่ในวัยกำลังซน แต่ต้องส่งเราไปอยู่ไกลจากอ้อมกอดและการดูแลของเขา

“ตอนนั้นคุณพ่อเล่าว่า เขากับแม่ชั่งใจอยู่นานพอสมควร แต่สุดท้ายเห็นว่านี่คือโอกาสสำคัญที่ต้องคว้าไว้ เพราะว่าสิ่งเดียวที่เอาคืนมาไม่ได้คือเวลา เลยตัดสินใจให้เราไปเรียนที่นั่นและมีอาคอยดูแล 


“หลังไปเข้าโรงเรียนใหม่ เมื่อเลิกเรียนตกเย็น เราโทรมาหาแม่และร้องไห้แทบทุกวัน จนสุดท้ายแม่ตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อมาอยู่กับเราถึง 6 เดือนเต็ม ถึงขั้นจะพาเรากลับมาเมืองไทย แต่สุดท้ายเขาก็ต้องทำใจแข็ง เราเลยเปรียบการสอนของพ่อเหมือนโยนให้ตกน้ำแล้วขวนขวายหาทางขึ้นเอง โดยเขาใช้ไม้เขี่ยคอยพยุงเราแบบห่างๆ อย่างห่วงๆ ไม่ได้บอกว่าเป็นวิธีการที่ไม่ดีนะ แต่ก็ต้องบอกว่าการสอนหรือให้ลูกออกไปเผชิญประสบการณ์ด้วยตัวเองแบบนี้ เป็นความเสี่ยงเสมือนดาบสองคมได้เช่นกัน เพราะหากไม่สามารถทำให้เด็กก้าวข้ามอุปสรรคได้ ก็จะเป็นการเพิ่มความกลัวเข้าไปอีก แต่เผอิญใช้ได้ผลกับคนขี้กลัวอย่างเรา

“นอกจากวิธีนี้ คุณพ่อยังสอนการใช้ชีวิตที่อิสระมากๆ ไม่ได้บังคับหรือตีกรอบ และคุณพ่อยังอยากให้ลูกได้ลองทำในสิ่งที่อยากทำ โดยคุณพ่อจะช่วยส่งเสริมแบบอ้อมๆ ไม่ได้บอกตรงๆ คือเขาไม่มีวิธีการหรืออะไรลึกซึ้ง แต่เขามีทางเลือกในการสอนที่ดันตรงกับเรา ยังจำได้ว่ามีรั้วบ้านเก่าขนาดใหญ่มาก เขาพูดกับเราเลยว่า ให้เราวาดหรือลงสีอะไรก็ได้ เราจำภาพมาจนถึงทุกวันนี้ ความรู้สึกคือเปิดประสบการณ์ว่าเราทำได้เหรอ เราสนุกมากและดีใจมาก หรือเตียงเก่าเขาเอาออกมาไว้หน้าบ้าน แล้วฝนมันตก เราก็เอาเตียงนั้นมานอนอาบน้ำฝน พ่อเขาไม่ได้ห้ามนะ แค่เตือนว่าเดี๋ยวจะไม่สบาย

“ในยุคนั้นไม่มีเครื่องมือหลายอย่างเหมือนยุคนี้ เขาทำตามธรรมชาติของเขาแต่ดันตอบโจทย์เติมเต็มความรู้สึกของเรา เรื่องที่เขาเปิดโอกาสให้ทำมันสุดในใจเราจริงๆ เหมือนปล่อยให้เราทำได้เต็มที่ในสิ่งที่คนอื่นห้ามไม่ให้ทำ การเขียนผนัง การเล่นน้ำฝน เขาให้เราทำสุดโต่งเลย และนั่นคือวิธีการสร้างครอบครัวในแบบของคุณพ่อคุณแม่ที่ทำให้เราเติบโตมา ”

ถึงเวลาที่เราต้องสร้างครอบครัวของตัวเอง

“ตอนหลังเราเรียนจบและกลับมาเมืองไทย คุณพ่อก็บอกว่าเรามีนิสัยเปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยขี้กลัว ตอนนี้กลับเป็นนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ มีทัศนคติที่เป็นเหตุเป็นผล มีการจัดการชีวิตเป็นขั้นตอนทุกอย่างผ่านการวางแผนที่เป็นระบบและรัดกุมมากขึ้น แต่ก็มีปัญหาชีวิตไม่ต่างกับทุกคน

