“วันหนึ่งยายรู้สึกปวดไปทั้งแขน ก็เลยจะเข้าไปคุยกับลูกสักหน่อยว่าเราอยากตามไปหาหมอ แต่พอไปเห็นว่าลูกทำงานหนักมาก ก็เลยคิดได้ว่าแล้วเราจะอยู่แก่อย่างไร เพราะธรรมชาติของสังขารมันก็คือความเสื่อม ถ้าเราคิดแต่ว่าเป็นอะไรขึ้นมา ก็ไปหาหมอก็คงไม่ได้ ยายเลยขอเป็นหมอให้ตัวเอง 70% ก่อนที่จะไปหาหมอ เพราะสงสารหมอมาก ๆ
“อนาคตข้างหน้าคนแก่ก็จะเยอะขึ้น คนหนุ่มสาวก็น้อยลง แล้วจะแบกกันไหวไหม ถ้าเราสามารถช่วยเพื่อน ๆ วัยเดียวกันด้วยการทำให้เขาเห็นว่า เราก็อยู่ได้ด้วยการพึ่งพาตัวเอง เราก็ขอเป็นตัวอย่างให้”
‘ยายตุ่น’ อัญญวีณ์ สมานคติวัฒน์ วัย 86 ปี นักกีฬาว่ายน้ำหญิงทีมชาติไทยที่เริ่มว่ายน้ำตอนอายุ 60 กว่า เพราะอยากรักษาอาการเข่าเสื่อม และดูแลร่างกายให้แข็งแรง เพื่อไม่ให้เจ็บป่วย จนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และกลายเป็นภาระของลูก
“ยายออกกำลังกายมาตลอดตั้งแต่สมัยทำงาน พออายุ 60 กว่า ก็ยังออกกำลังกายด้วยการเดินอยู่ แต่วันหนึ่งยายไปเที่ยวกับลูกสาว พอนั่งลงไปถ่ายรูปแล้วลุกไม่ขึ้น จนต้องเรียกลูกให้มาช่วยพยุง หลังจากนั้นก็เลยไปตรวจ หมอก็บอกว่าเข่าเสื่อมไปแล้ว
“ตอนนั้นยายก็เริ่มคิดว่า ถ้าไปเดินอีก เข่าที่เสื่อมอยู่ก็น่าจะยิ่งเป็นหนัก ก็เลยไปว่ายน้ำแทน
พอฝึกว่ายน้ำไปเรื่อย ๆ โค้ชเริ่มเห็นแวว เลยมาชวนไปแข่ง ตอนนั้นเราก็คิดว่าจะไปแข่งได้อย่างไร ความรู้อะไรก็ไม่มี แต่น้องชายก็บอกให้ไปลองดู เพราะโค้ชก็ไม่ได้จะมาชวนใครง่าย ๆ ปรากฎว่าไปแข่งครั้งแรกที่ชลบุรี ก็ได้เหรียญทองกลับมาเลย”
ยายตุ่นดูแลตัวเองเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและมีความสุขในบั้นปลายชีวิต ด้วยหลัก 3 อ. คือ
1. อ.อาหาร: รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยคติประจำใจของยายตุ่นคือ “กินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน”
2. อ.อารมณ์: ยายตุ่นเคยเป็นคนใจร้อนและเบื่อง่าย จึงปรับตัวด้วยการใช้หลักธรรมะเข้าช่วย เพื่อฝึกจิตใจให้มีสติ และรดน้ำต้นไม้เพื่อให้จิตใจสงบ
3. อ.ออกกำลังกาย: นอกจากการว่ายน้ำ ในวันที่ไม่ได้ไปสระ ยายตุ่นจะแกว่งแขนแบบลูกตุ้มนาฬิกา พร้อมโยกขาไปด้วย
“ถ้าถามว่าทุกวันนี้มีความสุขกับชีวิตอย่างไร แค่ไม่ติดเตียง ยังช่วยเหลือตัวเองได้ ก็คือความสุขแล้ว ลูกชายเราเป็นหมอผ่าตัดเปลี่ยนปอด เปลี่ยนหัวใจ อยู่กับความเป็นความตายของเพื่อนมนุษย์เราทั้งนั้น เขาทำงานหนักมาก ถ้าเราดูแลตัวเองดี ๆ ลูกก็ไม่ต้องเป็นห่วงแม่ และได้ไปช่วยคนอื่นที่เขาแย่กว่าเรา เคยคุยกับลูกว่า ถ้าแม่ติดเตียงเมื่อไร ช่วยให้แม่ตายง่าย ๆ หน่อยนะ เราลำบาก สู้งานหนักมาทั้งชีวิต บั้นปลายชีวิตแค่อยากอยู่สบาย ตายสะดวกก็พอแล้ว”
ในวันที่โลกสร้างฟังก์ชันมากมายให้เรามีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่ว่าเราจะอยู่นานแค่ไหน แต่คือเราจะอยู่อย่างไรให้ชีวิตยัง “รู้สึกดี” อยู่เสมอ เพราะ ‘ชีวิตไม่ว่าจะสั้นหรือยาว ก็อยากให้จอยกว่าเดิม’ อยู่อย่างมีความสุขทั้งกายและใจ โดยไม่รู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่เป็น ‘ภาระ’ แต่เป็น ‘ความหมาย’ ให้ทั้งตัวเองและคนอื่น
ช่วงเวลาที่มีความหมายที่ทำให้คุณยังอยากตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตในทุกเช้า หน้าตาเป็นแบบไหน ? มาลองหาคำตอบไปด้วยกันที่งาน
มนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ‘ลองGEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม’
12-14 มิถุนายน 2026
Impact Exhibition Center Hall 6
























