‘Rest Time’ คาเฟ่ชิล ๆ แห่ง จ.อ่างทอง พื้นที่ซ้อมเกษียณของชายผู้เชื่อว่าเราไม่ควรมีแค่อาชีพเดียว

“รุ่นพี่เราเคยสอนว่า เราเข้ามาทำงาน เราจะต้องมีอาชีพรอง อย่ามีอาชีพเดียว เราก็เลยคิดว่า ถ้าเราชอบอะไรก็ควรจะเริ่มทำได้แล้ว ทำควบคู่กันไป หลังเกษียณเราจะได้ไม่ต้องปรับตัวมาก ชีวิตจะได้เชื่อมต่อกันไปได้เลย”        

มนุษย์ต่างวัยพาไปทำความรู้จัก “พี่วุธ” จ่าเอกสุทธิวุฒิ พันธุ์ไม้ อายุ 54 ปี ผู้เปลี่ยนสิ่งที่ ชอบให้เป็นชีวิตที่ใช่โดยปรับปรุงบ้านเก่าที่เคยสร้างทิ้งไว้ ให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนและคาเฟ่ที่เต็มไปด้วยความร่มรื่นของต้นไม้นานาชนิด ที่มีชื่อว่า “Rest Time  พักผ่อน”  เพื่อเป็นพื้นที่ที่เตรียมไว้สำหรับใช้ชีวิตในวัยเกษียณ ที่ไม่ใช่แค่ในแง่สร้างรายได้หลังเกษียณแต่หมายถึงสร้างสังคมใหม่ที่จะมีผู้คนมากมายแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียน แลกเปลี่ยนความรู้สึกดี ๆ ณ ที่แห่งนี้ได้เสมอ       

“เราทำงานธนาคารมา 20 กว่าปี ตอนนี้ก็ใกล้เกษียณแล้ว เราเตรียมที่นี่ไว้เป็นบ้านพักผ่อนหลังเกษียณ ทำเป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ ชื่อ Rest Time 

“เราเห็นรุ่นพี่ในที่ทำงานหลายคนที่เกษียณไปโดยไม่ได้วางแผนอะไรไว้ พอได้เงินเกษียณไปก้อนหนึ่งก็ใช้ชีวิตต่อได้ไม่นาน เพราะไม่มีเพื่อนฝูงคอยพูดคุยด้วย เราก็เลยเริ่มคิดถึงชีวิตของเรา

“จริง ๆ การวางแผนหลังเกษียณควรเริ่มตั้งแต่เราเริ่มทำงานเลย แต่ตอนเรายังอายุน้อย เราก็ไม่ค่อยได้คิดเรื่องพวกนี้ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว พออายุสักประมาณ 45 ปี เราก็เริ่มคิดแล้วว่าถ้าจะต้องมีชีวิตหลังเกษียณ เราจะใช้เงินเท่าไร ยังไง แล้วจะเอาเงินจากที่ไหนมาใช้ เงินที่มีอยู่จะพอใช้ไหม ไหนจะต้องดูแลลูก ดูแลครอบครัวอีก   

“สิ่งที่เราต้องคิดมีอยู่ 2 ส่วนคือหลังเกษียณเราจะต้องมีเงินเท่าไร และตอนนั้นเราจะใช้ชีวิตอย่างไร บางคนอาจจะชอบออกกำลังกาย หรือไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูง แต่อย่างเราเป็นคนชอบใช้ชีวิตอยู่กับบ้าน อยู่กับธรรมชาติ เราก็เลยมาทำบ้านเพื่อพักผ่อนด้วยวิธีการนี้  

“คิดว่าตัวเองวางแผนเกษียณค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับคนอื่น ทางธนาคารเตรียมพร้อมในเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้ให้เราแล้ว เพื่อให้เรามีเงินก้อนไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณ แต่เราเป็นคนที่คิดการณ์ไกล วางแผนไกล เราคิดว่า ณ ตอนนี้เรายังมีเพื่อนร่วมงานให้ไปเจออยู่ทุกวัน แต่หลังเกษียณไปแล้ว เราคงจะเคว้งคว้างแน่ เพราะไม่รู้จะไปคุยกับใคร ไปหาใคร เราเลยคิดว่าจะต้องเตรียมสร้างสังคมของเราไว้ใหม่ เพื่อที่จะรองรับการใช้ชีวิตในวันที่เราตัดสินใจหยุดทำงานก่อนกำหนดหรือเออร์ลี่รีไทร์ หรือถ้าเกิดเราทำงานไปเรื่อย ๆ จนเกษียณ เราก็จะมีคนแวะมาพูดคุยกับเราในพื้นที่ตรงนี้อยู่ดี     