“โดยเฉพาะเมื่อเราต้องเริ่มสร้างครอบครัวของเราเอง แต่ชีวิตหลังแต่งงานกับภาพที่คิดไว้เหมือนเหรียญคนละด้านกัน เราต้องปรับตัวเยอะมาก เพราะไม่เคยอยู่ด้วยกันมาก่อน เวลาระหว่างเราและสามีไม่เหมือนกัน เขาทำงานตลอดเวลา เรารู้สึกว่าทำไมแต่งงานแล้วถึงไม่มีเวลาให้เราเลย ประจวบกับตอนนั้นเราไม่ได้ทำงานเลยตรงข้ามกันพอดี คนหนึ่งว่างมากอีกคนยุ่งมาก และเราในวันนั้น เพิ่งอายุ 30 ต้นๆ คาดหวังว่าชีวิตหลังแต่งงานต้องสวยหรูอย่างที่เราวาดไว้หรือมันต้องดีอย่างที่เห็นตามโซเชียลมีเดียสิ

“แต่ทำไมมันกลับตาลปัตรแบบนี้ แล้วเราคาดหวังสูง พอความคาดหวังไม่เป็นแบบนั้นเราเลยไม่อยากอยู่แบบนี้ แต่ ณ วันนี้พอเรามาอยู่ในโลกออนไลน์มากๆ เราก็เข้าใจว่า คนเราก็โพสต์ด้านดีทั้งนั้น หลังแต่งงานใหม่ๆ เราก็คิดว่านั่นคือทั้งชีวิตของเขาที่เราเห็น ทั้งชีวิตของเธอดีจัง ทำไมชีวิตของฉันไม่เป็นแบบนั้นบ้าง มันมีการเปรียบเทียบชีวิตเขากับเราอยู่เสมอ

“แล้วตอนมีลูกคนแรกก็ดันมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอดลูก เราถึงได้พบว่าสิ่งที่ช่วยจากอาการเครียดได้คือการเขียน ทำให้เพจ Little Monster ที่หลายคนรู้จักถือกำเนิดขึ้น และหลายคนเรียกครอบครัวเราว่า Little Monster Family มีการวางแผนการดำเนินชีวิตที่ดีขึ้นโดยปรึกษาผู้ใหญ่ตลอดเวลา แต่ก็หลายปีเหมือนกันกว่าเราจะปรับตัวได้

“ซึ่งคนที่คอยให้คำปรึกษาช่วยเหลือมาตลอดคือครอบครัว แม้เราจะมีครอบครัวของตัวเอง แต่ในสายตาของพ่อแม่เรายังเป็นครอบครัวของเขาเสมอ บางครั้งคุณพ่อกับคุณแม่เขาช่วยโดยที่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ คำหนึ่งที่คุณพ่อสอนแล้วยังใช้อยู่ถึงปัจจุบัน คือ เขาให้คิดถึงเคสแย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้น แล้วเราจะรับมืออย่างไร ถ้ารับได้ปัญหาที่มีก็ผ่านไปได้ แต่ถ้าเราคิดว่าไม่ไหวรับมือไม่ได้ ก็หาความช่วยเหลือจากคนอื่นได้ การสอนของเขาไม่มีรูปแบบ แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นคือ มันปลูกฝังให้เราสามารถเอาตัวรอดได้แม้ในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด เลยทำให้เราสงบขึ้นในเวลาที่มีปัญหาชีวิต อย่างคุณแม่ เขาเป็นคนมองโลกในแง่บวก ส่วนใหญ่เขาจะถามเราว่าเป็นอย่างไร เขาให้เราระบาย ส่วนเขานั่งรับฟังเราเสมอ ซึ่งในความเป็นจริงแค่รับฟังก็เป็นการช่วยที่ดีแล้วสำหรับเรา


“แต่คุณพ่อจะบอกเสมอว่า เมื่อเราโตขึ้นชีวิตเป็นของเรา จะให้เขาบอกหรือต้องให้เราเชื่อฟังเขาทุกอย่างเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างน้อยที่เขาทำได้คือช่วยชี้แนะในสิ่งที่เรามีประสบการณ์ ยิ่งถ้าเราเจอเรื่องแย่ เขาจะมีคำพูดติดปากเลยว่า ถ้าเจอเหตุการณ์ที่แย่แล้วเราสามารถผ่านเรื่องเหล่านั้นไปได้ ก็เป็นแค่เรื่อง ‘ขี้หมา’ เท่านั้น ซึ่งเขาไม่รู้หรอกว่าการชี้แนะแบบนี้ถูกต้องตามตำราไหม แต่เขาภูมิใจเสมอที่เห็นเราเติบโตมาเป็นแบบนี้ เอาตัวรอดได้ เห็นเรามีความสุขเขาก็พอใจแล้ว

