เยียวยาอาการป่วยลูกสาว ด้วยอาหารสุขภาพรสอร่อยฝีมือแม่

หากทราบข่าวว่า “มีโอกาสเป็นมะเร็งได้” ปัญหาสุขภาพใหญ่นี้ไม่ได้กระทบแค่ตัวผู้ป่วย แต่รวมไปถึงครอบครัว

แจ๊สกี้ – จริยา แซร่าฮ์ เอชเวิท อดีตนักร้องดูโอยุค 90s “นาตาลีแจ๊สกี้” ที่เคยฝากผลงานเพลงอย่าง สตรอว์เบอร์รี เจ็บนะ และแค่อยากให้รู้ ได้ยินข่าวร้าย ที่ว่าในวัยเพียง 24 ปี เธออยู่กับมันมากว่า 9 ปีแล้ว และผ่านพ้นช่วงวิกฤตมาได้ด้วยอาหารอินทรีย์

เธอปวดท้องและถ่ายเป็นเลือด หลังจากกลับมาอยู่ไทยเพื่อดูแลแม่ได้เพียง 7 – 8 เดือน หมอบอกว่าเธอเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง คนที่เครียดไม่ใช่แค่ตัวแจ๊สกี้เอง แต่รวมถึงครอบครัวก็กังวลไปด้วย “หมอบอกว่าอาการคล้ายมะเร็ง แต่เมื่อตัดชิ้นเนื้อไปตรวจพบว่าเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ที่ต้องดูแลไปตลอดชีวิต แต่หากดูแลไม่ดีก็อาจจะพัฒนากลายเป็นมะเร็งลำไส้ได้”

ทันทีที่รู้ แจ๊สกี้เริ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้อย่างถี่ถ้วน และเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้ เธอจึงต้องมองกลับมาที่อาหารการกินที่จะช่วยดูแลทั้งสุขภาพของตัวเอง และสุขภาพของคนที่เธอรักด้วย

เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน

“สิ่งแรกที่แจ๊สเริ่มเปลี่ยนคือดูของที่อยู่ในครัว ตู้เย็น ตู้กับข้าว ทุกอย่างเลย” เธอถึงขนาดต้องไล่อ่านฉลากทีละตัวว่ามีส่วนผสมอะไรบ้างอยู่ในเครื่องปรุงและอาหารแต่ละชนิด รวมไปถึงค้นหาต้นน้ำของวัตถุดิบด้วยว่าแต่ละอย่างเดินทางมาจากไหน ปลูกยังไง “เราก็ไปหาวัตถุดิบธรรมชาติที่สามารถทดแทนเครื่องปรุงที่ใช้อยู่ได้ อะไรที่เป็นเคมี ก็โยนทิ้งหมดเลย” เธอเล่า

พฤติกรรมการกินของคนที่บ้านอย่างแม่ นิตยา เอชเวิท ในวัย 60 ก็เลยต้องเปลี่ยนตามเธอไปด้วย แม้ว่าช่วงแรกๆ จะเป็นแค่การทดลองเพื่อหาวิธีดูแลลูกสาว “จะด้วยวิธีไหนก็ได้ที่ทำให้เราหาย พอเริ่มเปลี่ยนการกินอาการเราก็ค่อยๆ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” แม่นิตยาก็เลยยิ่งซื้อไอเดียการกินแบบใหม่และกลายเป็นสิ่งที่ทั้งคู่ค่อยๆ ปรับไปพร้อมกัน

อาหารบำบัดที่คอยดูแลอาการป่วยโรคลำไส้ของลูก ก็พลอยช่วยบรรเทาอาการปวดต่างๆ ของแม่ “พอแม่อายุมากขึ้นก็จะเริ่มบ่นเริ่มปวดนู่นนั่นนี่แล้ว แต่เมื่อเขาเริ่มกินอาหารแบบเรา เขาก็รู้สึกว่าตัวเองขยับได้มากขึ้น หายใจหายคอคล่องขึ้น ไม่ได้รู้สึกอย่างที่เคยบ่นอีก”

