สรุปประเด็นสำคัญจากรายการมนุษย์ต่างวัย Talk กับ ประสาน อิงคนันท์ EP.75 ที่ชวน นพ.จิรรุจน์ ชมเชย กุมารแพทย์เชี่ยวชาญโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤต โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา อดีตผู้ประสบด้านสุขภาพ ที่เคยเผชิญปัญหาระบบเผาผลาญหรือที่เรียกว่าโรคเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) หรือภาวะดื้ออินซูลิน โรคอ้วน ความดันสูง เกาต์
เรากำลังใช้ร่างกายจาก “ซอฟต์แวร์ยุคหิน” ในโลกที่เปลี่ยนไป
พันธุกรรมมนุษย์เปลี่ยนแค่ 0.005% ใน 300,000 ปี แต่สิ่งแวดล้อมและอาหารเปลี่ยนมหาศาลร่างกายเราถูกออกแบบให้เคลื่อนไหว ล่า และกินอาหารธรรมชาติ แต่วันนี้เรานั่งหน้าจอ เติมแป้งและน้ำตาลแปรรูปทั้งวัน นี่คือต้นตอของปัญหาโรคเมตาบอลิกหรือโรคระบบเผาผลาญ
ภาวะดื้ออินซูลิน” และเวลาทอง 10 ปีที่หายไปของคนเป็นเบาหวาน
ภาวะดื้ออินซูลิน คือภาวะที่เซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินลดลง ทำให้น้ำตาลเข้าสู่เซลล์ได้ยาก ร่างกายจึงต้องหลั่งอินซูลินมากขึ้นเพื่อคุมระดับน้ำตาล เมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่อง จะเป็นจุดเริ่มต้นเงียบๆ ของโรคอ้วน ไขมันพอกตับ และเบาหวานชนิดที่ 2 โดยเฉพาะคนเอเชียที่สะสมไขมันใต้ผิวหนังได้น้อย ไขมันจึงไปกองในช่องท้องและกระตุ้นการอักเสบทั่วร่างกาย
หากวันนี้คุณเพิ่งถูกวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน แปลว่าร่างกายได้เสียช่วงเวลาทองในการป้องกันโรคไปแล้วเกือบ 10 ปี
วิธีเช็กความเสี่ยงเบื้องต้นด้วยตัวเอง:
1. ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร (Fasting Blood Sugar): หากเริ่มแตะระดับ 100-125 mg/dL (ช่วง Prediabetes) แม้จะยังไม่ถึงเกณฑ์เบาหวานที่ 126 mg/dL แต่นี่คือสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุด
2. ค่าไตรกลีเซอไรด์หารด้วย HDL: หากค่าที่ได้เกิน 2 แสดงว่าเริ่มเสี่ยง และถ้าเกิน 4 แสดงว่ามีภาวะดื้ออินซูลินแน่นอน
เคล็ดลับ Longevity 0 บาท: งานบ้าน โปรตีน และแสงอาทิตย์
- งานบ้านคือคาร์ดิโอที่ดีที่สุด: การกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างหน้าบ้าน นอกจากจะเป็นการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติแล้วยังเป็น “คาร์ดิโอที่ดีต่อใจและดีต่อภรรยา” เพราะช่วยลดภาระงานในบ้านและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
- กินตามแสงอาทิตย์: กินเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น เลิกเมื่อพระอาทิตย์ตก เพื่อให้ร่างกายมีช่วงพักจากการทำงานของอินซูลิน
- กินโปรตีนให้ได้ 1.5 กรัม ต่อวันต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม สามารถใช้โปรตีนเสริมช่วยได้ โดยพยายามรักษาความสมดุลระหว่างโปรตีนธรรมชาติและโปรตีนแปรรูปไว้ที่ 50/50
หายใจ เพื่อช่วยรักษาออฟฟิศซินโดรม
อาการปวดคอบ่าไหล่เรื้อรัง (Office Syndrome) หลายครั้งไม่ได้หายด้วยการนวด แต่หายด้วยการ “หายใจเพราะช่วงเวลาที่เราเครียดเรามักจะเผลอกลั้นหายใจหรือหายใจสั้นโดยใช้ “กล้ามเนื้อช่วยหายใจส่วนบน” (Accessory Muscles) ซึ่งร่างกายออกแบบมาให้ใช้เฉพาะเวลา “ฉุกเฉินหรือหนีตาย” ในยุคหินเท่านั้น
การใช้กล้ามเนื้อส่วนนี้ต่อเนื่องทำให้เกิดอาการตึงตัวและเลือดมีความเป็นกรดด่างไม่สมดุล
วิธีบำบัด: กลับมาใช้กล้ามเนื้อหลักคือ “กะบังลม” โดยการหายใจเข้าท้องป่องและผ่อนออกยาวๆ ทุกครั้งที่รู้ตัวว่าเครียด ให้หยุดนิ่งสัก 5 นาที สูดลมหายใจลึกๆ และ “หย่อนไหล่” ลงทันที อาการตึงเครียดจะคลายตัวขึ้น
อยู่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่แค่อยู่นาน
ในปัจจุบัน มนุษย์มีช่องว่างระหว่าง Life Span (อายุขัย) และ Health Span (อายุสุขภาพ) เฉลี่ยถึง 10 ปี นั่นหมายความว่าคนส่วนใหญ่มักจะต้องใช้ชีวิต 10 ปีสุดท้ายท่ามกลางความเจ็บป่วยและโรงพยาบาล
เป้าหมายของคุณหมอไม่ใช่การอยู่ให้ครบ 100 ปีแบบไร้เรี่ยวแรง แต่คือการ “ปิดช่องว่าง 10 ปีนั้น” เพื่อให้เราใช้ชีวิตอย่างแข็งแรงจนถึงวาระสุดท้าย “เมื่อเรากำหนดเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน พฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องจะตามมาเอง
นอกจากกายแล้ว “ใจ” ก็สำคัญ สังเกตใจตัวเองว่าตอนนั้นมีความสุขหรือความทุกข์ การรู้เท่าทันนี้จะช่วยให้เราถอยห่างจากความเครียด ลดการอักเสบในใจ และรักษา “ใจ” ให้สงบไปพร้อมกับ “กาย” ที่แข็งแรง
