“เราเห็นว่าบางคนไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลย พอหลังเกษียณได้เงินมาก้อนหนึ่งก็เอาเงินไปลงทุน แล้วพอทำไปก็ไม่สำเร็จ กลายเป็นต้องลำบากกว่าเดิม แต่ตอนนี้เรายังทำงานอยู่ ยังมีรายได้ เราสามารถนำเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนทำร้านได้ เพื่อให้เรามีที่ที่จะอยู่หลังเกษียณ ถึงล้มหรือพลาดไปก็ไม่เจ็บหนัก 

“รายได้ของคนเรามีอยู่ 2 แบบคือแอคทีฟ อินคัมกับพาสซีฟ อินคัม ในส่วนของแอคทีฟ อินคัม เราจะต้องทำ ถ้าเราไม่ทำ หรือเราป่วย เราก็จะไม่ได้เงิน แต่ในส่วนของพาสซีฟ อินคัม เงินตรงนั้นจะหาเงินให้เราเอง ซึ่งเราก็ลงทุนในเรื่องของกองทุน และซื้อหุ้นเก็บไว้ 

“จริง ๆ เราไม่ได้คิดว่าจะหารายได้จากที่ตรงนี้ เราแค่อยากให้ที่นี่เป็นที่พักผ่อน ที่เราทำเพราะเราแค่ต้องการให้คนเข้ามาหาเรา การทำร้านช่วยให้เราไม่เหงา และมีความสุข เราต้องวางแผนชีวิตว่าเราจะทำอะไรให้มีความสุขในวันที่เราไม่ได้ทำงานแล้ว เราเปิดร้านกาแฟเพราะเราชอบกินกาแฟ และเราก็มีความสุขกับต้นไม้ ยิ่งถ้าเราเห็นคนที่มาร้านของเรา เขามีรอยยิ้ม มีความสุข เราก็มีความสุขไปด้วย เพราะเราก็ไม่ได้รายได้มากมายอะไร แต่เราไม่ได้คิดว่าเราทำธุรกิจ เราแค่ทำสิ่งที่เรามีความสุข

“ตอนแรกก็คิดว่าบ้านเราอยู่ไกล อยู่ลึก ถ้าเราเปิดเป็นร้านกาแฟ ใครเขาจะมาหาเรา แต่พอเราไปดูร้านอื่น เราเห็นว่าถ้าเขาทำดี ทำสวย ก็มีคนเข้าไป เรายังไปเลย ก็เลยคิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้ 

“ตอนนี้เราเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพราะเรายังทำงานประจำอยู่ ร้านนี้สร้างจากบ้านที่เราเคยสร้างทิ้งไว้จะ 20 ปีแล้ว ตอนแรกเราจะไปซื้อที่อื่น แต่เราก็มาคิดว่า เรามีบ้านของเราอยู่ เราเลยกลับมาที่นี่

“เราใช้เงินลงทุนกับร้านนี้เยอะพอสมควร แต่ว่าเราค่อย ๆ ทยอยเอาออกมา มันก็เลยดูไม่เยอะ เราไม่รีบ เราค่อย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ เพราะตอนนี้เรายังไม่ได้เกษียณ เราแค่ทำเตรียมไว้ บ้านนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 2548 แล้วมันก็พังไปตามเวลา เพราะเราไม่ได้อยู่ ไม่ได้ใช้ พอปี 2562 เราก็เริ่มไปหาซื้อไม้ หาช่าง หาไปหามาก็ได้เพื่อนมาช่วยทำให้ ใช้เวลาอยู่ประมาณ 3 ปี ถึงจะเป็นรูปเป็นร่างแบบนี้ 

“ช่วงแรก ๆ ขายได้วันละ 30-40 แก้ว จนวันนี้ขายได้เกือบ ๆ 300 แก้วแล้ว คนเขาแวะมา เขาก็บอกต่อ ๆ กัน ใครมาถึงก็มาสั่งไว้ แล้วไปหาที่นั่ง ที่นอน ตามที่เราจัดไว้ เราดีใจมากที่ลูกค้าชอบ แต่เวลาที่เราดูแลเขาได้ไม่ดีพอ ไม่ทั่วถึง เราก็รู้สึกแย่เหมือนกัน

“เรามีความสุขที่เห็นคนเข้ามาเยี่ยมเยือน เห็นเขามานอนเล่น มาถ่ายรูป ของที่เขาซื้อ เขาอุดหนุนเรา จริง ๆ กำไรก็ไม่ได้เยอะเท่าไร แต่พอเห็นคนที่มามีความสุข แวะมาชมเรา มาคุยกับเรา เราก็รู้สึกดี เหมือนชีวิตมาถูกทางตามแบบที่เราคิดไว้”     

พิกัด : Rest Time : พักผ่อน 

149/4 อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง

เปิดร้านเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์  

เวลา : 10.00 – 19.00 น.  

โทร : 0825923625   

Map

Credits

Author

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