ตัวแจ๊สกี้เองก็เคยเรียนศาสตร์ด้านการบำบัดมา หลังจากที่ค้นพบว่าธรรมชาติบำบัดหรืออาหารบำบัดช่วยได้ เธอจึงเลือกใช้ศาสตร์นี้ดูแลสุขภาพแม่ “พอเปลี่ยนอาหาร ทุกอย่างก็เข้มงวดมากเลยนะ ทำอาหารปรุงเองทุกอย่างเลย พอเราเริ่มรู้สึกว่าควบคุมอาการได้ ก็ค่อยๆ ลดทอนการกินยาลงเรื่อยๆ ได้ จนไม่ต้องพึ่งยา”

แม้ทุกวันนี้จะไม่มีอาการของโรคลงเหลืออยู่ เธอยังคงดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง พร้อมๆ กับที่ได้ดูแลสุขภาพของแม่ไปด้วย

Mumbo แบรนด์อาหารสุขภาพจากรสมือ Mommy

“ วันนี้กลับบ้านกี่โมง”

“กลับดึกอีกแล้วเหรอ”

เป็นสองคำถามที่แม่มักจะถามแจ๊สกี้อยู่บ่อยๆ เมื่อเธอออกไปทำงาน เธอจึงจับความรู้สึกได้ว่าแม่คงเหงาเวลาเธอไม่อยู่ นักร้องสาวจึงคิดหาอะไรให้แม่ทำในเวลาว่าง “เราให้แม่คิดเลยว่าอยากทำอะไรขาย เพราะเห็นว่าเขาชอบทำอาหาร”

ช่วงหาซื้อวัตถุดิบอินทรีย์ อาหารปลอดภัยเพื่อมาปรุงอาหารกินเองที่บ้าน แจ๊สกี้รู้จักแหล่งที่จะซื้ออาหารจากเกษตรกรโดยตรง เธอคิดว่าที่นี่้แหละที่จะให้แม่ไปลองเป็นแม่ค้าดู “ถ้าเราให้เขาฝึกออกกำลังกายสมองด้วยการคิด เขาจะไม่แก่ไว จะอยู่กับเราต่อไปได้อีกนานๆ ค่ะ” แจ๊สกี้ยิ้ม

“แม่ว่าแม่ทำปลาร้าบองอร่อย” แม่พูดกับแจ๊สกี้ในวันหนึ่งที่เธอกลับจากทำงาน เพราะแม่นิตยาเป็นคนอีสานและชอบทำอาหาร “แม่ว่าเดี๋ยวเราแค่ลองเปลี่ยนวัตถุดิบนะ บางทีคนชอบคิดว่าอาหารออร์แกนิกมันจะต้องไม่อร่อย ไม่แซ่บ” แม่ว่า

แรกเริ่มจึงไปลองตลาดแค่เมนูปลาร้าบอง ในชื่อปลาร้าบองบอง “ทำไปทำมา เขาก็สนุก พอได้รับฟี้ดแบ็กจากลูกค้าว่าอยากกินอะไร ก็เลยสร้างสรรค์เมนูมาใหม่เรื่อยๆ เองเลย” ต่อมาจึงเริ่มมีน้ำพริกบ้าง ผักดองบ้าง ที่ทุกอย่างล้วนทำจากวัตถุดิบปลอดภัยทั้งสิ้น ไร้สารเคมี เพราะกินเองอยู่แล้วดีจึงอยากส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับคนอื่นบ้าง “อาหารเราทำจากธรรมชาติทั้งหมด เรารู้ว่าทุกสิ่งที่เราใส่เข้าไป ลูกค้าได้ประโยชน์หมด ไม่มีทางเป็นโทษแน่” แจ๊สกี้กล่าวอย่างมั่นใจ

“เราตั้งใจทำวัตดุดิบที่เป็นเครื่องปรุงอาหาร เพราะอยากให้คนมีตัวเลือกทดแทนสิ่งที่มีอยู่ในท้องตลาดทั่วไป เลยเกิดไอเดียว่า มันเป็นตู้กับข้าวของเรานี่เอง แต่เป็นตู้กับข้าวสมัยก่อน สมัยโบราณที่อาหารทำมาจากธรรมชาติทั้งหมด” Mumbo (มัมโบ้) จึงเป็นแบรนด์อาหารของแม่ ที่ใช้ชื่อแม่ และสีประจำตัวแม่ โดยมีลูกสาวอย่างแจ๊สกี้คอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ

แจ๊สกี้บอกว่าแม่มีความสุขเวลาได้ทำอาหาร แต่จะสุขกว่านั้นคือเวลาที่คนชิมรสมือแม่แล้วบอกอร่อย “คือตอนทำแม่ก็จะสนุกของเขาคนเดียวนั่นแหละ แต่พอเห็นคนอื่นกินเค้าก็จะรู้สึกดี (ยิ้ม)” แต่ส่วนหนึ่งที่แจ๊สกี้อยากให้แม่ทำอาหารนอกจากการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และได้ทำในสิ่งที่รัก ก็คือเพื่อให้แม่รู้สึกไม่เหงาและมีคุณค่า จากเพียงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้ทำ

เธอตั้งใจทำแบรนด์เล็กๆ นี้ให้เป็นของแม่ ตราบใดที่แม่ยังไหวก็ให้ทำไปเรื่อยๆ

(เพราะ) การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

“หลังจากอาการลำไส้ดีขึ้นแล้ว แจ๊สเพิ่งเข้าใจคำว่า การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ” เพราะโรคร้ายที่เธอประสบทำให้เธอรู้ซึ้งถึงความหมายที่แท้จริงของพุทธภาษิตประโยคนี้ และเธอก็เข้าใจดีว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นยากแค่ไหน “หลายคนยังไม่ได้อยู่ในจุดที่เราเคยผ่านมา ที่ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองมันจะจบไม่ดีแน่นอน เราจึงหักดิบได้” แจ๊สกี้บอก

ส่วนแม่นิตยาก็ส่งต่อประสบการณ์การกินอาหารด้วยว่า “ผู้สูงอายุจำเป็นต้องกินอาหารมีประโยชน์ เรากินแล้วรู้สึกดี ท้องไม่อืด ขับถ่ายคล่อง เวลาปวดหัวก็ไม่ต้องกินยา เพราะอาหารที่กินเข้าไปมันเป็นยารักษาเราได้ ความหวานมันก็อยู่กับผักที่เรากิน”

“ตอนแรกๆ ก็คิดว่าอาหารสุขภาพมันสู้อาหารที่ใส่ซอสหอยนางรม หรือผงชูรสไม่ได้ แต่พอกินเข้าไปบ่อยๆ มันก็ชิน อร่อยค่ะ” แม่เผยความในใจ ซึ่งอาหารในปัจจุบันไม่ใช่ว่าแย่ไปเสียหมด แต่เมื่อเราอยู่ในยุคอุตสาหกรรม วัตถุดิบต่างๆ ก็ผ่านการสังเคราะห์มามากกว่าจะมาถึงจานอาหาร “มันเป็นเรื่องที่เราต้องใส่ใจ แล้วเรากินอาหารทุกวันเราหยุดไม่ได้เนอะ (หัวเราะ) ฉะนั้นสิ่งที่เรากินมันจะสะสมไปเรื่อยๆ วันนี้เราไม่เป็น แต่อนาคตก็มีสิทธิ์” แจ๊สกี้ผู้มีประสบการณ์เสริม

เพราะเมื่อใดก็ตามที่คนหนึ่งในครอบครัวล้มป่วย ผลกระทบจะส่งต่อไปยังสมาชิกคนอื่นๆ “มันอาจจะทำให้เขาเครียดและมีโอกาสพัฒนาเป็นโรคต่อๆ ไปได้ เราก็ดูแลตัวเองให้ดีเพื่อที่เราจะได้ดูแลคนที่เรารักค่ะ” อย่างที่เธอหันมากินอาหารปลอดภัยก็ไม่ใช่แค่เพื่อดูแลตัวเอง แต่ยังได้ดูแลแม่ได้ตามที่ตั้งใจไว้ด้วย

   

Credits

Author

ถึงจะต่างวัยแต่ก็
อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