“ซึ่งตัวเราไม่เคยมองเลยว่าเราคือครอบครัวตัวอย่าง เรามองว่าเราเป็นครอบครัวปกติมาก แค่พวกเราไม่ได้โชว์ด้านไม่ดีออกไปในโซเชียลมีเดีย ผู้ชมไม่ได้เห็นทุกด้านที่เรานำเสนอ จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะตีความไปแบบไหนก็ได้ แต่สุดท้ายไม่ว่าคุณจะสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์ เรามองว่ามันไม่สำคัญเท่าการที่คนในครอบครัวมีความผูกพันกันหรือไม่ เราได้เชื่อมโยงกันไหมระหว่างสามีภรรยา แม่พ่อลูก ตายายกับหลานๆ

“เราคงบอกไม่ได้ว่าเรามีอิทธิพลในเรื่องสื่อเกี่ยวกับครอบครัวขนาดนั้น แต่อย่างน้อยเราอยากเป็นส่วนเล็กๆ ที่ทำให้หลายคนตระหนักและคิดว่า ครอบครัวคือสิ่งที่คุณสร้างเองได้ ไม่จำเป็นต้องเหมือนเรา แค่เป็นครอบครัวในแบบที่ครอบครัวของคุณเป็น นั่นคือสิ่งที่เราคิดและอยากให้เกิดขึ้น”

ความหมายของคำว่า ‘ครอบครัว’

“หลังจากทำเพจไปได้สักระยะหนึ่ง ครอบครัวเล็กๆ ของเรา คือมีเรา สามี และลูกๆ อีก 2 คน ก็เริ่มเป็นครอบครัวที่ทุกคนต่างปรับตัวเข้าหากันได้ แต่สำหรับเราคำว่าครอบครัวไม่ได้จบแค่เรา สามี และลูกของเรา เพราะยังมีคุณพ่อคุณแม่ และญาติพี่น้องที่ก็เป็นเหมือนอีกหนึ่งครอบครัวของเราเหมือนกัน ในตอนนั้นคุณแม่ของเรามีความฝันอยากซ่อมบ้านทรงไทยที่เคยอาศัยอยู่ ซึ่งในขณะนั้นทั้งเก่าและทรุดโทรม ให้กลับมาสวยงามเพื่อให้คุณยาย ได้เห็น เพราะตอนนั้นท่านอายุมากและเริ่มเจ็บป่วย คุณแม่อยากทำให้ยายมีความสุขในช่วงสุดท้ายของชีวิต เราเลยตั้งใจซ่อมแซมบ้านทรงไทยให้เสร็จทันในช่วงที่คุณยายยังมีชีวิตอยู่ หลังจากซ่อมแซมเสร็จคุณยายก็ได้เห็นและรับรู้ เขาได้เติมเต็มความสุขก่อนวันสุดท้ายของเขา ส่วนคุณแม่ก็ได้เติมเต็มความตั้งใจของตัวเอง เราในฐานะหลานก็พลอยมีความสุขไปด้วย 


“ในวันที่คุณยายเสีย เราเลยบอกเขาว่า ไม่ต้องห่วงนะเราจะดูแลครอบครัวเอง ซึ่งเราพูดไปแล้วต้องรักษาสัญญา ผนวกกับเห็นสถานที่แล้วเสียดายที่เรือนไทยจะมีแค่พวกเราที่เห็น เพราะมันสวยและเป็นธรรมชาติ แล้วเรารู้นิสัยคุณพ่อกับคุณแม่ว่าเป็นคนอยู่นิ่งไม่ได้ เลยบอกคุณพ่อว่าน่าทำธุรกิจ ไปต่อยอดอะไรบางอย่าง เพราะเดี๋ยวน้าก็เกษียณ ก็อาจเป็นธุรกิจให้น้าๆ ให้พี่น้องได้ ทำให้กลายเป็นกิจการครอบครัวของเรา เพื่อจะได้ดูแลกันในเวลาที่ทุกคนอายุมากขึ้น

“หลังจากนั้นคุณพ่อ ก็ลงแรงขุดบ่อ และทำอะไรอีกมากมาย จนเราต้องเข้ามาบอกว่าพักบ้าง เพราะเป็นห่วงเรื่องร่างกายและสุขภาพ แต่เขาบอกว่า เมื่อเกษียณอายุแล้ว หากไม่มีอะไรทำ จะทำให้ร่างกายเหี่ยวเฉา ซึมเบื่อ เขาไม่อยากเป็นแบบนั้น และที่มากไปกว่านั้นคือ เขาดีใจที่บ้านเรายังเป็นครอบครัว แถมเป็นครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น เราเลยตั้งชื่อที่ตอบได้ทั้งหมดว่า บ้านหลังนี้คือสิ่งที่ครอบครัวสร้างร่วมกัน คือคำว่า ‘Family’ แล้วอยากให้มีบรรยากาศของสวนด้วยเลยนึกถึงคำว่า ‘Garden’ เพื่อให้ความรู้สึกของความเป็นบ้านและสวนในเวลาเดียวกัน เมื่อนำทั้งสองคำมารวมกันจึงกลายเป็นคำว่า Family Garden 


“การทำงานชิ้นใหญ่ที่ต้องใช้หลายความคิดเห็น ย่อมมีการขัดแย้งกันเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งเรื่องการตกแต่งสถานที่ที่ชอบทะเลาะกันบ่อยๆ เราก็อยากได้สไตล์รุ่นใหม่ อยากจัดแบบมินิมอล แต่คุณพ่อเขาอยากจัดให้เหมือนเป็นการมาเที่ยวบ้านญาติผู้ใหญ่ มีความรู้สึกอบอุ่น ก็เลยมีขัดใจกันบ้าง เพราะสไตล์เราไม่เหมือนกัน หรือบางทีคุณพ่อก็ชอบเอาผ้าเหมือนผ้าพันคอลายตารางไปผูกตามต้นไม้ ซึ่งคุณพ่อตั้งใจให้มันสวยเวลาผูกกับต้นไม้ แต่ถ้ายุคนี้คงไม่เรียกสวย ใครเห็นคงนึกว่าที่นี่มีเรื่องลี้ลับอะไรหรือป่าว เราเห็นก็ขัดใจ เดี๋ยวใครจะมาไหว้ขอหวย (หัวเราะ) พอเขาผูกเราก็เอาออก อันนี้ก็เป็นรายละเอียดเล็กน้อยที่ขำๆ แต่มันจะมีรายละเอียดในเรื่องใหญ่ๆ เช่น บางทีเราต้องประชุมกัน ซึ่งเราไม่เคยประชุมกับคุณพ่อมาก่อน แต่เมื่อเป็นธุรกิจก็ต้องมีการพูดคุยวางแผนร่วมกัน

“คุณพ่อกับเรารู้กันว่ามีนิสัยใจร้อนทั้งคู่ บางทีใกล้ชิดกัน สนิทกันก็ไม่ได้กลั่นกรองคำพูดอะไร อย่างบางเรื่องเรามีไอเดียแบบนี้ แต่เราควรจะให้คนที่มีหน้าที่ตรงนี้เข้าไปคุยดีกว่า จะได้ไม่ก้าวก่ายหน้าที่ของกันและกัน เวลามีไอเดียก็เสนอในที่ประชุมเหมือนทำงานบริษัทเลยว่าโอเคไหม ถ้าโอเคหมดก็ทำ

“แรกๆ เราก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ความต้องการของเรา แต่พอมาคิดว่าสุดท้ายนี่คือความฝันของพ่อแม่ที่เขาอยากทำ เราไม่ได้หวังกำไรมากมาย แต่หวังว่าเขาจะภูมิใจ และเห็นว่าเขายังเป็นคนที่เราให้ความสำคัญ เขายังเป็นพ่อแม่ ยังเป็นตายาย ยังเป็นคนในครอบครัวของเราเสมอ แม้ว่าเราจะโตขึ้น มีครอบครัวของตัวเอง แต่สำหรับเรา คำว่าครอบครัวจริงๆ คือต้องไม่มีใครถูกลืม 

ครอบครัวไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่เป็นการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

“ที่ผ่านมาเราไม่เคยมองเลยว่าเราคือครอบครัวตัวอย่าง เรามองว่าเราเป็นครอบครัวปกติมาก แค่พวกเราไม่ได้โชว์ด้านไม่ดีออกไปในโซเชียลมีเดีย ผู้ชมไม่ได้เห็นทุกด้านที่เรานำเสนอ จึงเป็นเรื่องปกติถ้าจะมีใครตีความหรือเปรียบเทียบเรากับครอบครัวอื่น แต่สุดท้ายไม่ว่าครอบครัวของคุณจะสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์ แค่เป็นครอบครัวในแบบที่คุณเป็น โดยอย่าลืมให้ความสำคัญซึ่งกันและกันก็พอ

“อย่างครอบครัวเราแม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องความขัดแย้งทางความคิด ซึ่งเราคิดว่ามันไม่ใช่ ‘รอยร้าว’ แต่คือ ช่วงเวลา ‘สร้างความเข้าใจ’ นี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้ในการสร้างครอบครัวที่มีคนหลากหลายรุ่น แตกต่างกันทั้งอายุ เพศ และความคิด แต่อยู่ร่วมกันได้ โดยที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” 


Author & Photographer

อชิตา พุ่มแจ้

Author

มนุษย์เป็ดที่กำลังฝึกหัดภาษาจีน หัดเป็นนักร้องเสียงเพราะ และหัดกินน้ำตาลให้น้อยลง

พงศกร บุญภู่

Photographer

ช่างภาพเชียงราย ที่หลงรักในทะเล ธรรมชาติ และเสียงเพลง สื่อสารภาพทางแววตาที่บ่งบอกถึงความรู้สึก

RELATED